โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศึกสีกาสนั่นโซเชียลแย่งหลวงพี่วัดดัง เจ้าตัวปัดไม่ใช่เรื่องจริง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 10 ส.ค. 2567 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2567 เวลา 10.11 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(10ส.ค.67) ที่ วัดดวงแข กทม. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีที่มีการโพสต์ในโซเชียลมีเดียถึงความไม่เหมาะสมระหว่างพระกับสีกาถ่ายภาพคู่กันในกุฏิและรถตู้หลายอิริยาบถ อีกทั้งยังมีแชตสนทนาในเชิงชู้สาว 2 หญิง 1 พระ ลักษณะผู้หญิงแย่งความครอบครองพระเพื่อเป็นเจ้าของ จนสร้างความมัวหมองให้กับวัดดวงแขและพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก

พระครูประพัฒน์เขมคุณ เจ้าอาวาสวัดดวงแข ยอมรับว่าเพิ่งทราบเรื่องเมื่อวานช่วงบ่าย รู้สึกกังวลใจและเวทนากับข่าวที่ทำให้ศาสนาและวัดมัวหมอง เพราะที่ผ่านมาพระรูปดังกล่าวได้บวชกับเจ้าอาวาสรูปก่อน และอยู่ที่วัดนี้มานานกว่า 10 ปี โดยมีพฤติกรรมลักษณะไม่ปฏิบัติตามกิจของสงฆ์ ไม่เคยทำวัตรหรือปาติโมกข์ ทำให้ไม่มีโอกาสได้เจอตัวเพื่อตักเตือน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าผิดวินัยสงฆ์ อีกทั้งยังมีลักษณะเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล เกี่ยวกับการจัดเก็บค่าจอดรถวัด เอาเงินเข้าตัว จนทำให้พุทธศาสนิกชนได้รับความเดือดร้อนมาเป็นเวลานาน พฤติกรรมโดยรวมจึงไม่สมควรที่จะเป็นพระ

พระครูประพัฒน์เขมคุณ กล่าวต่อไปว่า ส่วนเรื่องสีกาก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเข้าหูมาโดยตลอด แต่ไม่มีหลักฐาน เพราะฝ่ายหญิงเป็นแม่ครัวภายในวัด จึงมีโอกาสใกล้ชิดด้วยการถวายอาหารอยู่เป็นประจำ ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ยอมรับว่าไม่มีหลักฐาน แต่จากภาพที่ปรากฏก็เพียงพอที่จะต้องสึกออกจากการเป็นพระ แต่ตกใจเรื่อง 2 หญิง 1 พระ ที่มีการสนทนาในข้อความแชตหยาบคายลักษณะหึงหวง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ตกใจมาก ส่วนรายละเอียดลึกๆยังไม่ทราบ

พระครูประพัฒน์เขมคุณ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้หลังจากเป็นประเด็นข่าว ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยหรือตั้งคณะกรรมการสอบ เนื่องจากพระรูปดังกล่าว ได้หลบหนีออกจากวัดไปตั้งแต่ก่อนเข้าพรรษา ส่วนระเบียบของพระการจะออกจากวัดหรือเข้าวัดต้องรายงานให้เจ้าอาวาสทราบ แต่ครั้งนี้กลับหลบหนีไปจึงไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ใด รวมทั้งกุฏิก็ถูกล็อกไว้ จึงยังไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบ ต้องรอมติของคณะกรรมการ

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ขอให้แยกแยะ ไม่อยากให้เป็นมลทินต่อพุทธศาสนาและวัดดวงแข รวมถึงฝากทั้ง 3 ท่านที่เป็นประเด็น อย่าเอาวัดไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว" เจ้าอาวาสวัดดวงแข ฝากถึงพุทธศาสนิกชน

ด้าน นายสงวน สังฆดิษฐ ไวยาวัจกรวัดดวงแข เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ส่วนตัวไม่มีหน้าที่กำกับดูแลพระสงฆ์ที่จำวัด มีเพียงหน้าที่ดูแลเจ้าหน้าที่และทรัพย์สินของวัด แต่เมื่อมีเจ้าหน้าที่ของวัดเข้าไปเกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ ก็จะต้องตรวจสอบ โดยล่าสุดได้ให้ผู้หญิงในภาพซึ่งเป็นแม่ครัวออกจากวัด หลังจากที่ได้มีการพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริง ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เจ้าตัวปฏิเสธ ซึ่งการกระทำดังกล่าวทางวัดมองว่าไม่เหมาะสม

