โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดรั้ว 5 มหา’ลัยใน “สหราชอาณาจักร (UK)” เข้าเรียนได้โดยไม่ต้องยื่น IELTS

Dek-D.com

เผยแพร่ 02 ส.ค. 2565 เวลา 04.09 น. • DEK-D.com
นอกจาก IELTS สามารถยื่นคะแนนอะไรเพื่อเรียนต่อ UK ได้บ้าง?

Hello! ชาว Dek-Dทุกคนค่ะ หลังจากที่ พี่ปุณได้พาน้องๆ ไปส่องมหา’ลัยในแคนาดาที่เข้าเรียนได้โดยไม่ต้องใช้คะแนน IELTSกันไปแล้ว วันนี้ก็ถึงคราวของ “สหราชอาณาจักร”อีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่มีชาวต่างชาติสนใจอยากไปเรียนต่อมากที่สุดในโลก เพราะนอกจากจะมีการเรียนระบบการศึกษาที่มีคุณภาพแล้ว การเรียนต่อในสหราชอาณาจักรยังใช้เวลาน้อยกว่าหลายๆ ประเทศ อย่างในป.ตรีก็จะใช้เวลาเรียนเพียง 3 ปี และป.โทใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปีเท่านั้น ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันดีกว่าว่าจะมีสถาบันไหนใน UK ที่เข้าเรียนได้โดยไม่ต้องยื่น IELTS บ้าง!

ถ้าไม่ยื่น ‘IELTS’ จะทดสอบความสามารถทางภาษาได้ยังไงบ้าง?

อย่างที่รู้กันดีว่าหลายๆ มหา’ลัยใน UK มักจะเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนที่ใช้ “ภาษาอังกฤษ” แทบทั้งหมด ดังนั้นการวัดระดับความสามารถทางภาษาของนักเรียนต่างชาติจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยการันตีว่าน้องๆ จะผ่านด่านยากๆ และเข้าเรียนในหลักสูตรปริญญาได้ โดยนอกจากคะแนน IELTS ที่นิยมใช้แล้ว ทางมหา’ลัยก็จะมีช้อยส์อื่นๆ ให้ผู้สมัครได้เลือกพิสูจน์ความสามารถทางภาษาดังต่อไปนี้

  • ทำคะแนนสอบช่วงม.ปลายได้มากกว่า 70-75% ขึ้นไป
  • เรียนจบจากสถาบันการศึกษาใน UK
  • ผ่านการสอบสัมภาษณ์หรือสอบข้อเขียนกับทางมหา’ลัย
  • ผ่านการเรียนคอร์สปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ UK 1-2 ปี
  • ผ่านการเรียน Intensive English courses หรือ Pre-sessional English courses ที่ทางมหา’ลัยหรือสถาบันพาร์ตเนอร์จัดไว้ให้

5 มหา’ลัยใน UK เข้าเรียนได้โดยไม่ต้องยื่น IELTS

1. Robert Gordon University (RGU)

มาเริ่มกันที่‘Robert Gordon University’ มหา’ลัยใจกลางเมือง Aberdeen (แอเบอร์ดีน) ประเทศสกอตแลนด์ ที่มีชื่อเสียงด้านการวิจัยและเป็นแหล่งรวมนักวิจัยระดับโลกในหลายสาขา โดยเฉพาะด้าน Business และ Gas and Oil Engineering อีกทั้งยังมีหลักสูตรทันสมัยที่ติดอันดับต้นๆ ในด้าน Accounting and Finance, Business Management, และ Tourism and Hospitality Management อีกด้วย

ในส่วนของการสมัครเรียน ถ้านักศึกษาต่างชาติคนไหนได้รับการตอบรับเข้าเรียนในระดับปริญญา แต่ติดปัญหาเรื่องผลคะแนนภาษาอังกฤษหรือผลสอบ IELTS ไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ก็สามารถลงเรียนใน ‘Pre-sessional English Programme’ คอร์สเรียนระยะสั้น 10-15 สัปดาห์ของทางมหา’ลัยที่จะช่วยอัปสกิลในด้านวิชาการและภาษาอังกฤษ บอกเลยว่าใครชื่นชอบงานวิจัยคือพลาดไม่ได้เลย!

เว็บไซต์มหาวิทยาลัย

2. University of Essex

มาต่อกันกับอีกหนึ่งสถาบันดังในอังกฤษอย่าง‘University of Essex’ ที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น Top 30 ของมหา’ลัยที่ดีที่สุดใน UK จาก The Complete University Guide 2022 โดยนอกจากมหา’ลัยแห่งนี้จะมีทั้งหลักสูตรปริญญาทั่วไปและหลักสูตรการวิจัยที่ได้คุณภาพแล้ว ก็ยังมีคอร์สเฉพาะทางหลากหลายสาขาที่น่าเรียนมากๆ ไม่ว่าจะเป็นสาขากฎหมาย (Laws), สิทธิมนุษยชน (Human rights), หรือบริหารธุรกิจ (MBA)

