โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนสัมภาษณ์ เป็กกี้ ศรีธัญญา เล่าปัญหาชีวิตคู่ ไม่คุยกันเป็นเดือน ก่อนปิดฉากรัก 11 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 ธ.ค. 2566 เวลา 06.21 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2566 เวลา 06.03 น. • The Bangkok Insight

ย้อนสัมภาษณ์ เป็กกี้ ศรีธัญญา เล่าปัญหาชีวิตคู่ สามีติดจักรยานมาก จนไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่พยายามปรับกันมา สุดท้ายปิดฉากรัก 11 ปี

ทำเอาเพื่อนพ้องในวงการและแฟน ๆ ส่งกำลังใจให้ล้นหลาม เมื่อล่าสุด เป็กกี้ ศรีธัญญา ได้ออกมาประกาศว่าตอนนี้เธอได้จบความสัมพันธ์กับสามี ฐากูร ตะเภาพงษ์ ที่มีอายุห่างกันถึง 13 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังเมื่อไม่นานมานี้ ในโลกออนไลน์มีการเปิดเผยอักษรย่อคู่รักคนดัง ประกาศเลิกฟ้าผ่าส่งท้ายปี

เป็กกี้ ศรีธัญญา

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เป็กกี้ เพิ่งควงสามีมาออกรายการ คุยแซ่บShow เปิดใจเล่าชีวิตคู่ของตัวเอง และยอมรับว่ามีปัญหาชีวิตคู่ เพราะสามีติดจักรยานมาก จนทำให้ไม่มีเวลาอยู่ด้วยกัน รวมทั้งมีข่าวว่ามีคู่รักดาราจ่อประกาศเลิกรากันอีกคู่

ที่บอกว่าคุณเป็กกี้งอนหนักมาก แล้วเป็นปัญหาใหญ่ ?

เป็กกี้ : อันนี้เรียกว่าสงครามเย็น ต้องอธิบายอย่างนี้ ตั้งแต่ 10 ปีที่คบกันคุณฐาทำงานกับเป็กตลอด แล้วก็เขาตั้งใจทำหน้าที่ของเขาอย่างดี แล้วมีอยู่วันนึงหลังแต่งงานแล้ว บ้านเสร็จแล้ว เขารู้สึกว่าทุกอย่างมันลงตัวแล้วมั้ง เขาก็เลยไปค้นพบงานอดิเรกอย่างนึง นั่นคือ

ฐากูร : ปั่นจักรยาน ที่เรารู้สึกว่าชอบ แล้วเราแบบมีความสุข จริง ๆ ตอนแรกไปปั่นจักรยานด้วยกัน แต่ว่าด้วยแดดด้วยอะไร เขาเหมือนว่าไม่ชอบ

เป็กกี้ : เป็กเป็นอย่างนี้เวลาเขาไปทำกิจกรรมอะไร โอเคชีวิตคู่เรามีกันอยู่ 2 คน เราก็ไปทำด้วยกัน มันจะได้เป็นกิจกรรมคู่ ก็พยายามไปในทุก ๆ กิจกรรมที่เขาอยากไป กิจกรรมจักรยานก็เคยไปกับเขามา ตอนนั้นไม่ชอบหรอก แต่ยินดีที่จะไป ทีนี้พอไปเขารู้สึกว่าการปั่นตรงนี้ไม่พอ อยากลงถนน เขาก็ชวนไปปั่นที่พัทยา เขาบอกว่าแดดไม่แรง ออก 8 โมงถึง 11 โมง แล้วเรารู้สึกว่าการปั่น 1.แดดด้วย เครียดกลัวหน้าพังด้วยผู้หญิงอะ แล้วอีกประเด็นเวลารองเท้าติดเวลาเราปั่นแล้วเราหมดแรง ขึ้นเนินมันไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มันไม่สามารถสลัดคลีทให้หลุดได้ เราก็บอกว่าพี่ฐาช่วยด้วย 1-2 รอบแรกเขาก็ช่วยอยู่ แต่พอรอบที่ 3 ตอนเขามาช่วยเป็กเห็นสีหน้าเขามันมีความรู้สึกว่า เขาอยากสนุกของเขาแล้วเราเป็นภาระ ไม่รู้จริงไหมนะ แต่ว่าในสายตาเลยรู้สึกว่าไม่ใช่เวย์ของเรา มาแล้วเป็นภาระ กลับมากรุงเทพฯ เป็กขายจักรยานทิ้งเลย