นายสงวน กล่าวต่อไปว่า โดยที่ผ่านมาทางวัดทราบดีว่าพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายเรื่อง แต่ตนเองไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้เนื่องจากเป็นหน้าที่ของเจ้าอาวาส และก่อนหน้านี้ทราบว่ามีผู้ใหญ่หลายท่านให้การดูแล จนเป็นที่หวาดเกรงของพระด้วยกัน อีกทั้งยังมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสีกาหลายราย แต่ก็ยังไม่มีหลักฐาน จนกระทั่งมาพบกับข้อความแชตที่บ่งชี้ว่ามี 2 หญิง 1 พระ หึงหวงกัน และเชื่อว่า แชตและรูปดังกล่าวต้องหลุดมาจากแม่ครัวที่ถูกไล่ออก เพราะรูปที่โพสต์อยู่ในโทรศัพท์ของเจ้าตัว ถือเป็นข้อมูลส่วนตัวที่คนอื่นไม่น่าจะเอาออกมาได้

ซึ่งหลังการให้สัมภาษณ์ ไวยาวัจกรวัดดวงแข ได้พาทีมข่าวไปดูและถ่ายภาพหน้ากุฏิของพระที่เป็นประเด็น พบว่า ถูกล็อกเอาไว้ด้วยแม่กุญแจ อีกทั้งทีมข่าวและไวยาวัจกรวัดดวงแขได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังแม่ครัวคนดังกล่าว ซึ่งสามารถโทรติดแต่ไม่มีการรับสาย

ต่อมาทีมข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง พระรูปนี้ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดย พระรูปนี้ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นการถูกแอบอ้าง ภาพที่ปรากฏมานั้นเป็นเพียงลูกศิษย์ลูกหาและคนในวัดที่เข้ามาถ่ายรูปอาตมา แต่คนที่เป็นประเด็นก็คือคนในวัดและก็เป็นสีกาที่นำอาหารเข้ามาถวาย

"ดูจากในรูปแล้วอาตมาใส่แค่เพียงอังสะและสบง ซึ่งเป็นรูปที่ไม่เหมาะสม จึงอยากถามกลับว่าเป็นการตั้งใจถ่ายรูปเพื่อมาประจานตัวเองหรือไม่ ภาพทั้งหมดที่ถูกนำลงโซเชียลเป็นการถูกแฮกออกจากสีกาคนดังกล่าว และตอนนี้ก็ทำให้สีกาคนนี้ร้องไห้และเสียใจหนักมากกับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เรื่องนี้อาตมาได้นำข้อมูลทั้งหมดไปแจ้งความไว้แล้ว" พระฉาวรูปนี้ ระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้จำวัดอยู่ที่ใด ทำไมไม่อยู่ที่วัดดวงแข พระรูปนี้ บอกว่า อาตมาจะอยู่ที่วัดให้นักข่าวถ่ายหน้าตัวเองทำไม ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วและไม่ใช่เรื่องจริงเป็นการใส่ร้าย โดยปกติอาตมาจำวัดอยู่ที่วัดดวงแขนี้แหละ จะออกไปไหนได้เพราะช่วงนี้กำลังเข้าพรรษาอยู่ แต่ไม่มีใครทราบเพราะอาตมาไม่ได้บอกใคร

ต่อมา เวลา 14.20 น. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ติดต่อมายัง พระครูประพัฒน์เขมคุณ เจ้าอาวาสวัดดวงแข เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าว โดยเป็นการสนทนาในการดำเนินตามขั้นตอนของกฎระเบียบของสำนักพุทธฯ หลังจากนี้จะต้องขอดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดถึงใบสุทธิพระภิกษุสงฆ์ของพระสุพจน์ ดังกล่าวว่า มาจำวัดอยู่ที่วัดดวงแขตั้งแต่เมื่อไร และผิดกิจสงฆ์ในข้อใดบ้าง

ซึ่งหลังจากนี้ทางสำนักพุทธฯจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมาและจะมีหนังสือส่งมายังทางวัดดวงแข ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการสงฆ์อีกรอบ เพื่อสรุปความผิดของพระสงฆ์ดังกล่าวก่อนจับปาราชิก และทำหนังสือเพื่อยืนยันกับประชาชนว่า วัดและสำนักพุทธไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ส่วนกรณีกุฏิของพระรูปนี้ที่มีการล็อกห้องไว้อย่างแน่นหนา ทางคณะกรรมการของสำนักพุทธจะต้องตรวจสอบข้อกฎหมาย ก่อนที่จะเข้าไปตรวจสอบหารายละเอียดต่างๆภายในห้องกุฏิ

ทีมข่าวได้สอบถาม พระครูประพัฒน์เขมคุณ เจ้าอาวาสวัดดวงแข ว่า พระรูปนี้ยังจำวัดอยู่ที่วัดดวงแขหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จำวัดอยู่ที่วัดดวงแขทุกวัน และเข้าพรรษาจะออกไปไหนได้ ทางพระครูประพัฒน์เขมคุณ ตอบกลับทันทีว่า พระรูปนี้โกหก จะจำวัดอยู่ที่นี่ได้อย่างไรในเมื่อให้พระลูกวัดไปตรวจสอบดูแล้ว และไม่มีใครเห็นหน้าพระมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือนแล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...