โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว ‘One for the Road’ เดินทางบนถนนแห่งความทรงจำ

TODAY

อัพเดต 14 ก.พ. 2565 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 07.39 น. • workpointTODAY

การนั่งดู One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ ภาพยนตร์ที่เรารอคอยจะชมมาแรมปีตั้งแต่ได้เข้าฉาย และ รับรางวัล World Dramatic Special Jury Award: Creative Vision จากเทศกาล Sundance เหมือนกับการ์ได้นั่งในบาร์ จิบ ดื่ม ดาวน์ ค็อกเทลแก้วแล้วแก้วเล่า

One for the Road เป็นเรื่องราวของ‘อู๊ด’ (ไอซ์ซึ - ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ที่ป่วยเป็นมะเร็งและต้องการเดินทางทริปสุดท้ายก่อนตาย เขาขอให้ ‘บอส’ (ต่อ - ธนภพ ลีรัตนขจร) เพื่อนรักขับรถไปทั่วไทยเพื่อคืนของให้กับ‘แฟนเก่า’ อย่าง ‘อลิซ’ (พลอย หอวัง) ‘หนูนา’ (ออกแบบ - ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง) และ ‘รุ้ง’ (นุ่น - ศิรพันธ์ วัฒนจินดา)

One for the Road เปิดร้านต้อนรับเราด้วยบรรยากาศสลัว เสียงเพลงดังก้อง และค่อย ๆ เสิร์ฟเรื่องราวให้เราทีละเรื่องเหมือนได้ดื่มค็อกเทลหลายแก้วต่อกันเป็นชุด ประเดิมแก้วแรกรสชาติที่คุ้นลิ้นกับความหวานเปรี้ยวฟีลกู้ดของ Alice’s Dance ต่อด้วยรสซ่าขมปนหวานของ Noona’s Tear แวะข้างทางจิบยาดองของแรง ก่อนจะทำเราเซกับรสชาติที่แอบคาดไม่ถึงของ After the Rain และดึงเรากลับมาด้วย New York (turns) Pattaya Sour แก้วใหญ่เบิ้ม ปิดท้ายด้วย Chemotherapy ที่ขมแต่มี after taste เจือหวานอยู่ปะแล่ม ๆ

แต่ไม่ว่าจะยังไงสิ่งที่ One for the Road มีคือรสชาติที่แตกต่างอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับภาพยนตร์ Bucket List ทั่วไปคือการแสดงให้เห็นถึงความตายที่ไม่ใช่เรื่องสวยงาม เต็มไปด้วยการให้อภัยเสมอไป และการบิดมุมมองความฟีลกู้ดที่ตัวละครจะได้สมหวังแม้จะในช่วงสั้น ๆ เพื่อที่จะจากไปอย่างเป็นสุข ให้กลายเป็นความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ผ่านตัวละครสีเทาที่ทำให้คนดูรู้สึกหวานอมขมกลืนอย่างอู๊ด ทั้งเอาใจช่วยให้เขาทำภารกิจสำเร็จ แต่ก็อดประนามความเห็นแก่ตัวของตัวละครที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้จากไปแบบใจสงบในใจไม่ได้ ก็เพิ่มรสความขมให้เรื่องแต่ก็ชวนให้สดชื่นไม่น้อย

นอกจากนี้เรายังได้เห็น collaboration ที่ลงตัวระหว่างสไตล์ของ บาส-ณัฐวุฒิ ผู้กำลกับและร่วมเขียนบท และ หว่องกาไว ด้วยพล็อตที่ดรามาติก บทที่ถึงจะดูธรรมดาแต่ก็ยังมีลูกเล่นให้รู้สึกมีความเกินจริงนิด ๆ เล่าผ่านดนตรีที่ประสานไปกับการเล่าเรื่อง แสงนีออนที่เร่งเร้า แต่มีความเหงากระจายตัวอยู่เต็มพื้นที่ ยิ่งดูไปก็ยิ่งหลงรักพระเอกตัวจริงของเรื่องซึ่งก็คืองานภาพ องค์ประกอบศิลป์ และฉากที่สวยงามและเล่าเรื่องได้อย่างหมดจดทุกเฟรมตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง

ค็อกเทลจะอร่อยมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับรสชาติที่ผู้ชมชอบ  สำหรับเราเมื่อดื่มมากขนาดนี้ ในสองชั่วโมงกว่า จึงไม่แปลกที่ทิศทางของการขับขี่ในโร้ดทริปนี้จะทำให้รู้สึกสวิงซ้ายขวาไปบ้าง และเมื่อถึงปลายทางก็อดไม่ได้ที่จะเสียดายว่าบางแก้วให้ปริมาณน้อยเกินไป ส่วนบางแก้วไม่น่ายกซดไปมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม One for the Road ก็ยังเป็นภาพยนตร์ที่มีรสชาติโดดเด่นที่น่าจดจำจนน่าจะลองสักแก้วอยู่ดี

ภาพจาก :: GDH

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...