โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากข้อจำกัด สร้างโอกาสใหม่อสังหาฯ ผุดบ้านหรูขนาดเล็ก

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 พ.ค. 2567 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2567 เวลา 03.12 น. • The Bangkok Insight

ไขรหัสโครงการบ้านหรูขนาดเล็ก จากข้อจำกัดของพื้นที่ ที่ไม่สามารถพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ คอนโดมิเนียม นำไปสู่การสร้างบ้านหรูระดับราคา 40-50 ล้าน

ที่ดินบางทำเลในกรุงเทพมหานคร อาจจะไม่สามารถพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ หรืออาคารสูงได้ ทั้งด้วยข้อจำกัดในเรื่องความกว้างของถนนหรือซอยที่เป็นทางเข้า-ออกของที่ดินซึ่งอาจจะเล็กเกินไป จนไม่สามารถสร้างอาคารสูง หรือโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ได้ หรือมีทางเลี้ยวที่เป็นปัญหา ในกรณีที่ต้องสร้างอาคารขนาดใหญ่เพราะรถขนาดใหญ่ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้

บ้านหรูขนาดเล็ก

นอกจากนี้ยังเรื่องของผังเมือง ที่อาจมีข้อจำกัดในการพัฒนาอาคารสูง และอาคารขนาดใหญ่ หรืออาจจะเป็นที่ดินที่มีปัญหากับชุมชนรอบข้างถ้าพัฒนาเป็นอาคารสูง รวมไปถึงขนาดของที่ดินที่มีในมือมีจำกัดไม่สามารถขยายที่ดินที่มีอยู่ได้แล้ว เพราะติดเรื่องของที่ดินรอบข้าง หรือราคาที่ดินรอบข้างสูงเกินไป

การซื้อที่ดินเพิ่มเติมเพื่อขยายให้ขนาดของที่ดินใหญ่ขึ้นเป็นไปได้ยาก แต่ที่ดินที่มีอยู่ในมือของผู้ประกอบการก็ไม่สามารถปล่อยไว้ให้เป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า หรือไม่อาจทำเป็นไม่สนใจที่ดินเมื่อมีการนำเสนอเข้ามาขายได้ เนื่องจากเป็นที่ดินที่อยูในทำเลที่มีศักยภาพ เพียงแต่ติดขัดในเรื่องต่าง ๆ ที่กล่าวไปแล้ว

ที่ดินที่อาจจะมีข้อจำกัดในการพัฒนา ก็ไม่ได้หมายความว่า ที่ดินลักษณะนี้จะไม่สามารถพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทใด ๆ ได้ ผู้ประกอบการที่มีที่ดินลักษณะนี้ในมือ ก็อาจจะนำมาพัฒนาเป็นโครงการบ้านจัดสรรขนาดเล็ก หรือโครงการคอนโดมิเนียมที่เป็นอาคารที่มีความสูงไม่เกิน 8 ชั้น ซึ่งสามารพัฒนาได้ เมื่อพิจารณาทั้งในเรื่องของกฎหมาย และความเหมาะสมทางการตลาด

แต่ก็มีผู้ประกอบการบางราย ที่เลือกที่จะนำที่ดินลักษณะแบบนี้ มาพัฒนาเป็นโครงการบ้านหรูขนาดเล็ก หรืออาจจะพัฒนาเป็นบ้านเพื่อขาย 1 ยูนิตหรืออาจจะ 2-3 ยูนิต หรือมากกว่านี้ก็จะไม่เกิน 10 ยูนิต โดยราคาขายอาจจะมากกว่า 40 - 50 ล้านบาทต่อยูนิตขึ้นไป

และที่น่าสนใจ คือ บางยูนิตหรือบางโครงการขนาดเล็กเหล่านี้ ปิดการขายหรือแทบจะไม่มียูนิตเหลือขาย หลังจากเปิดขายแบบเป็นทางการไม่นาน เพราะความน่าสนใจของโครงการ ชื่อเสียงของผู้ประกอบการ รวมไปถึงรูปแบบของโครงการที่มีความน่าสนใจ และจับกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุดทั้งในเรื่องของรสนิยม และความเป็นส่วนตัว