แต่คุณฐายังชอบอยู่ จนการปั่นจักรยานทำให้มีปัญหาชีวิตคู่ ?

เป็กกี้ : มีมาเรื่อย ๆ มันค่อย ๆ มา มีอยู่วันนึงตื่นมาตี 3 จะฉี่แล้วห้องเป็กเป็นสีดำก็ไม่เห็นหรอกว่าอยู่หรือไม่อยู่ แต่ตื่นมาตี 3 พี่ฐาไม่อยู่บ้าน เราตกใจ ไปไหนอะ คิดว่าไปไหน ๆ แล้วข่มตาหลับตื่นมาอีกทีบ่ายโมง เปิดเฟซบุ๊กเขาดู เขาบอกว่าปั่นจักรยานเขาใหญ่มันสนุกและคุ้มค่ากับการมามาก ๆ เลยครับ

ฐากูร : ก็ไม่ได้บอกเขา ทำงานด้วยมันอาจจะลืม

เป็กกี้ : เป็กมั่นใจในตัวพี่ฐาอย่างนึง เขาไม่นอกลู่นอกทางเรื่องผู้หญิง

ฐากูร : มันคือกีฬาที่ผมชอบจริง ๆ แล้วผมเพิ่งไปชอบ เพราะก่อนหน้านี้ผมไม่มีเวลาทำอะไรเลย 1.ทำงาน 2.ทำบ้าน แต่ทีนี้มันถึงช่วงที่ผมอยากจะทำอะไรที่ผมชอบจริง ๆ แล้วที่วันนั้นให้รถกองมารับก็อยู่ด้วยกัน ผมก็บอกเขาว่า พรุ่งนี้มีงานด่วนเข้ามา เธอจะรับไหม แต่ว่ามันอาจจะต้องไปรถคันอื่น

เป็กกี้ : มันเป็นช่วงเวลาช็อก อยู่ดี ๆ ก็บอกว่าเดี๋ยวมีรถกองมารับ

ฐากูร : วันนั้นนั่งอยู่ตรงนี้ด้วยกัน วันรุ่งขึ้นเธอแต่งหน้า แล้วบอกเธอ

เป็กกี้ : อ่อ พรุ่งนี้จะมีรถกองมารับนะ แล้วเรารู้สึกว่าไม่ปรึกษากันก่อนเหรอ เธอไปรถกองได้ไหม หรือว่ารถเรามี เอาคนมาขับรถไหม ไปรถเราเอง เธอจะไปไหนไม้ได้พูด ก็พูดไปเลยว่าเธอไปรถกองนะ เดี๋ยวรถกองมารับ

วันนั้นน้อยใจหรือโมโห ?

เป็กกี้ : รู้สึกแย่ เศร้ามาก แล้วเลือกจักรยานไม่เลือกเรา เราไปทำงานนะ เราไม่ได้ไปเที่ยวนะ

แล้ววันที่เราเห็นเขาไปปั่นจักรยานที่เขาใหญ่เรารู้สึกยังไง ?

เป็กกี้ : รู้สึกแย่นะ แต่ไม่ชวนทะเลาะ พยายามทำความเข้าใจอยู่ แต่ว่าดวงจิตแตกคือวันที่มีรถกองมารับนี่แหละ

ความรู้สึกแบบนี้มันผ่านการเคลียร์มาหรือยัง ?

