โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หนี้รัก พันธะหัวใจ โดย ติญญา

นิยาย Dek-D

อัพเดต 08 ธ.ค. 2566 เวลา 14.10 น. • เผยแพร่ 08 ธ.ค. 2566 เวลา 14.10 น. • ติญญา
เขาคิดว่าผู้หญิงยากจนคนนั้นจะมาจับน้องชาย เลยเอาตัวเข้าขวาง เพื่อป้องกันสถานการณ์ แต่ผลกลับกลายเป็นว่ายิ่งใกล้เธอมากเท่าไหร่ หัวใจของเขายิ่งถลำลึกล้ำลงเรื่อยๆ

ข้อมูลเบื้องต้น

หนี้รัก พันธะหัวใจ

ติญญา

โยธัตมีน้องชายคนเดียวชื่อว่ายติ
มิยามีน้องชายคนเดียวชื่อว่าเมษ
ทั้งคู่ต่างทำหน้าที่ของพี่ที่ดี และทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องน้องของตัวเอง
โยธัตจำเป็นต้องแต่งงานกับมิยาเพราะอยากกันน้องชายออกจากเธอ
เขาคิดว่าเธอไม่สวย ไม่น่ารัก ไม่มีเสน่ห์ของผู้หญิง
แต่เมื่อต้องมาอยู่ด้วยกัน หัวใจของเขากลับหวั่นไหวมากขึ้นเรื่อยๆ
มิยาจำเป็นต้องแต่งงานกับโยธัตเพราะต้องการเงินไปรักษาน้องชาย
เธอคิดว่าโยธัตเป็นผู้ชายที่แย่ นิสัยไม่ดี เจ้าอารมณ์
แต่เมื่อต้องมาอยู่ด้วยกัน หัวใจของเธอกลับหวั่นไหวมากขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งคู่จะรู้ตัวเมื่อไหร่ว่า… หนี้ที่เคยคิดว่าเป็นแค่เงิน ไม่ได้มีค่าอะไร
บัดนี้ ได้กลายเป็น หนี้รัก พันธะหัวใจ เสียแล้ว

1/1

ชายหนุ่มที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ยาวคนนั้นมีบางอย่างในบุคลิกที่น่าดึงดูดอย่างเห็นได้ชัด จุดเด่นบนใบหน้าเห็นจะเป็นนัยน์ตายาวรีที่มีรอยเกียจคร้านปนขี้เล่นอยู่ลึกๆ ผมสะบัดปลายสลวยระท้ายทอยกลมกลืนไปได้ดีกับวงหน้ารูปยาวได้สัดส่วนที่มีผิวสีน้ำตาลละเอียดคล้ายกาแฟใส่นมเจือจาง… ทีท่าที่เจ้าตัวทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างขนาดใหญ่กรุกระจกใสเนื้อบางบอกให้รู้ว่ากำลังคิดอะไรบางอย่าง

“แล้วตกลงคุณสาโรจน์… ออกไปแล้วใช่ไหมครับ” คำถามดังมาจากชายหนุ่มอีกคนในห้อง เขาคนนี้มีผิวขาวสะอาด และนัยน์ตาดำคมมั่นคงผิดกับท่าทางฉาบฉวยของคนแรก หากแม้จะดูแตกต่างด้วยบุคลิก แต่สัดส่วนหลายๆ อย่างบนใบหน้าของคนทั้งคู่กลับคล้ายคลึงกันอย่างเห็นได้ชัด

“เออ… เซ็งเลยฉัน นานๆ จะมีเลขาฯ ดีๆ แบบนี้สักคน สงสัยจะต้องทำงานคนเดียวแล้วมั้งคราวนี้”

“ไม่เห็นยาก พี่โยก็หาเลขาฯ ใหม่ไงครับ เลือกผู้หญิงสวยๆ เก่งๆ สักคน… เอาให้แจ๋วไปเลย”

เจ้าของชื่อ ‘พี่โย’ ทำหน้าเบื่อกับคำแนะนำนั้น

“ไม่เอาดีกว่า… ทำงานคนเดียวก็ได้ ไม่เห็นแปลกอะไร…”

