แคนาดาทดลองไฟจราจรที่จะ “ไฟเขียว” เฉพาะรถที่มีความเร็วตามกฎหมายกำหนดเท่านั้น
- ขับตามกฎหมายก่อนจึงจะ "เขียว" ได้
- ใช้ในยุโรปมาแล้วหลายปี
- เพราะเหตุใดเทคโนโลยีนี้จึงน่าสนใจ?
ชานเมืองของมอนทรีออล ประเทศแคนาดา กำลังจัดงานทดลองระบบไฟจราจรแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเป็นไฟเขียวให้เฉพาะผู้ขับขี่ที่ดี ผู้ซึ่งรักษาความเร็วรถได้ตามกฎหมายอยู่เสมอ
ณ เมือง Brossard ใน Quebec จะเป็นที่แห่งแรกในแคนาดาที่มีการทดสอบระบบไฟจราจรแบบใหม่นี้ขึ้น ระบบไฟนี้มีชื่อเรียกว่า feu de ralentissement éducatif ซึ่งแปลว่า ไฟจราจรเพื่อการศึกษา หรือเรียกย่อ ๆ ว่า FRED
ขับตามกฎหมายก่อนจึงจะ "เขียว" ได้
FRED ถูกออกแบบให้เปิดเป็นไฟแดงค้างไว้จนกว่าจะมีสัญญาณว่ารถกำลังมา และจะเปิดไฟเขียวให้หากรถคันนั้นอยู่ในความเร็วตามกฎหมาย ซึ่งเป็นการบังคับให้คนที่ขับรถเร็วต้องหยุดรถ (เพราะไฟแดง) และให้โอกาสว่าจะเลือกขับที่ความเร็วเท่าใดอีกครั้ง
วิศวกรได้ทดลองใช้ FRED ในบริเวณใกล้เขตโรงเรียนในเขต Brossard ที่มักจะเต็มไปด้วยคนขับรถเกินที่กำหนดอยู่เสมอ
อ่านเพิ่มเติม : ทำไมสัญญาณไฟจราจรต้องเป็น แดง เหลือง เขียว แล้วทำไมญี่ปุ่นถึงมีสีฟ้า
ใช้ในยุโรปมาแล้วหลายปี
Doreen Assaad นายกเทศมนตรีเมือง Brossard กล่าวกับ StreetsblogMASS ว่า “ในบริเวณเขตโรงเรียนทั่วทั้งแคนาดา ผู้คนต่างเรียกร้องให้มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการควบคุมความเร็วรถยนต์ (เทคโนโลยี) นี้ยังไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลในตอนนี้ และเรากำลังทดลองสิ่งนี้เพื่อเป็นการทดสอบ”
Assaad กล่าวเสริมว่า แม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่มีการทดลองในแคนาดา แต่สัญญาณไฟที่คล้ายกันนี้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในยุโรปมาหลายปีแล้ว
ดูเหมือนว่าจะได้ผลนะ
ไฟ FRED ในเมือง Brossard นั้นจะถูกทดลองใช้เป็นเวลา 90 วันบนถนนที่ชื่อว่า Rue Stravinski ถนนที่มีสองเลนซึ่งตัดผ่านที่อยู่อาศัยย่านชานเมือง
ก่อนที่จะมีการติดตั้งไฟดังกล่าว นายกเทศมนตรี Assaad กล่าวว่าถนน Rue Stravinski มีความเร็วเฉลี่ยของรถยนต์อยู่ที่ 40 กม./ชม. แต่หลังจากการเริ่มทดลองใช้เมื่อสัปดาห์ก่อน ความเร็วเฉลี่ยของรถยนต์ลดลงเหลือเพียง 30 กม./ชม. เท่านั้น
มีวิดีโอที่แสดงถึงการทำงานของ FRED ในพื้นที่จริง ในบริเวณโรงเรียนรัฐในเมือง Quebec และจะทดลองใช้เพียง 90 วันเท่านั้นในเบื้องต้น
เทคโนโลยีนี้น่าสนใจไม่น้อย
แม้สิ่งนี้จะเป็นเหมือนไฟจราจรที่มีขึ้นมาในบริเวณที่ไม่มีแยกอะไร แต่ไฟแบบนี้ก็เป็นมากกว่าการชะลอความเร็วของนักขับเหล่านั้น เพราะจะมีการเก็บข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับการจราจรและพฤติกรรมของผู้ขับขี่กลับไปให้เมืองด้วย
ทำให้เทคโนโลยีนี้มีความน่าสนใจไม่น้อยหากนำมาใช้จริง เนื่องจากว่า 1 ใน 4 ของอุบัติเหตุจากรถยนต์ที่ถึงแก่ชีวิตนั้นมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด อะไรก็ตามที่สามารถชะลอความเร็วในเขตเมืองได้เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น
อ่านเพิ่มเติม : เผยกล้องจราจรรุ่นใหม่ ไม่ใช่ตรวจจับแค่ความเร็ว แต่ยับคนเมาได้แม่นยำ