ลูกหนี้หายใจคล่องอีกนิด ยืดเวลาจ่ายขั้นต่ำ บัตรเครดิต 8% ไปถึงสิ้นปี 68
แบงก์ชาติ ผ่อนปรนอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำของ บัตรเครดิต ให้ยังคงอยู่ที่ 8 % ออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปี 2568 จากเดิมที่กำหนดให้อัตราดังกล่าวกลับสู่เกณฑ์ปกติที่ 10% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568
โดยเมื่อวันที่ 2 ส.ค.2567 คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ยิ่งขึ้น โดยมีเกณฑ์ผ่อนชำระขั้นต่ำ (minimum payment) ของ บัตรเครดิต ดังนี้
- ผ่อนปรนอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำของบัตรเครดิต โดยกำหนดให้ยังคงอยู่ที่ร้อยละ 8 ออกไปอีก 1 ปี จนถึงสิ้นปี 2568 จากเดิมที่กำหนดให้อัตราดังกล่าวกลับสู่เกณฑ์ปกติที่ร้อยละ 10 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เพื่อช่วยลดภาระการจ่ายชำระหนี้และรักษาสภาพคล่องให้ครัวเรือนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามและประเมินผลของมาตรการอย่างใกล้ชิด เพื่อพิจารณาอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำที่เหมาะสมต่อไป
- ลูกหนี้ที่ผ่อนชำระหนี้ขั้นต่ำมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 8 จะได้รับเครดิตเงินคืนเทียบเท่าดอกเบี้ยร้อยละ 0.5 ของยอดค้างชำระ สำหรับครึ่งปีแรก และร้อยละ 0.25 สำหรับครึ่งปีหลัง ของปี 2568 โดยได้รับคืนทุก 3 เดือน เพื่อจูงใจให้ลูกหนี้ปิดจบหนี้เร็วขึ้นและมีภาระดอกเบี้ยทั้งสัญญาลดลง
- ลูกหนี้ที่เดิมจ่ายขั้นต่ำที่ร้อยละ 5 แต่ไม่สามารถจ่ายได้ถึงร้อยละ 8 สามารถใช้สิทธิปรับโครงสร้างหนี้ก่อนเป็นหนี้เสีย โดยเปลี่ยนประเภทหนี้ของบัตรเครดิตไปเป็นสินเชื่อระยะยาว (term loan) เพื่อจ่ายชำระเป็นงวด โดยลูกหนี้จะยังมีโอกาสได้สภาพคล่องจากวงเงินบัตรเครดิตส่วนที่เหลือ ทั้งนี้ ธปท. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตต้องเสนอเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์แก่ลูกหนี้เพิ่มเติมด้วย
ส่วนสาเหตุที่ไม่ปรับลดไปที่ 5% นั้น รายงานข่าวจากธปท. ระบุว่า เนื่องจากลูกหนี้ส่วนใหญ่ (เกินกว่า 90% ของลูกหนี้ทั้งหมด) สามารถจ่าย minimum payment ได้เกิน 8% และการปรับลด minimum payment ลงไปที่ 5% จะส่งผลให้ปิดจบหนี้ได้ช้าลง และภาระดอกเบี้ยที่ลูกหนี้ต้องจ่ายจะสูงขึ้น
ตัวอย่าง ยอดหนี้บัตรเครดิต 30,000 บาท และจ่าย minimum payment ที่ 5% เมื่อเทียบกับการจ่าย minimum payment ที่ 8% จะทำให้ลูกหนี้มีภาระที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้น จากประมาณ 5,700 บาท เป็น 10,200 บาท และใช้เวลาปิดหนี้นานขึ้นจาก 5 ปี เป็น 8 ปี