โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘EXIM BANK-ibank’ ผนึกพันธมิตรรัฐ-เอกชน หนุนส่งออกสินค้าฮาลาล รับ 2,000 ล้านคนทั่วโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2567 เวลา 07.29 น. • The Bangkok Insight

EXIM BANK และ ibank ใช้จุดแข็งสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทำหน้าที่ "มากกว่าธนาคาร" ผนึกพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ขยายความร่วมมือส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าฮาลาลสู่การส่งออกทั่วโลก

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) พร้อมด้วย ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ibank) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "โครงการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้าฮาลาลสู่การส่งออก" โดยมีนายประสิทธิ์ มะหะหมัด เลขานุการจุฬาราชมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยาน

เพื่อส่งเสริมศักยภาพ และสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลาง และย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทย ให้สามารถส่งออกสินค้าฮาลาลไปยังตลาดต่างประเทศได้ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริม และพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการด้านฮาลาล ทิศทางการค้า และการลงทุนระหว่างประเทศในโลกยุคใหม่

การเข้าถึงการขอเครื่องหมายรับรองมาตรฐานฮาลาล การขยายโอกาสทางการค้าผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ออกงานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และเครื่องมือทางการเงินเพื่อเสริมศักยภาพของธุรกิจ บริหารความเสี่ยงทางการค้า และการลงทุนระหว่างประเทศ

ดร.ทวีลาภ กล่าวว่า ช่วง10 ปี ระหว่างปี2555-2565 การใช้จ่ายของผู้บริโภคในตลาดฮาลาลเพิ่มขึ้นกว่า 40% จาก 1.62 ล้านล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ 2.29 ล้านล้านดอลลาร์ แรงหนุนจากการขยายตัวของประชากรมุสลิม ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งวันนี้มีเกือบ 2,000 ล้านคนทั่วโลก

กลุ่มบริษัทระดับโลก ไล่ตั้งแต่ "บีอาร์เอฟ" บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ของโลก และ เนสท์เล่ ไปจนถึง ไนกี้ ต่างลงทุน และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ตลาดฮาลาล

นอกจากนี้ สถาบันเพื่อการพัฒนาในกลุ่มองค์กรความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) อย่าง ธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม (ไอเอสดีบี) และ ศูนยอิสลามเพื่อการพัฒนาการค้า (ไอซีดีที) พร้อมด้วยหน่วยงานสำคัญของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อาทิ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) รวมถึง ธนาคารโลก ต่างก็ให้ความสนใจกับการเงินอิสลามในมิติด้านสังคม

ขณะที่ รัฐบาลไทยเห็นการขยายตัวของตลาดฮาลาลโลก เป็นโอกาสสำคัญของอุตสาหกรรมฮาลาลไทย จึงทำให้มีแนวคิดจัดตั้งหน่วยงาน หรือคณะทำงานต่าง ๆ ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของประเทศ

ทางด้าน ดร.รักษ์ กล่าวว่า ตลาดสินค้าฮาลาลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคชาวมุสลิม แต่ยังขยายวงกว้างไปสู่กลุ่มผู้บริโภคอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมด้วย นับเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยโอกาสอีกมากสำหรับผู้ประกอบการทั่วโลก รวมทั้งไทย

โดยไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่อันดับที่ 15 ของโลก และเป็นจุดหมายท่องเที่ยวอันดับ 4 ของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมทั่วโลก (ในกลุ่มประเทศ Non-OIC) ที่สนใจสินค้าอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของไทย

ทั้งนี้ ประเทศที่ส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่ ไปยังกลุ่มโอไอซี ได้แก่ บราซิล อินเดีย สหรัฐ รัสเซีย และอินโดนีเซีย โดยมี อินโดนีเซีย มาเลเซีย ตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ของกลุ่มโอไอซี

ผู้ประกอบการไทยควรยกระดับการพัฒนาสินค้าฮาลาล โดยเฉพาะอาหาร ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพ และอัตลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นที่นิยมระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารฮาลาลโดยธรรมชาติ (Natural Halal) เช่น ผัก ผลไม้ หรืออาหารที่ได้รับการรับรองตามหลักศาสนาอิสลามว่า ชาวมุสลิมสามารถบริโภคได้ (Halal by Certification) ซึ่งจะได้รับการยอมรับในระดับสากลถึงความสะอาด ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และเลือดสัตว์ถูกต้องตามหลักศาสนา และไม่ทารุณสัตว์

EXIM BANK จึงพร้อมสานพลังกับหน่วยงานพันธมิตร สร้างผู้ส่งออกสินค้าฮาลาลของไทยที่แข่งขันได้ในตลาดโลก ผ่านการเติมความรู้ เติมโอกาส และเติมเงินทุน รวมถึงเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ EXIM BANK จัดให้มีสิทธิพิเศษด้านประกันการส่งออกให้แก่ลูกค้าของ ibank ที่เป็นชาวมุสลิม และสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการไทยทั่วไปที่ต้องการเงินทุนจากธนาคารเพื่อเริ่มต้นส่งออกสินค้าฮาลาล หรือขยายธุรกิจอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อสร้างนักรบเศรษฐกิจไทยในตลาดโลก และยกระดับสินค้าอาหารไทยสู่สากล สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมฮาลาลสู่ ASEAN Halal Hub ภายในปี 2571

ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ สามารถสมัครขอรับบริการด้านสินเชื่อ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนหรือขยายการลงทุนจาก EXIM BANK

  • สินเชื่อเอ็กซิมเริ่มต้นส่งออก ดอกเบี้ยเริ่มต้น 5.35% ต่อปี (Prime Rate - 1%) วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท ผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยปีแรก 0.25% ต่อปี
  • สินเชื่อ EXIM Green Start ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4.10% ต่อปี (Prime Rate - 2.25%) วงเงินสูงสุด 200 ล้านบาท ผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 0.25% ต่อปี
  • สินเชื่อเอ็กซิมเติมทุนส่งออก ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี วงเงินสูงสุดสำหรับเอสเอ็มอี 20 ล้านบาท ผู้เข้าร่วมโครงการนี้จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 0.25% ต่อปี รวมถึงยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า
  • สินเชื่อเพื่อธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดอกเบี้ยเริ่มต้น 3.85% ต่อปี วงเงินสูงสุด 200 ล้านบาท
  • กรมธรรม์ประกันส่งออก EXIM for Small Biz คุ้มครองความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ ฟรีค่าเบี้ยประกัน 1 ราย มูลค่า 1,800 บาท สำหรับการรับประกันวงเงินผู้ซื้อ 0.30 ล้านบาท ด้วยเทอมการชำระเงิน 90 วัน หรือรับส่วนลดค่าประเมินความเสี่ยงผู้ซื้อ ตามเงื่อนไขของธนาคาร
    กรณีที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าฮาลาล จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม Voucher มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท เพื่อเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันบริการประกันการส่งออก EXIM for Small Biz สำหรับการทำประกันผู้ซื้อรายที่ 2 หรือส่วนลดค่าประเมินความเสี่ยงผู้ซื้อ จำนวน 1 ราย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...