โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ ‘ผู้ชาย’ ตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดทางเพศ แต่กำแพงเรื่อง ‘ความเป็นชาย’ อาจทำให้พวกเขาเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือ และอาจ ‘โทษตัวเอง’ ทั้งที่ไม่ได้ผิด

Mirror Thailand

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 04.11 น.
ภาพไฮไลต์

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีหลายกรณีที่ชวนให้คนได้ตระหนักถึงกรณีที่ ‘ผู้ชาย’ หรือ ‘เด็กชาย’ ตกเป็นเหยื่อการคุกคามทางเพศจนถึงการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าจะข่าวลือเรื่อง Justin Bieber ที่ถูก Diddy ล่วงละเมิด ทั้งยังมีการเปิดเผยอีกว่ามีเด็กชายวัย 9 ขวบเคยตกเป็นเหยื่อของ Diddy ด้วยเหมือนกัน ในจังหวะใกล้ๆ กัน ดาราชายฝั่งไทยก็ออกมาเปิดเผยเรื่องที่เคยถูกคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นคุณบิ๊ก ทองภูมิ หรือคุณปั้นจั่น ปรมะ ที่บอกเล่าเรื่องการถูกคุกคามทางเพศในเส้นทางวงการบันเทิง ซึ่งย้อนไปก่อนหน้านั้นคุณจาตุรงค์ มกจ๊ก ก็เคยบอกเล่าว่าเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศเพื่อแลกกับโอกาสในวงการบันเทิง

เรื่องที่ผู้ชายตกเป็นเหยื่อการล่วงละเมิดฯ ถูกพูดถึงในวงกว้างอีกครั้งเมื่อละคร ‘โลกหมุนรอบเธอ’ ทางช่อง 3 ได้เล่าเรื่องของตัวละคร ‘แพท’ ที่ตัดสินใจจบชีวิตหลังจากที่ถูกพ่อแท้ๆ ของตัวเองข่มขืนมาตลอดหลายปี ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับหลายคนที่ได้รับชม และพูดถึงกรณีความรุนแรงทางเพศในครอบครัวและเรื่องเหยื่อที่เป็นผู้ชายไปพร้อมๆ กัน จนทำให้มีการถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างกว้างขวางทางอินเทอร์เน็ต

สิ่งเหล่านี้เองที่เปิดพื้นที่ เปิดบทสนทนา ว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริง และเป็นปัญหาที่ควรได้รับการมองเห็นมากขึ้น เพราะมีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ตกเป็นเหยื่อ เพียงแต่เสียงของพวกเขาอาจยังไม่ถูกได้ยินเท่าที่ควร

มีงานศึกษาจากอเมริกาเมื่อปี 2005 ที่ระบุว่ากว่า 16% ของผู้ชาย เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศเมื่อตอนก่อนอายุถึง 18 ปี ขณะที่สถิติจาก RAINN องค์กรช่วยเหลือเหยื่อความรุนแรงทางเพศในอเมริกาก็ระบุว่า ในบรรดาเหยื่อที่ถูกข่มขืน 10 คน จะมีผู้ชายอยู่ในจำนวนนั้น 1 คน และหากลองขยับมาที่ข้อมูลใกล้บ้านเรามากขึ้น ก็มีสถิติจากสถาบัน Bukit Aman ในประเทศมาเลเซียที่รายงานว่ามีผู้ชายที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศเพิ่มขึ้นทุกปี โดยล่าสุดในปี 2023 มีเหยื่อ (ในกรณีที่ถูกรายงานกับภาครัฐ) ทั้งหมด 3,373 ในจำนวนนั้นเป็นผู้ชาย 135 คน

และแม้สัดส่วนผู้ชายที่ถูกกระทำมีน้อยกว่าผู้หญิง แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำหนักของเรื่องนี้เบาบางกว่า และอาจยังมีอีกหลายกรณีที่ถูกซุกไว้ใต้พรมหรือไม่เคยถูกเปิดเผยออกมา ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เหยื่อเพศชายไม่สามารถเปิดปากหรือเข้าถึงการช่วยเหลือได้เท่าที่ควร ก็คือกำแพงเรื่อง ‘ความเป็นชาย’

