โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ็อปคัลเจอร์ หนุน "ซานริโอ-โคนามิ" มูลค่าบริษัทโตพุ่งแซงคู่แข่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ก.ย 2567 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2567 เวลา 08.52 น.

คอลัมน์ : Market Move

ศักยภาพการกระตุ้นเศรษฐกิจของซอฟต์พาวเวอร์นั้นอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผลักดันการขายสินค้า-บริการ หรือการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาตามรอยอย่างที่ผ่านมาแล้ว แต่ล่าสุดยังรวมไปถึงการดึงเม็ดเงินลงทุนให้ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นด้วย หลังซอฟต์พาวเวอร์ของญี่ปุ่นช่วยให้มูลค่าหุ้นของหลายบริษัทในตลาดหุ้นนิกเคอิพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตั้งแต่ระดับสูงสุดในรอบปี ไปจนถึงสูงสุดตลอดกาล

สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า มูลค่าหุ้นของหลายบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมพ็อปของญี่ปุ่นอย่าง ซานริโอ (Sanrio) เจ้าของแคแร็กเตอร์ชื่อดังอย่าง เฮลโลคิตตี้, โคนามิ (Konami) ผู้สร้างเกมคอนทร่า และไซเลนต์ฮิล รวมถึง โตโฮ (Toho) สตูดิโอภาพยนตร์ที่มีผลงานอย่าง ก็อตซิลล่า ไมนัสวัน ต่างมีมูลค่าสูงขึ้นโดดเด่นต่างจากบริษัทในวงการธุรกิจอื่น ๆ ที่อยู่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่นเหมือนกัน ตัวอย่าง เช่น ซานริโอ และโคนามิ ต่างกำลังอยู่ในสถานะหุ้นเติบโตแบบเต็มขั้น หลังเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2024 มูลค่าหุ้นของทั้ง 2 บริษัทพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาล หรือออลไทม์ไฮ โดยซื้อขายกันที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E) สูงถึง 30 เท่า

นอกจากนี้ หุ้นซานริโอมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ในช่วง 29% ขณะที่หุ้นโคนามิ มี ROE อยู่ที่ประมาณ 14% ส่วนหุ้นของโตโฮ วิ่งอยู่ในระดับราคาสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2024

ขณะเดียวกัน หนึ่งในบริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่อย่าง รีโซนา แอสเซต แมเนจเมนต์ (Resona Asset Management) เดินหน้าเก็บหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจด้านพ็อปคัลเจอร์เข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่อง โดย “ฮิโรคิ อิอุระ” หัวหน้าผู้จัดการกองทุนของรีโซนา แอสเซต แมเนจเมนต์ กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทลุยซื้อหุ้นของบริษัท สึบุราย่า ฟีลด์ส โฮลดิงส์ (Tsuburaya Fields Holdings) ผู้ถือลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน แบบต่อเนื่องทุกครั้งที่มูลค่าลดลง

“กระแสความสำเร็จของซีรีส์ย้อนยุค โชกุน (Shogun) ทั้งจากฝั่งผู้ชมและนักวิจารณ์ ซึ่งการันตีด้วยรางวัลเอมมี่ เมื่อรวมกับความสำเร็จของวัฒนธรรมเคพ็อปในสหรัฐเมื่อหลายปีก่อน ทำให้เรามั่นใจว่า ยุคสมัยที่คอนเทนต์ญี่ปุ่นจะแพร่หลายไปทั่วโลกได้มาถึงแล้ว”

สอดคล้องกับข้อมูลของ บริษัทวิจัย ฮิวแมนมีเดีย (Humanmedia) ที่ระบุว่า เมื่อปี 2022 ตลาดคอนเทนต์ญี่ปุ่นในต่างประเทศมีมูลค่า 4.6 ล้านล้านเยน และเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยแรงหนุนจากเกมออนไลน์ และอนิเมะ