แววตาของอีกฝ่ายคล้ายกำลังชั่งใจบางอย่าง… แต่แล้วในที่สุด เขาก็ตัดสินใจว่าคงจะต้องพูด

“ผมมีเลขาฯ จะเสนอ… พี่โยสนใจไหม”

ประโยคนี้ทำให้คนถูกถามชะงัก หากเพียงครู่เดียว เขาก็ทอดตัวลงนอนตามสบายเช่นเดิม คิ้วยาวเข้มเลิกขึ้นเมื่อถาม

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย… บอกไว้ก่อน ผู้หญิงไม่เอานะ ทำงานช้า แล้วเรื่องมาก ไม่ชอบ”

“ผู้หญิงครับ…” เป็นคำตอบที่ทันกัน… “แต่รับรองได้ คนนี้ไม่เหมือนใคร ผมว่าพี่โยน่าจะเข้ากับเธอได้…”

อีกฝ่ายชะงักอีกครั้ง ครั้งนี้ยาวนาน…

เขาหรี่นัยน์ตาครุ่นคิด ความที่สนิทสนมรู้ใจกันดีทำให้เขาพอจะเดาได้ว่า ‘ผู้หญิงคนนั้น’ เป็นใคร

“ผมชอบผู้หญิงคนนี้จริงๆ ครับ”

“เธอไม่เหมือนใครเลย”

“เธอเป็นคนดีมาก เฉยๆ แต่มีเสน่ห์… ผมว่าเธอเป็นคนน่าสนใจ” ฯลฯ

นั่นคือเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘หล่อน’ ที่เขาได้ยินเรื่อยมา ผู้หญิงที่ ‘ยติ’ น้องชายคนเดียวของเขากำลังให้ความสนใจในขณะนี้…

รูปใบหนึ่งถูกร่อนมาตรงหน้า… อย่างช้าๆ ที่ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วคีบมันขึ้นมา ถามอย่างเกียจคร้านว่า

“ใคร…”

“มิยาครับ…” เป็นคำตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความ และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้รู้ว่า ‘ผู้หญิงคนนั้น’ ชื่อ ‘มิยา’

อย่างเร็วๆ ที่ชายหนุ่มปรายตามองคนในรูปผ่านๆ…

หญิงสาวคนหนึ่ง หน้าตาเฉยเมยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา… ผมยาวรวบเรียบไปด้านหลังเปิดให้เห็นวงหน้ารูปรีบอบบาง นัยน์ตาดำขลับที่มองมามีประกายเฉยเมยแกมเศร้า จมูกโด่งเล็กๆ และริมฝีปากบอบบางสีอ่อนจนแทบจะกลืนไปกับใบหน้า…

จะว่าไป เมื่อมองโดยรวมแล้ว หล่อนก็เป็นหญิงสาวที่ดูหมดจดดี แต่ถึงอย่างนั้น ชายหนุ่มกลับคิดว่าใบหน้านั้นขาดอะไรบางอย่างไป ทำให้หล่อนขาดเสน่ห์ และไม่ชวนให้มองซ้ำ

“ถามจริงๆ เถอะ…” เขาลากเสียงช้าชัด นัยน์ตาหรี่ลงครุ่นคิด “นายจริงจัง?”

แววตาของยติไม่หวั่นไหวแม้แต่น้อย…

“ครับ… คนนี้แหละ ผมมั่นใจแล้ว”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อได้ยินคำตอบ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบรูปใบนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง ครั้งนี้ดูอย่างละเอียด… และจริงจัง

สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดของเขา และยติก็คือ ความเป็น ‘วศินธร’ ทายาทของศูนย์การค้าชื่อดัง The Definite ซึ่งมีหลายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทุกสาขาทำกำไรได้ดี และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ด้วยคอนเซ็ปท์ ‘บริการเป็นเลิศ’ ที่วิศวะ วศินธร บิดาของเขา และยติเป็นผู้วางรากฐานไว้

ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะโหวงอยู่ลึกๆ ในใจ เมื่อนึกถึงข่าวใหญ่ครึกโครมที่สุดเมื่อห้าปีที่ผ่านมา วิศวะ วศินธร เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางเครื่องบินกะทันหัน ธุรกิจพันล้านสะดุดอย่างน่าตกใจ อย่างไรก็ตาม เขารอบคอบพอที่จะทำพินัยกรรมไว้เรียบร้อย จึงไม่มีปัญหาเรื่องการแก่งแย่งใดๆ มรดกทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน คือ 30 เปอร์เซ็นต์เป็นของลูกชายคนโต โยธัต วศินธร 30 เปอร์เซ็นต์เป็นของลูกชายคนเล็ก ยติ วศินธร และอีก 40 เปอร์เซ็นต์สำหรับภรรยา… วิสา วศินธร

“แล้วพี่โย… คิดยังไงครับ…”

“มองมุมไหนก็ไม่สวย…”

“ผมก็ไม่ได้บอกว่าสวย…”

“แล้วทำไมสน” เป็นคำถามที่ทันกัน “เห็นแฟนเก่านายมีแต่สวยๆ ทั้งนั้น ยัยมิยาอะไรนี่หน้าจืดเหมือนปลาสำลักน้ำ”

1/2

ยติสะดุ้ง รู้มานานแล้วว่าพี่ชายปากจัด แต่ก็ไม่คิดว่าจะจัดถึงขนาดนี้

”พูดยากครับ…” เขาลากเสียง “มีอะไรบางอย่างในตัวผู้หญิงคนนี้ที่ผมอธิบายไม่ได้ พี่โยต้องลองเจอเธอเองแล้วจะเข้าใจ อีกอย่าง พี่น่าจะรู้ว่าผมไม่เคยสนใจผู้หญิงแค่ที่ความสวย”

โยธัตนิ่งไปอีกครั้ง เขากำลังคิด… ว่าควรจะพูดออกไปหรือไม่ ว่าข่าวคราวของ 'ผู้หญิงคนนั้น' ที่เขาได้ยินเป็นเช่นไร

“อ๋อ ยัยมิยา จนนี่หว่า ปอกลอกน้องชายนายหมดตัวแล้วมั้งป่านนี้”

“เฮ้ย หลอกจับชัดๆ มาปลาตายน้ำตื้นแบบนี้เสียชื่อแย่ มึงช่วยดูๆ น้องหน่อย เดี๋ยวนี้เพื่อนฝูงพูดอะไรมันไม่เชื่อแล้ว ติดผู้หญิงน่าดู มึงเป็นพี่… เผื่อจะพูดอะไรได้บ้าง”

“แม่มึงกลุ้มแทบตายแล้วมั้ง เห็นเขาว่าเมื่อเร็วๆ นี้ ไอ้ยะเพิ่งให้เงินเจ้าหล่อนไปสามแสน ไม่รู้จะได้คืนรึเปล่า ผู้หญิงอะไรไม่รู้ ฉลาดชะมัด” ฯลฯ

ทุกความเห็นที่ได้ฟังทำให้เขานึกไม่ชอบหล่อนเอาเสียเลย เพราะรู้ดีว่ายติจะถูก ‘จับ’ ได้จากสิ่งไหน ฝ่ายนั้นมีจิตใจอ่อนโยนขี้สงสาร และหล่อนคงเห็นจุดนี้เอง จึงใช้เป็นเครื่องมือในการดึงน้องชายของเขาไว้

อย่างไรก็ตาม ลึกในความรู้สึก โยธัตก็ยังแปลกใจเมื่อได้เห็นภาพถ่ายของหล่อน… เขาเคยคิดว่าหล่อนน่าจะเป็นผู้หญิงเปรี้ยว… ท่าทางมีเสน่ห์พอสมควร เพราะจะว่าไป ยติก็เป็นผู้ชายที่หน้าตาดีไม่น้อย ดังนั้น เมื่อได้เห็นผู้หญิง ‘หน้าจืดเหมือนปลาสำลักน้ำ’ ความรู้สึกจึงออกจะแปลกอยู่มาก… ในสายตาของเขา หล่อนไม่ใช่สเป็คของยติ และแน่นอนไม่ใช่สเป็คของเขา แท้จริงหล่อนไม่ใช่สเป็คของใครเลย… ก็แค่ผู้หญิงหน้าตาจืดๆ ท่าทางธรรมดาๆ ไม่มีอะไรที่โดดเด่น ไม่มีเลย…