และสำหรับใครที่ยังไม่ได้เตรียมตัวสอบ IELTS, TOEFL, หรือ Pearson แต่ต้องการเข้าเรียนต่อในปีนี้ ก็สามารถเลือกลง Pre-Sessional English Language (PSE) courses ของทางมหา’ลัย ซึ่งถ้าใครสอบผ่าน ทำคะแนนได้ตามเงื่อนไขก็มีสิทธิ์เลือกเรียนในหลักสูตรปริญญาที่ตั้งใจไว้ได้เลย

เว็บไซต์มหาวิทยาลัย:

3. Sheffield Hallam University

‘Sheffield Hallam University’เป็นหนึ่งในมหา’ลัยที่ใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดในสหราชอาณาจักร โดยเหตุผลหลักที่ทำให้นักศึกษาต่างชาติเลือกมาเรียนต่อก็เพราะที่สถาบันแห่งนี้มีหลักสูตรชั้นนำให้เลือกหลากหลายทั้ง Health and Social Care, Teaching Training, และ Sport and Physical Activity แถมยังมีโครงการฝึกงานที่ได้รับการรับรองจากองค์กรใหญ่ๆ อีกหลายแห่ง

ซึ่งแน่นอนว่าการจะเรียนต่อระดับปริญญาในมหา’ลัยแห่งนี้ได้ นักศึกษาทุกคนจะต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดี โดยถ้าใครไม่มีผลสอบ IELTS มายืนยันความสามารถทางภาษา ก็ต้องลงเรียนใน “หลักสูตร Teaching English to Speakers of Other Languages หรือ TESOL” เพื่ออัปสกิลให้พร้อมสำหรับหลักสูตรที่ยากยิ่งขึ้นไป เรียกได้ว่าเป็นคอร์สติวเข้มแบบเร่งรัดที่มีประสิทธิภาพมากๆ เลยล่ะค่ะ

เว็บไซต์มหาวิทยาลัย

4. University of Warwick

โพลในปี 2023 QS World University Rankings ได้จัดให้ ‘University of Warwick’เป็นสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุดอันดับ 64 ของโลก ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าแม้จะเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน (ปี 1965) แต่ระบบการเรียนการสอนของก็ได้มาตรฐานและมีความหลากหลาย โดยหลักสูตรต่างๆ จะถูกแบ่งออกเป็น 3 คณะหลัก ได้แก่ Arts, Science, Engineering and Medicine, และ Social Sciences นอกจากนี้ยังมีสถาบันวิจัยอีกกว่า 50 แห่ง พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่ก้าวหน้าและทันสมัยไม่แพ้มหา’ลัยไหนๆ ใน UK

ส่วนเรื่องการสมัครเรียนก็ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะถ้าใครผ่านการเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษมาเกิน 1-2 ปีหรือมีประกาศนียบัตรรับรองจาก ‘Pre-sessional English courses’ คอร์สระยะสั้นที่ทางมหา’ลัยเปิดให้ชาวต่างชาติได้เก็บเกี่ยวความรู้ด้านภาษาก็สามารถสมัครเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องยื่นคะแนน IELTS น้องๆ คนไหนสนใจอย่ารอช้า รีบตามไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันได้เลย

เว็บไซต์มหาวิทยาลัย

5. Birmingham City University

ปิดท้ายกันไปด้วย ‘Birmingham City University’ มหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ใน Birmingham (เบอร์มิงแฮม) เมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศอังกฤษ โดยสาขาวิชายอดฮิตของมหา’ลัยแห่งนี้ก็คือสาขาวิศวกรรม (Engineering), สาขาสื่อและการสื่อสาร (Media and Communication) รวมไปถึงสาขาศิลปะและการออกแบบ (Arts and Design)

นอกจากนี้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทางมหา’ลัยยังเปิดหลักสูตรใหม่ๆ ที่เน้นการพัฒนาความรู้ในด้านเทคโนโลยีเพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบันอีกด้วย ซึ่งถ้าใครอยากสมัครเรียนในปีนี้ แต่ยังไม่ได้สอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษไว้ ก็สามารถลงเรียนใน ‘Pre-sessional English and Academic Skills courses’ คอร์สติวเข้มด้านภาษาแบบเร่งรัดของทางมหา’ลัยก่อนได้เลย รับรองว่าจบจากหลักสูตรนี้ไปน้องๆ จะต้องพร้อมสำหรับการเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาอย่างแน่นอน

เว็บไซต์มหาวิทยาลัย

ทั้งหมดนี้ก็คือ“5 มหา’ลัยใน UK ที่น้องๆ สามารถเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องยื่น IELTS”ซึ่งต้องบอกเลยว่าแต่ละมหา’ลัยก็จะมีความพิเศษ และระบบการเรียนการสอนที่โดดเด่นแตกต่างกันไป แต่โดยส่วนใหญ่ก็จะมีคอร์สปรับพื้นฐานให้ชาวต่างชาติที่กำลังจะเข้าเรียนในระดับปริญญาได้มาเตรียมความพร้อมและอัปสกิลความรู้ด้านภาษากันให้แข็งแรงกว่าเดิม ใครมีแพลนเรียนต่อ UK ก็จดชื่อมหา’ลัยเหล่านี้ใส่ลิสต์ไว้ได้เลย!

สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"

ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D

  • Website: www.dek-d.com/studyabroad
  • Twitter: @tornokandcourse
  • IG: @tornokandcourse
  • Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...