ขณะเดียวกัน การเติบโตของบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์เหล่านี้มาจากข้อได้เปรียบที่สามารถสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา ด้วยการให้ลิขสิทธิ์ผลิตและจำหน่ายสินค้า หรือเผยแพร่คอนเทนต์ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งเป็นวิธีสร้างรายได้ที่มีต้นทุนต่ำมากเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น ๆ อย่างการผลิตสินค้า การบริการ ฯลฯ จุดเด่นนี้ช่วยให้บรรดาบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์มีสัดส่วนกำไรจากการดำเนินการสูงกว่าตามไปด้วย

“มาซาฮิโระ ฮาเซกาวะ” เจ้าหน้าที่ของฮิวแมนมีเดีย กล่าวว่า การสร้างรายได้จากลิขสิทธิ์นั้นมีศักยภาพมาก เพราะผู้ถือลิขสิทธิ์ไม่เพียงสร้างรายได้จากคอนเทนต์ใหม่ ๆ แต่ยังสามารถสร้างรายได้จากคอนเทนต์เก่าได้ด้วย ทำให้มีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

โดยซานริโอคาดการณ์ว่า ในปีงบฯปัจจุบัน รายได้จากค่าลิขสิทธิ์แคแร็กเตอร์ต่าง ๆ ทั้งเฮลโลคิตตี้ ชินามอนโรล และอื่น ๆ รวมมากกว่า 450 ตัวละคร จะมีสัดส่วนถึง 46% ของรายได้รวม หลังช่วงที่ผ่านมายอดขายในจีนแผ่นดินใหญ่เติบโตต่อเนื่อง สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจชะลอตัวของแดนมังกร

นอกจากนี้ ซานริโอยังพัฒนากลยุทธ์สร้างรายได้จากลิขสิทธิ์แคแร็กเตอร์แบบใหม่ โดยหันมาใช้ระบบการให้ลิขสิทธิ์แบบเป็นแพ็กเกจรวมหลายแคแร็กเตอร์ในครั้งเดียว ซึ่งช่วยให้แคแร็กเตอร์อื่น ๆ เป็นที่รู้จักและมีความสามารถในการสร้างรายได้สูงขึ้น ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาเฮลโลคิตตี้มากเกินไป เห็นได้จากผลประกอบการปีงบฯที่แล้ว ซึ่งสัดส่วนรายได้จากแคแร็กเตอร์เฮลโลคิตตี้ลดลงจาก 70% เป็น 30%

“ยาสุกิ โยชิโอกะ” นักวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ เอสเอ็มบีซี นิกโก้ (SMBC Nikko Securities) กล่าวว่า ตอนนี้รายได้ของซานริโอไม่ยึดติดกับแคแร็กเตอร์ตัวเดียวแล้ว

เทรนด์การปรับโมเดลสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญานี้ยังเริ่มเห็นได้ในวงการภาพยนตร์ด้วย โดยโตโฮเริ่มจัดจำหน่ายภาพยนตร์ญี่ปุ่นในต่างประเทศด้วยตนเอง ประเดิมเรื่องแรกด้วย ก็อตซิลล่า ไมนัสวัน ซึ่งคว้ารางวัลเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ และกำลังจะตามมาด้วยเวอร์ชั่นหนังโรงของอนิเมะ “มายฮีโร่ อคาเดเมีย” ซึ่งจะเข้าฉายในสหรัฐอเมริกาเดือนตุลาคมนี้ หลังเวอร์ชั่นมังงะได้รับผลตอบรับในตลาดต่างประเทศอย่างล้นหลาม จนมียอดขายทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านเล่ม โดยยอดขาย 40% มาจากต่างประเทศ

ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงศักยภาพของซอฟต์พาวเวอร์ในการผลักดันธุรกิจที่ไม่จำกัดอยู่เพียงยอดขายสินค้าและบริการ แต่ยังรวมไปถึงหุ้นของบริษัทผู้ถือลิขสิทธิ์อีกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ็อปคัลเจอร์ หนุน “ซานริโอ-โคนามิ” มูลค่าบริษัทโตพุ่งแซงคู่แข่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...