ก็แล้วหล่อนมีดีอะไรจึงจับหัวใจฝ่ายนั้นไว้ได้

แปลบลึกอยู่ในหัวใจกับความคิดนั้น… หรือว่ายติจะโดนหลอก

ความคิดนี้ทำให้เขาถามออกไปทันควัน

“แล้วเขาจะมาเริ่มงานเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ครับ…”

“ก็น่าสนใจ…” น้ำเสียงนั้นประชดชัด จนยติอดรนทนไม่ไหว

“ผมไม่รู้ว่าพี่โยไปฟังอะไรมาบ้าง แต่… มิยาไม่ได้คิดจะจับผมอย่างที่ใครๆ คิด ผมต่างหากที่ชอบเธอฝ่ายเดียว พูดจริงๆ แล้วมิยาก็เป็นผู้หญิงน่ารักมาก ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่ข่าวมันออกไป”

“ก็… ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ” โยธัตย้ำช้าๆ ด้วยประโยคเดิม บอกตัวเองว่า คนกำลังหลงแบบนี้ คงต้องปล่อยไปสักพักก่อน ตอนนี้เขาจะพูดอะไรก็คงไม่มีประโยชน์ อีกฝ่ายคงไม่ยอมเข้าใจแน่

“ผมรู้ว่าพี่โยคิดอะไรอยู่ แต่ผมขออย่างเดียว อย่ามองมิยาในแง่ร้าย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นเลย"

ไม่มีคำตอบ อาการทอดตัวลงนอนเหยียดยาวดูคล้ายไม่ใส่ใจอะไร ยติมองเสี้ยวหน้าคมคายที่เห็นเพียงเสี้ยวจมูกโด่ง เพราะผมยาวๆ ปิดหน้าปิดตาเสียหมด… แล้วถอนใจ

เขารู้ดีว่าโยธัตห่วงเขาเสมอ ในฐานะพี่ชายคนเดียว ฝ่ายนั้นคอยปกป้องดูแลเขาเรื่อยมา เช่นเดียวกับครั้งนี้

"อย่าห่วงเลยครับ…" น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเมื่อนึกถึงความเป็นห่วงเป็นใยที่ได้รับเสมอมา และเมื่อนึกถึง 'ประสบการณ์' ที่อีกฝ่ายเคยได้รับ "มิยาไม่เหมือน 'เจน'…แน่ๆ"

นัยน์ตายาวรีตวัดมองรวดเร็ว… กระแสจากนัยน์ตาบอกชัดถึงความเจ็บลึก หากเพียงครู่เดียว รอยนั้นก็จางหายไป พร้อมเสียงหัวเราะลึกๆ ในคอ

“นี่” น้ำเสียงนั้นเข้ม “ฉันจะบอกอะไรให้นะ ผู้หญิงเหมือนกันทุกคน… ไว้ใจไม่ได้ เชื่อไม่ได้ทั้งนั้น"

"อย่าเอาผมไปเปรียบเทียบกับพี่… เราคนละคนกัน และมิยาก็ไม่ใช่ 'เจน'"

ดูเหมือนชื่อ 'เจน' จะสร้างความปั่นป่วนในใจให้ชายหนุ่มได้ไม่น้อย โยธัตลุกขึ้นนั่ง… มองน้องชายคนเดียวอยู่เป็นครู่ ก่อนจะหัวเราะเสียงปร่าๆ