เป็กกี้ : ผ่านแล้ว กำลังหาวิธีตรงกลางระหว่างกันและกัน ใจเป็กไม่ได้อยากจะห้ามฐานะว่าฐาอย่าไป เห็นเขามีความสุขเราก็ยินดีนะ แต่ในใจของเรา คือบาลานซ์หน่อย อย่าทำให้เรารู้สึกแย่เหมือนทอดทิ้งกัน ตรงนี้ทำงานนะ เอาเงินมาใช้ด้วยกัน อย่าทำแบบให้เรารู้สึกว่า เลือกทางนั้น ทิ้งเราไปเลย แบบเธอไปทำอะไรเธอก็ไป มันรู้สึกอย่างนั้น

ฐากูร : จริง ๆ มันเป็นแค่แมชต์เดียว เราวางแพลนไว้แล้ว แล้ววันนั้นผมถามเขา เขาจะรับไหมงานนี้ ก็ถามก่อน

ก่อนหน้านี้มีคุยกันไหม ?

ฐากูร : ไม่ค่อยคุยกัน

เป็กกี้ : ใช้วิธีเงียบ

ฐาเองก็มีมุมน้อยใจเป็กกี้เหมือนกัน ?

ฐากูร : ผมคอยซัพพอร์ตเขามาตลอด คอยช่วยเขาดูทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้น วันนึงมันถึงจุดที่ชีวิตเรามันมีความสุขมากแล้ว มากจนบางทีเราเลือกมีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ ที่เราพอจะมี คือผมเป็นแบบนั้น

วันนี้เรากลับมาคุยกัน 100% หรือยัง หรือยังมีอะไรคาใจอยู่ ก่อนหน้านี้เป็นเดือนเลยที่ไม่คุยกัน ?

เป็กกี้ : ไม่รู้จะเริ่มต้นที่อะไร 1.ตรงนี้มันไม่มีใครผิดใครถูก เพราะเขาก็อยากไปทำในสิ่งที่เขารัก เป็กก็อยากทำงานแล้วเป็กแค่กังวลเรื่องงาน กลัวไม่มีงาน กลัวเขาไม่รับโทรศัพท์ ไม่รับงานให้เป็ก อาจจะเป็นปมของเป็กก็ได้ เพราะเป็กเองเคยไม่มีเงิน

ก็ยังเห็นใช้ชีวิตด้วยกัน แต่ไม่คุยกัน ตอนนั้นฐาอึดอัดไหม ?

ฐากูร : อึดอัดครับ เศร้า แต่ก็ต้องทำในสิ่งที่เราต้องทำอยู่แล้ว ก็ทำหน้าที่ในสิ่งที่ตัวเองต้องทำ เขาก็ทำหน้าที่ในส่วนของเขา แต่ว่าเราไม่คุยกัน

เป็กกี้ : คุยที่จำเป็น เขาเรียกว่า คุยนะ แต่มันไม่ปกติ

ตอนนี้อยากหาทางแก้ไขปัญหาไหม ?

เป็กกี้ : อยากให้มันดีกว่าเดิมแหละ สุดท้ายก็อยากให้เขามีความสุขในพื้นที่ของเขา มีความสุขในกิจกรรมที่เขาจะทำ ตัวเป็กเองก็ต้องหาในวันที่เขาไม่อยู่ ในวันที่ไม่มีเขาให้ตัวเองโอเค มันถึงจะโอเค

เคยมีปัญหาแล้วคิดจะเลิกกันไหม ?

เป็กกี้ : ของเป็กไม่มี แต่แค่รู้สึกเหนื่อย

ฐากูร : ไม่มีครับ ไม่เคยคิดจะเลิกอยู่แล้ว แค่แบบว่าคุยกันยังไม่ค่อยลงตัวในเรื่องที่เราคุยกันนี่แหละ

