โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบไต๋กลโกง แอปฯดูดเงิน

BT Beartai

อัพเดต 21 พ.ค. 2567 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 12.25 น.
แบไต๋กลโกง แอปฯดูดเงิน

ในไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายคนคงได้เห็นข่าวเกี่ยวกับเสี่ยเต่าบินที่ถูกผู้หญิงหลอกให้โหลดแอปที่ดูดเงินจากบัตรเครดิต ทำให้สูญเสียเงินไปหลายแสนบาท สาวคนนี้อ้างว่าให้เสี่ยถ่ายรูปบัตรเครดิตธนาคารสีเขียว แล้วโหลดแอปลงเครื่องของเสี่ยเพื่อควบคุมระยะไกล ทำให้สามารถดูดเงินจากเหยื่อโดยไม่รู้ตัว

มิจฉาชีพสามารถทำได้โดยใช้การควบคุมระยะไกลเพื่อรูดบัตรเครดิตแลกเงินผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศ และสามารถดูรหัส OTP จากเครื่องที่ควบคุมอยู่ เมื่อควบคุมได้แล้ว มิจฉาชีพยังสามารถทราบรหัสปลดล็อกแอปธนาคาร ทำให้ในรอบที่สองสามารถปลดล็อกแอปและใช้ชำระบัตรเครดิตของเสี่ยได้โดยไม่ต้องโอนเงินสดไปยังบัญชีของตนเอง เนื่องจากการโอนเงินสดเกิน 50,000 บาทต้องใช้การแสดงหน้ายืนยันตัวตน แต่การโอนเพื่อตัดบัตรเครดิตในชื่อตนเองไม่ต้องใช้การสแกนหน้า

ในวันเกิดเหตุ เสี่ยเต่าบินมีความผิดพลาดใหญ่หลวงที่ไม่ได้ล็อครหัสหน้าจอมือถือ ซึ่งหมายความว่าเพียงแค่สไลด์ขึ้นก็สามารถเข้าถึงหน้าจอได้ทันที เนื่องจากเสี่ยไม่ได้ตั้งล็อคหน้าจอไว้ ทำให้มือถือสามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่มีการป้องกัน เมื่อเสี่ยหลับ สาวคนนี้สามารถเข้าถึงมือถือได้ง่ายดาย โดยเธอได้ลงลิงก์และติดตั้งโปรแกรมจากภายนอก Store ซึ่งเรียกว่าไฟล์ APK หรือแม้แต่บน iOS เธอสามารถติดตั้งแอปที่ไม่ได้มาจาก App Store ได้ เนื่องจากการไม่มีการล็อคหน้าจอ ทำให้เธอสามารถเข้าถึงและดำเนินการติดตั้งโปรแกรมเพื่อดูดเงินจากแอปธนาคารได้

สรุปแล้ว ความผิดพลาดหลักของเสี่ยเต่าบินคือการไม่ตั้งรหัสล็อคหน้าจอ ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่มิจฉาชีพใช้ในการเข้าถึงข้อมูลและทำธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ต้องรู้รหัส 6 หลักของแอปธนาคาร

ดูดเงินด้วยแอปทำอย่างไร

ในกรณีการโอนเงินที่เกิดขึ้น มิจฉาชีพมักจะใช้แอปปลอมเพื่อดักจับข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น รหัส OTP (One-Time Password) หรือ PIN ที่ใช้ในการเข้าแอปธนาคาร โดยแอปปลอมนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการดักจับข้อมูลเหล่านี้เพื่อใช้ในการโอนเงิน แอปปลอมจะทำงานอย่างไร

  • ดักจับ OTP: แอปปลอมจะดักจับ OTP โดยการถ่ายภาพหน้าจอของอุปกรณ์ทุก ๆ 3-5 วินาที หรือเมื่อมีข้อความ OTP เข้ามา แอปจะทำการแคปหน้าจอทันที ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูล OTP ได้ง่ายดาย
  • เก็บข้อมูล PIN: แอปปลอมบางครั้งจะให้ผู้ใช้ตั้ง PIN ซึ่งผู้ใช้ส่วนมากมักจะตั้ง PIN ที่เหมือนกับ PIN ของแอปธนาคารจริง เนื่องจากความสะดวกและความจำ ทำให้แฮกเกอร์สามารถรู้ PIN ของแอปธนาคารได้

เป้าหมายของการติดตั้งแอปปลอมเหล่านี้คือการดักจับและรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการโอนเงิน โดยที่เหยื่อไม่รู้ตัว ทำให้มิจฉาชีพสามารถเข้าถึงบัญชีธนาคารและทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย แอปปลอมสามารถถูกติดตั้งได้หลายวิธี แต่วิธีที่คลาสสิคที่สุดที่มิจฉาชีพมักใช้คือการส่ง SMS ที่มีลิงก์แปลก ๆ มาให้เหยื่อ ตัวอย่างเช่น

  • ข้อความเกี่ยวกับการยืนยัน: เช่น “WhatsApp ของคุณต้องการ Verify” โดยมีลิงก์ให้คลิกเพื่อยืนยันบัญชี
  • ข้อความเกี่ยวกับการจัดส่งสินค้า: เช่น “shipment ของคุณไม่สามารถถูกจัดส่งได้เพราะที่อยู่ผิด” และมีลิงก์ให้คลิกเพื่อแก้ไขที่อยู่
  • ข้อความที่สร้างความกังวล: เช่น “บัญชีธนาคารของคุณมีการใช้งานผิดปกติ” หรือ “คุณต้องลงแอปเพื่อรักษาความปลอดภัยของบัญชี”

