โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : รู้จักและเข้าใจ มะเร็งปากมดลูก

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2567 เวลา 22.19 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2567 เวลา 15.19 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

มะเร็งปากมดลูกคืออะไร เกิดจากสาเหตุใด และมีวิธีป้องกันอย่างไร

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ ศ.พญ.สฤกพรรณ วิไลลักษณ์ ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

โรคมะเร็งปากมดลูกเป็นเนื้องอกชนิดเนื้อร้ายที่บริเวณปากมดลูก มีการเปลี่ยนแปลงจากปากมดลูกธรรมดาไปเป็นเนื้องอกชนิดร้าย เรียกว่า “โรคมะเร็งปากมดลูก”

โรคมะเร็งปากมดลูกไม่ได้ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ แต่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (Human Papilloma Virus : HPV) จะมีส่วนของกรรมพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนิดหน่อย ตรงที่ว่าถ้ากรรมพันธุ์ของคนไหนที่มีแนวโน้มติดเชื้อไวรัสง่าย มีการเปลี่ยนแปลงจากไวรัสง่าย คนนั้นก็อาจจะเป็นมะเร็งปากมดลูกง่ายขึ้น แต่ไม่ได้มีสาเหตุโดยตรงจากกรรมพันธุ์

โรคมะเร็งปากมดลูกเกิดจากสาเหตุใด

สาเหตุที่แน่ชัดของโรคมะเร็งปากมดลูกเกิดจากไวรัสเอชพีวี (HPV : Human Papilloma Virus)

ไวรัสเอชพีวีทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตัวเซลล์ของปากมดลูก กลายเป็นระยะก่อนมะเร็ง และมะเร็งปากมดลูกได้

ไวรัสเอชพีวีติดต่อโดยการสัมผัส ส่วนใหญ่คือเพศสัมพันธ์ เพราะการสัมผัสในที่นี้คือสัมผัสแล้วพื้นผิวที่สัมผัสมีรอยแผลรอยถลอกด้วย เพราะไวรัสตัวนี้จะเข้าไปติดเชื้อที่เยื่อบุผิวชั้นล่าง แต่ถ้าคนนั้นไม่มีแผลเลย นำไวรัสเอชพีวีเข้าไปแปะก็ไม่ติด เพราะฉะนั้นเอชพีวีจึงเป็นไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และพบมากที่สุดในโลกด้วย

“มะเร็งปากมดลูก” ไม่ใช่ว่าปากมดลูกปกติแล้วเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วกลายเป็นมะเร็งชั่วข้ามคืน แต่ไวรัสเอชพีวีจะเข้าไปแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเซลล์ของเยื่อบุปากมดลูกให้กลายเป็นระยะก่อนมะเร็ง ใช้ระยะเวลานาน 5-10 ปี ถึงจะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูก

ระยะก่อนมะเร็ง ระยะเป็นมะเร็ง ต่างกันอย่างไร

“ระยะก่อนมะเร็งปากมดลูก” ก็คือไม่ใช่มะเร็ง เป็นเซลล์ที่ผิดปกติ หรือเนื้อเยื่อปากมดลูกผิดปกติ แต่ว่าเป็นเฉพาะที่ ไม่มีความประพฤติแบบที่จะลุกลามหรือแพร่กระจาย

ในขณะที่ “มะเร็งปากมดลูก” นอกจากโตโดยไร้การควบคุมแล้วยังลุกลามและแพร่กระจายด้วย

นี่คือข้อแตกต่างของระยะก่อนมะเร็งและมะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก พบในผู้หญิงช่วงอายุไหน ?

มะเร็งปากมดลูกพบได้บ่อยในผู้หญิงช่วงอายุ 40-50 ปี

ส่วนระยะก่อนมะเร็งปากมดลูก ช่วงอายุที่พบบ่อยประมาณ 30-40 ปี หมายความว่าอาจจะได้รับเชื้อไวรัสเอชพีวีขณะที่อายุประมาณ 20 ปี และกลายเป็นระยะก่อนมะเร็งช่วงอายุ 30-40 ปี

ถ้าปล่อยไว้ ตรวจไม่พบ หรือไม่ได้รักษาก่อนระยะเกิดมะเร็ง ก็จะกลายเป็นมะเร็งปากมดลูกช่วงอายุ 40-50 ปี

พฤติกรรมเสี่ยงทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก มีอะไรบ้าง

1. มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย (น้อยกว่า 20 ปี) ช่วงนั้นเยื่อบุปากมดลูกยังไม่ค่อยแข็งแรง เอื้อต่อการโจมตีจากไวรัสเอชพีวี ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นระยะก่อนมะเร็ง และระยะมะเร็งได้ง่าย

2. มีคู่นอนหลายคน จะมีโอกาสรับเชื้อไวรัสเอชพีวีเข้ามาในตัวแล้วเกิดเรื่องทีหลังได้

3. การสูบบุหรี่ “นิโคติน” เอื้อให้ปากมดลูกมีการเปลี่ยนแปลงระยะก่อนมะเร็งและระยะมะเร็งปากมดลูกได้ง่าย

เข้าห้องน้ำสาธารณะ มีความเสี่ยงติดเชื้อเอชพีวีหรือไม่ ?

การเข้าห้องน้ำสาธารณะมีความเสี่ยงติดเชื้อเอชพีวีแต่น้อยมาก

หมายความว่าในห้องน้ำสาธารณะก็อาจจะมีเชื้อเอชพีวี แต่ว่าเชื้อเอชพีวีติดจากการสัมผัส และไม่ได้ติดกันง่าย ๆ

การป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง

สามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ 2 อย่าง

1. ป้องกันที่สาเหตุ โดยการฉีดวัคซีนป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี

2. ตรวจให้พบตั้งแต่ระยะก่อนมะเร็งและรักษาหรือทำลาย เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้กลายเป็นมะเร็งปากมดลูก

การป้องกันการเกิดโรคร้ายได้ก่อน ย่อมเป็นผลดีต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตในอนาคต

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ “ชัวร์ก่อนแชร์”

1. ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : รู้จักและเข้าใจ มะเร็งปากมดลูก

2. ชัวร์ก่อนแชร์ FACTSHEET : วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก หรือ วัคซีน HPV

3. ชัวร์ก่อนแชร์ : วัคซีน HPV มีอันตราย จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...