‘ความเป็นชาย’ ในโลกชายเป็นใหญ่ มักถูกคาดหวังว่าจะต้องเป็นผู้ปกป้อง ผู้แข็งแกร่ง ผู้ไม่พ่ายแพ้ ฯลฯ ดังนั้นเมื่อพลิกกลับด้านว่ามีผู้ชายที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ สิ่งที่เกิดขึ้นได้จึงมีตั้งแต่ความ ‘ไม่เชื่อ’ เพราะไม่คิดว่าผู้ชายจะถูกกระทำโดยไม่สามารถต่อสู้เอาตัวรอดได้ ทั้งที่กรณี freezing หรือภาวะที่ช็อกจนทำอะไรไม่ถูกก็สามารถเกิดขึ้นกับผู้ชายได้เช่นกัน ถัดมาคือความรู้สึกว่าการที่ผู้ชายถูกกระทำเป็นเรื่อง ‘น่าอับอาย’ หรือ ‘เสียศักดิ์ศรีความเป็นชาย’ ซึ่งทำให้ผู้ชายบางคนไม่กล้าเปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่กล้าร้องขอความช่วยเหลือเพราะกลัวจะถูกสังคมตัดสิน

กำแพงความเป็นชายนี้ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาไม่กล้าบอกใคร แต่มันยังกัดกินจิตใจพวกเขาให้รู้สึกเจ็บปวด พวกเขาต้องเผชิญกับความรู้สึกด้านลบต่างๆ นานาไม่ต่างจากที่เหยื่อเพศหญิงเผชิญ ซึ่งการที่ต้องจมอยู่กับเรื่องนี้เพียงลำพังนั้นก็ไม่ยุติธรรมกับพวกเขาเอาเสียเลย เพราะนี่อาจกลายเป็นบาดแผลของพวกเขาไปจนชั่วชีวิต และอาจกลายเป็นปัญหาสุขภาพจิต และลามไปถึงความสัมพันธ์ของเขาในอนาคตด้วย

อีกประเด็นสำคัญในกรณีของเหยื่อเพศชายก็คือ การตื่นตัวของอวัยวะเพศ ไม่ได้หมายถึงการยินยอมพร้อมใจ ซึ่งเราขอหยิบยกบางส่วนที่คุณปั้นจั่นได้บอกเล่าไว้ในรายการ SAY PLAY EP11 ที่สะท้อนถึงเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

“พูดตรงๆ นะ ของกูก็ขึ้น… แล้วกูก็ตัดจบ” เขาบอกกับคุณพิชญ์ พิธีกรซึ่งสนิทสนมกัน “…ปัญหามันคืออย่างงี้ กูมานั่งคิดกับตัวเองว่า กูเป็นผู้ชาย ทำไมกูเจอผู้ชายมาลวนลามแล้วกูถึงไม่เทคแอคชั่น ไม่โมโห ไม่ต่อยกลับไป กูกำลังวิเคราะห์อีกอย่างว่า หรือกูตกใจ หรือกูชอบ หรือกูเป็นวะ เพราะร่างกายมันทำปฏิกิริยา มันตอบสนอง …กูคิดวนไปแบบนี้ และนั่นคือเหตุแรกที่ทำให้กูเริ่มทำลายข้าวของในห้อง กูคิดอะไรไม่ออก กูเริ่มตบหน้าตัวเอง กูต่อยหน้าตัวเอง”จากคำบอกเล่านี้ จะเห็นได้ว่าแม้ร่างกายจะตอบสนองแต่จิตใจของเขาไม่ได้ต้องการสิ่งนี้ ไม่เพียงเท่านั้นเรายังได้เห็นได้ถึงการตั้งคำถามกับตัวเองจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และนำไปสู่การทำร้ายตัวเอง

สิ่งเดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้ชายอีกหลายคนโดยที่ผู้กระทำอาจเป็นเพศไหนก็ได้ ดังนั้น นอกจากการสร้างความตระหนักรู้เรื่องคอนเซนต์และการเคารพในสิทธิในเนื้อตัวร่างกายของเพื่อนมนุษย์แล้ว การลดกำแพงความคาดหวังต่อความเป็นชายก็มีส่วนสำคัญ ที่จะทำให้ผู้ชายหลายคนสามารถหลุดออกจากกรงขังทางจิตใจหลังผ่านเหตุการณ์เลวร้ายได้มากขึ้น และอีกแง่ การรับฟังโดยไม่ตอกย้ำแผล จนถึงการมองหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญก็สำคัญมากเช่นเดียวกัน

อ้างอิง

https://www.youtube.com/watch?v=Hyppc0FFR6E&t=1042s

https://camlawllp.com/dallas-sexual-assault-victim-lawyer/what-special-challenges-do-male-survivors-of-sexual-assault-face/

https://www.thestar.com.my/news/nation/2024/03/11/male-victims-on-the-rise

https://1in6.org/statistic/

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...