"ว่าแล้วเชียว พี่น้องกัน… เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆ ด้วย จะโดนหลอกก็ต้องโดนเหมือนกัน" น้ำเสียงนั้นคล้ายจะล้อ หากลึกในแววตากลับเต็มไปด้วยรอยลึกซึ้งจริงจัง "เอาเป็นว่านายพร้อมแล้ว เพราะงั้น… ฉันก็คิดว่าไม่ต้องปิดบังอะไรอีก จะบอกให้รู้ไว้นะ มีคนมาบอกฉันว่าผู้หญิงคนนี้ปอกลอกนาย… ว่านายหลงไม่ลืมหูลืมตา เมื่อก่อนฉันยังเชื่อครึ่งๆ แต่ตอนนี้ คิดว่าเชื่อแล้ว”

1/3

“มิยาไม่ได้ปอกลอกผม…" ยติเถียงทันที "แล้วผมก็ไม่ได้ 'หลง' ผมรักเขา”

โยธัตนิ่งไปครู่หนึ่ง คล้ายกำลังชั่งใจว่าควรพูดหรือไม่… หากเมื่อเห็นท่าทางของอีกฝ่าย เขาก็ตกลงใจว่าคงจะต้องพูดให้เด็ดขาดกันไป

“แล้วเงินสามแสนที่ใครๆ พูดกัน… นายให้เขาไปจริงหรือเปล่า”

เจอคำถามนี้ ยติถึงกับอึ้ง เขาชะงัก ย้อนถามว่า…

“ใครบอกพี่โย”

“พูดงี้แปลว่าจริงล่ะสิ”

“ผมไม่จำเป็นต้องอธิบาย”

“ก็ไม่ได้บอกให้อธิบาย แค่รู้ว่าเขาเอาเงินนายไปสามแสน แค่นี้ก็มากพอ”

“ครอบครัวของมิยามีปัญหา” คำพูดนั้นหลุดออกมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ

“อ่าฮะ” โยธัตเลิกคิ้ว น้ำเสียงประชด “บ้านมีปัญหา พี่ป่วย แม่ตาย พ่อสาบสูญ น้องเป็นมะเร็ง สูตรสำเร็จมากๆ ขาดอะไรอีกเนี่ย…”

“ผมพูดไป พี่โยก็คงไม่เข้าใจ” ยติสั่นศีรษะไปมาอย่างเหนื่อยใจ เพราะรู้ดีว่าพี่ชายของเขาคิดอย่างไร โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ 'ประสบการณ์' ของตัวเอง โยธัตเป็นคนมีบาดแผล สิ่งนั้นทำให้เขามองทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตด้วยสายตาหวาดระแวงไปหมด “ผมว่ารอดูด้วยตัวเองดีกว่า แล้วพี่จะรู้ว่ามิยาไม่ได้เป็นอย่างที่พี่คิดเลย”

“ได้ ฉันจะคอยดู” โยธัตตอบกลับอย่างมาดมั่นเช่นกัน ใช่แล้ว เขาจะคอยดูว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนแบบไหน หล่อนอาจจะหลอกคนใจอ่อนอย่างยติได้ แต่ไม่ใช่คนแข็งอย่างเขา คนที่เคยผ่านประสบการณ์ร้ายๆ มาแล้วแน่… เขามั่นใจ

โยธัตแตะปลายมือเพียงหลวมๆ ที่พวงมาลัย… นัยน์ตามองไปตามถนนที่แน่นขนัดไปเสียทุกที่อย่างนึกเบื่อหน่าย… เขาตะแคงข้อมือดูนาฬิกา แล้วนึกไม่สบายใจ เขานัดกับ ‘แม่สา’ ไว้ตอน 6 โมง ขนาดรีบออกจากที่ทำงานตั้งแต่ 5 โมงเศษ แต่ก็ยังเกือบจะไม่ทัน…

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มเอื้อมมือไปกดปุ่มรับ เดาว่าเป็น ‘แม่สา’ แล้วก็ใช่จริงๆ

“โย อยู่ไหนแล้วลูก ใกล้ถึงหรือยัง” เสียงใสๆ เจื้อยแจ้วมาตามสาย

"จะถึงแล้วครับ ถ้าแม่สาจะตั้งข้าว ก็ตั้งได้เลย อีกประมาณ 15 นาที…"

