โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“Volvo” ปรับกลยุทธ์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ยกเลิกเป้าหมายขายรถยนต์ EV เต็มรูปแบบภายในปี 2030

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.ย 2567 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2567 เวลา 08.41 น.

"Volvo" ปรับกลยุทธ์ตลาด EV ยกเลิกเป้าหมายขายรถยนต์ EV เต็มรูปแบบภายในปี 2030 ท่ามกลางสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการที่ลดลง

วันที่ 5 กันยายน 2567 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า *Volvo ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสวีเดน ยกเลิกเป้าหมายระยะใกล้ที่จะขายเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยอ้างถึงความจำเป็นในการปฏิบัติได้จริงและยืดหยุ่น ท่ามกลางสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงและความต้องการที่ลดลง*

Volvo เป็นบริษัทในเครือ Geely Holding ของจีน ถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกๆ ที่สัญญาว่าจะเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์ โดยบริษัทระบุว่าเป้าหมายในระยะยาวของบริษัทคือการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตามบริษัทได้ประกาศว่าขณะนี้บริษัทมีเป้าหมายว่ารถยนต์ที่ขายระหว่าง 90% ถึง 100% จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนหรือรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดภายในปี 2030 ในขณะที่สัดส่วนสูงสุด 10% จะเป็นรถยนต์ไฮบริดจำนวนจำกัด

เป้าหมายดังกล่าวเข้ามาแทนที่คำมั่นสัญญาในปี 2564 ที่จะให้กลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Volvo กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในสิ้นทศวรรษนี้

การเคลื่อนไหวดังกล่าวหมายความว่า Volvo เดินตามรอยผู้เล่นในอุตสาหกรรมรายอื่นๆ ในการปรับลดเป้าหมายด้าน EV ของตนลง ผู้ผลิตยานยนต์จากเยอรมนีอย่าง Mercedes-Benz Group และ Volkswagen ต่างประกาศเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ EV ของตนไปก่อนหน้านี้แล้ว

จิม โรวัน ซีอีโอของ Volvo กล่าวว่า“รถยนต์ไฟฟ้ามอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและเพิ่มความเป็นไปได้ในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยปรับปรุงประสบการณ์โดยรวมของลูกค้า อย่างไรก็ตามเป็นที่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ไฟฟ้าจะไม่เป็นไปตามแผน ขณะที่ลูกค้าและตลาดกำลังเคลื่อนไหวด้วยความเร็วในการนำมาใช้ที่แตกต่างกัน”

พร้อมเสริมว่า“เราใช้หลักปฏิบัติจริงและยืดหยุ่น พร้อมทั้งยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมด้านการใช้ไฟฟ้าและความยั่งยืน”

โดยหุ้น Volvo ซื้อขายลดลงมากกว่า 4% ในวันที่ 5 ก.ย.2567

Volvo เปิดเผยว่าส่วนแบ่งของรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 26% ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเมื่อเทียบกับรถยนต์ระดับพรีเมียมอื่นๆ โดย Volvo ระบุว่าส่วนแบ่งของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งหมายถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคิดเป็น 48%

บริษัทเน้นย้ำถึงความท้าทายที่บริษัทต้องเผชิญในเป้าหมายด้านการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยระบุว่าการเปิดตัวโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จที่ล่าช้ากว่าที่คาดไว้ การยกเลิกแรงจูงใจจากรัฐบาลในบางตลาด และความไม่แน่นอนเพิ่มเติมที่เกิดจากภาษีศุลกากรล่าสุดสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในตลาดต่างๆ

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...