เป็กกี้ : คนดูอยู่คงตลก แต่อย่าลืมนะ ชีวิตคู่น้อยนิดมหาศาลนะ ในวันทำงานเราไปด้วยกัน แต่อย่าลืมนะในวันทำงาน นั่งรถไปด้วยกันเป็กหลับ ไปถึงสตูฯ เป็กลงทำงาน เขาก็ทำบัญชีส่ง ทำหน้าที่ของเขา แล้วขึ้นรถกลับมาบ้าน อาบน้ำ นอน เป็นกิจวัตรแบบนี้ เพราะเป็กเองก็เหนื่อยแล้วออกจากสตูฯ เป็นแบบนี้ในวันทำงาน พอวันหยุดปุ๊บสมัยก่อนก็จะมีกิจกรรมไปทำนู้นทำนี่ด้วยกัน แต่หลังจากที่เขามีกีฬาที่เขาชื่นชอบ พอวันหยุดปุ๊บ เขาก็จะหายไปเลย ทุกวันหยุด ทุกรอบ แต่เขาก็ถามนะก่อนไป ว่าเธอจะทำอะไรไหม เราก็บอกว่าไม่ได้ทำอะไร อยู่บ้านแหละ ก็เข้าใจเขานะ เขาทำงานมาทั้งวีคแล้ว วันหยุดเขาคงอยากไป แต่นี่คือความรู้สึกของเป็ก เราเคยทำกิจกรรมด้วยกันมาตลอด แล้วอยู่ดี ๆ วันนึงในทุก ๆ วันหยุดเขาหายไปเลย ของเป็กมันก็โหว่ ก็พยายามสู้กับตัวเองอยู่ตรงนี้

ฐากูร : ผมพยายามให้มันลงตัว ไปแค่ช่วงเช้า พอเที่ยงจบกลับมาคุณจะไปไหนไหม บางทีก็ถามก่อนว่าจะไปไหนไหมถ้าไม่ไปผมก็จะไปทำสิ่งที่ผมอยากทำนะ แต่ก็ถามก่อน

อะไรที่เป็นจุดยึดเหนี่ยวของคู่เราที่ยังจับมือและไปต่อ ?

ฐากูร : จริง ๆ ก็ความรักที่เรามีให้กัน ถ้ามันยังมีให้กันอยู่ทุกสิ่ง ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ ถ้าเขาพูดว่าฐาเลิกปั่นจักรยานได้ไหม เขาพูดแค่นี้ ผมก็หยุดเลย

อยากบอกอะไรกันและกันไหม ?

ฐากูร : วันไหนที่เธอรู้สึกว่าสิ่งที่นี่ทำแล้วไม่โอเค เธอบอกเลย พูดตรง ๆ ว่าไม่ไหว

เป็กกี้ : ใครจะไปพูดได้ พูดไม่ได้หรอก เพราะถ้าพูดได้ เป็กพูดไปแล้ว เราก็เห็นว่ามันเป็นความสุขของเขา เราจะพูดได้เหรอ เราต้องไม่พูด และประเด็นสำคัญคือเขาต้องเวทให้เป็น พี่ฐาเป็นโรคแบบรักอะไรแล้วไปสุด แต่ว่าตอนนี้โอเคแล้ว ใช้เวลาปรับกันมาก่อนจะมาออกคุยแซ่บ แล้วช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้รายการคู่มาเยอะมาก แล้วมู้ดจากที่เราดีกลายเป็นไม่ดีเลย เราเคยไปไหนมาไหนด้วยกัน ช่วงนี้เราไม่เหลือความสวีทให้กันเลย เขาสวีทให้จักรยานตลอด ก่อนจะถึงตอนนี้พยายามบาลานซ์กันแล้ว โอเคดีขึ้น แต่ก่อนหน้านี้ความรู้สึกแบบดิ่ง ๆ แต่ก็พยายามจะสู้ พยายามจะเข้าใจกับมันว่านี่คือสิ่งที่เขารัก ก็ดีนะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไปกับผู้หญิงคนอื่น เขาไปเล่นกีฬาของเขา

ฐากูร : รู้สึกไม่ดีเลย ที่เขาเสียใจ แต่ว่าพยายามจะปรับให้มันโอเค

แน่ใจนะว่าปั่นแค่จักรยานไม่มีผู้หญิง ?

ฐากูร : แน่ใจครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...