เมื่อเหยื่อคลิกลิงก์ใน SMS เหล่านี้ มักจะถูกนำไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ดูเหมือนเว็บไซต์จริง และถูกหลอกให้ดาวน์โหลดแอปปลอมที่ไม่ได้มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หลังจากติดตั้งแอปปลอมนี้จะทำหน้าที่ดักจับข้อมูลสำคัญ เช่น OTP และ PIN ดังที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

สรุปแล้ว วิธีการที่มิจฉาชีพใช้เพื่อติดตั้งแอปปลอมมักจะเริ่มต้นจากการส่ง SMS ที่มีลิงก์แปลก ๆ ซึ่งทำให้เหยื่อตกใจหรือเกิดความกังวลและคลิกลิงก์นั้น ทำให้มิจฉาชีพสามารถติดตั้งแอปปลอมและขโมยข้อมูลสำคัญได้

วิธีป้องกันแอปดูดเงิน

เรามาพูดถึงข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ป้องกันตัวเองได้จริง ๆ เพราะคนส่วนมากที่โดนหลอกมักจะได้รับ SMS ที่มีลิงก์แปลก ๆ แนบมาด้วย เมื่อกดลิงก์เหล่านี้ มักจะเกิดสิ่งต่อไปนี้ เช่นแฮกเกอร์หรือมิจฉาชีพจะส่ง SMS ที่มีลิงก์แปลก ๆ มาให้เรา ลิงก์เหล่านี้เมื่อกดเข้าไป มักจะพาเราไปยังหน้าเว็บที่ดูเหมือนจริง เช่น การแจ้งเตือนจากธนาคารหรือบริการต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายให้เราทำตามที่ลิงก์นั้น ๆ บอก เช่น กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือแอด LINE ซึ่งเมื่อแอดไปแล้ว พวกเขาจะเริ่มใช้เทคนิค Social Engineering เพื่อหลอกให้เราให้ข้อมูลสำคัญ ตัวอย่างที่เห็นบ่อย ๆ คือ

  • การแอด LINE: ลิงก์ใน SMS จะพาไปยังแอปพลิเคชัน LINE และให้เราแอดเพื่อน ซึ่งเป็นมิจฉาชีพที่รอหลอกลวงเรา
  • การใช้ Social Engineering: มิจฉาชีพจะสร้างสถานการณ์หลอกล่อให้เราส่งข้อมูลสำคัญ เช่น การยืนยันบัญชี WhatsApp โดยขอให้เราส่งข้อมูลส่วนตัวต่างๆ

เพื่อป้องกันตัวเองจากการตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์โดยการส่งลิงก์ปลอมผ่าน SMS เราจะสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

  • ระมัดระวังลิงก์ใน SMS: หากได้รับ SMS ที่มีลิงก์แปลก ๆ เช่น การยืนยันบัญชี WhatsApp หรือการแจ้งปัญหาเกี่ยวกับการจัดส่ง อย่าคลิกลิงก์นั้นทันที ควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อน
  • เช็ค URL ให้ถี่ถ้วน: หากลิงก์ที่ได้รับมาเป็นลิงก์ย่อ (เช่น bit.ly) อย่าเชื่อทันที ลิงก์ย่อเหล่านี้สามารถพาไปยังเว็บไซต์ใดก็ได้
  • อย่าแอด LINE จากลิงก์แปลก ๆ: ถ้าคลิกลิงก์แล้วระบบพาไปยังแอปพลิเคชัน LINE เพื่อให้เพิ่มเพื่อน อย่าแอดเพื่อนนั้น เพราะมิจฉาชีพจะใช้ LINE ในการหลอกลวงเพิ่มเติม
  • ระวังการใช้ Social Engineering: มิจฉาชีพมักจะใช้เทคนิค Social Engineering สร้างสถานการณ์ที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อหลอกล่อให้เราส่งข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลการยืนยันตัวตน, ข้อมูลบัญชีธนาคาร, หรือรายละเอียดส่วนตัวอื่น ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการป้องกัน

  • ใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA): เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองขั้นตอนในทุกบัญชีออนไลน์ที่รองรับ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
  • อัพเดตซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้รับการอัปเดตล่าสุดเสมอ
  • ระวังการติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่รู้จัก: อย่าดาวน์โหลดหรือติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หากมีข้อสงสัย ควรดาวน์โหลดแอปจาก Play Store หรือ App Store เท่านั้น
  • ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสและมัลแวร์: ใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสและมัลแวร์ที่มีคุณภาพ และสแกนอุปกรณ์ของคุณอย่างสม่ำเสมอ

การจัดการกับข้อมูลส่วนตัว

  • อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขที่บัตรประชาชน, ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือรหัสผ่านกับคนที่ไม่รู้จักหรือไม่แน่ใจ
  • ตรวจสอบแหล่งข้อมูล: หากต้องการตรวจสอบข้อมูลของบริษัทหรือบริการต่าง ๆ ให้ตรวจสอบจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการ

กรณีถูกหลอกสามารถทำอย่างไรได้บ้าง

  • รีบติดต่อธนาคาร: หากสงสัยว่าข้อมูลบัญชีธนาคารถูกขโมย ให้รีบติดต่อธนาคารทันทีเพื่อระงับบัญชีและป้องกันการสูญเสียเงิน
  • เปลี่ยนรหัสผ่าน: หากคุณให้ข้อมูลรหัสผ่านหรือข้อมูลที่สำคัญไป ให้เปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องทันที
  • แจ้งความ: แจ้งเหตุการณ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจหรือหน่วยงานดูแลด้านไซเบอร์

การตระหนักถึงความเสี่ยงและการปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้สามารถช่วยลดโอกาสในการตกเป็นเหยื่อของการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...