ผู้ประกอบการที่เปิดขาย หรือมีข่าวว่าจะพัฒนาโครงการประเภทนี้ เท่าที่มีการเปิดเผยออกมานั้น เช่น

1. บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ประกาศมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2566 แล้วว่าจะมีการเปิดขายโครงการ 95E1 (ไนน์ตี้ไฟว์ อีสต์วัน) ซึ่งมีเพียง 10 ยูนิต ลราคาขายเริ่มต้นที่ 100 ล้านบาทต่อยูนิตในทำเลซอยโยธินพัฒนา 3

2. บริษัท สิงห์เอสเตท จำกัด (มหาชน) กับโครงการ LA SOIE de S Sukumvit 43 (ลาซัวว์ เดอ เอส สุขุมวิท 43) กับบ้านหรู 2 ยูนิตในซอยสุขุมวิท 43 ด้วยราคาขาย 550 ล้านบาทต่อยูนิต

3. บริษัท เอสพีเจ แลนด์ จำกัด พัฒนาโครงการ Lavista Prestige Village Ekkamai 10 (ลาวิสต้า เพรสทีจ วิลเลจ เอกมัย 10) ราคาขายเริ่มต้น 80 ล้านบาทกับบ้านหรู 7 ยูนิต

4. บริษัท อาลียาห์ คอร์ป จำกัด พัฒนาโครงการ ALIYAH RESERVE ( อาลียาห์ รีเซิร์ฟ) บ้านเดี่ยว 5 ยูนิตบนทำเลพัฒนาการด้วยราคาขายเริ่มต้นที่ 218 ล้านบาทต่อยูนิต

5. บริษัท เอแลนด์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด กับโครงการ Atelier Residence (อเทลิเยร์ เรสซิเดนซ์) บ้านเดี่ยวในซอยสหการประมูล วังทองหลาง กับราคาขายเริ่มต้นที่ 138 ล้านบาทกับบ้านจำนวน 8 ยูนิต

6. บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดตัวโครงการ ELSE (เอลส์) ซึ่งจะมีหลายทำเล โดยปัจจุบันออกข่าวว่าจะมี 5 ทำเล ซึ่งโครงการนี้จะเป็นบ้านเดี่ยวราคาเริ่มต้น 29 ล้านบาทต่อยูนิตกับจำนวนบ้าน 3 – 7 ยูนิตต่อโครงการ

โครงการรูปแบบนี้ อาจจะมีให้เห็นไม่มากนัก แต่หลาย ๆ โครงการบ้านหรูขนาดเล็ก ก็ได้รับความสนใจ และมีการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อเฉพาะกลุ่ม ซึ่งอาจจะต้องการความเป็นส่วนตัว และไม่ได้สนใจในเรื่องของพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพราะตัวบ้านมีความปลอดภัย ทั้งในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย และสามารถจัดหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เอง ถ้าไม่ได้มีรั้วรอบโครงการ

นอกจากนี้ ถ้าราคาไม่สูงเกินไป ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ซื้อในโครงการจะเป็นญาติพี่น้อง หรือคนที่รู้จักกัน ซึ่งยิ่งสร้างความเป็นส่วนตัว และกลายเป็นสังคมเฉพาะกลุ่มมากขึ้นไปอีก

ผู้ประกอบการบางราย อาจจะเริ่มเห็นความต้องการของบ้านรูปแบบนี้ จึงเริ่มมีการพัฒนาโครงการรูปแบบนี้ออกมามากขึ้น และลดราคาลงมาให้เข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อกว้างขึ้น โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ จะประสบความสำเร็จมากกว่าผู้ประกอบการรายเล็ก หรือรายที่ไม่เคยมีโครงการรูปแบบนี้มาก่อน เพราะผู้ซื้อต้องการความมั่นใจว่าโครงการจะออกมาตรงกับที่เห็นทั้งในแบบ และบ้านตัวอย่าง

บทความโดย สุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...