“อย่าเพิ่งทานข้าวเลยลูก ทานของว่างเสียก่อน วันนี้แม่ทำขนมจีบไส้ปลา จำได้ว่าโยชอบไม่ใช่หรือ” น้ำเสียงนั้นอาทรรักใคร่เป็นนักหนา และโยธัตก็สัมผัสได้… เขายิ้มอ่อนโยน

"ได้ครับ… จะไปพิสูจน์ฝีมือแม่สาด้วยว่ายังเหมือนเดิมหรือเปล่า”

หลังวางสายโทรศัพท์ ชายหนุ่มหันมาให้ความสนใจกับถนนหนทางตรงหน้า รถติดเป็นสายยาวไม่ต่างอะไรกับทุกวัน กรุงเทพฯ น่าเบื่ออย่างนี้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าวันนั้นฝนตก…

โยธัตถอนใจยาว… และอย่างรวดเร็วที่ห้ามตัวเองไม่ทัน วงหน้ารูปไข่ของหญิงสาวสวย ผิวพรรณขาวละเอียดดุจนมสด นัยน์ตากลมโตอ่อนหวานรับกับรอยยิ้มที่ริมฝีปากหยักได้รูปสวย ผ่านเข้ามาในความทรงจำ

‘เจนรัศมิ์’ ผู้หญิงคนเดียวที่เขาเคยหลงรัก… และทุ่มเทหัวใจให้

แปลบลึกในหัวใจเมื่อนึกถึงวาจาสุดท้ายของหล่อน ที่เขาจำได้แม่นยำ

“อายุเราสองคนยังน้อยเกินไป เจนว่าเราดูๆ ไปก่อนดีไหม ยังไงขอเจนเรียนปริญญาโทเสียก่อน จบเมื่อไหร่ โยบินไปแต่งงานกับเจน… แหวนวงนี้ เจนจะเก็บไว้ดูต่างหน้าโย ดีไหมคะ ส่วนวงนี้ โยเก็บไว้ดูต่างหน้าเจน”

แล้วหล่อนก็จากเขาไปไกลถึงอังกฤษ เพื่ออนาคตของหล่อน และเพื่อปริญญาโทที่หล่อนหมายมั่น หากโยธัตยังคงมั่นคงกับหล่อน เขาเฝ้ารอคอยวันที่จะ ‘บินไปแต่งงานกับหล่อน’ อย่างที่หล่อนเคยบอก… เคยสัญญาไว้

รอยยิ้มเยาะๆ ถูกจุดขึ้นที่มุมปาก โยธัตหัวเราะลึกๆ ในคอเมื่อนึกถึงความจริงที่เขาได้รับเกี่ยวกับหล่อน… ความจริงที่ทำให้เขาเจ็บปวดจนวันนี้

อย่างลืมตัวที่ชายหนุ่มเอื้อมมือไปแตะแหวนทองคำขาววงบางที่สวมอยู่ที่นิ้วชี้… ก่อนหน้านี้ เขาเคยสวมมันที่นิ้วนาง… เพราะเชื่อเสมอว่าสักวันหนึ่งจะได้ครองคู่กับหล่อน แต่เมื่อความจริงปรากฎ… ทุกอย่างก็สิ้นสุดลง แม้ความรู้สึกที่มีให้หล่อนจะยังคงอยู่ หากมันก็กลายเป็นความเจ็บร้าวอย่างยิ่งยวดเมื่อตระหนักได้ว่าคงไม่มีวันที่เขากับหล่อนจะลงเอยกันได้อีกแล้ว… เขาโง่เกินไป ไว้ใจหล่อนเกินไป จึงต้องถูกหลอกเช่นนี้…

หากเมื่อใครถามว่า ทำไมเขาจึงต้องสวมแหวนนี้ไว้ทั้งๆ ความรักขาดสะบั้นลงแล้ว ชายหนุ่มมักจะเสหัวเราะแทนคำตอบ หรือไม่ก็เปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องอื่น หากมีเพียงเขาที่รู้ชัดว่า เขาสวมมันไว้เพื่ออะไร

รอยเจ็บควรจะต้องจดจำมิใช่หรือ…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...