วิเคราะห์หุ้น MINT ธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก!
The Bangkok Insight
อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2567 เวลา 01.55 น. • The Bangkok Insightวิเคราะห์หุ้น MINT หรือ ไมเนอร์ ธุรกิจครอบคลุม 64 ประเทศทั่วโลก ด้วยราคาที่น่าดึงดูด
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้นำในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจโรงแรมที่มีแบรนด์ในเครืออยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าขนาดใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนของประเทศไทย
สำหรับแบรนด์ในเครือ MINT ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์ร้านอาหาร ได้แก่ The Pizza Company, Swensens, Sizzler, Dairy Queen, Burger King และ Bon Chon เป็นต้น แบรนด์โรงแรม ได้แก่ Anantara, AVANI, TIVOLI, NH Hotel, NH Collection, nhow และ OAKS เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์ไสตล์ ภายใต้แบรนด์ Anello, Esprit, Bossini, Charles & Keith, Etam, OVS และ Redley เป็นต้น
ไมเนอร์ เครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุม 64 ประเทศทั่วโลก
จุดแข็งที่ชัดเจนเลยของ MINT คือการมีเครือข่ายธุรกิจที่ครอบคลุมหลายภูมิภาค ทั้งแบรนด์โรงแรม และร้านอาหารระดับโลกที่ดำเนินการครอบคลุมใน 64 ประเทศ ถือเป็นการเข้าถึงตลาดการค้าและธุรกิจบริการพรีเมียมขนาดใหญ่ในยุโรปและเอเชีย
รวมถึงยังช่วยกระจายความเสี่ยง ลดความผันผวนของอัตรากำไรสุทธิ (NPM) ที่ปรับขึ้นลงในแต่ละภูมิภาคท่องเที่ยวที่แตกต่างกันไป โดยจะเห็นว่าตามความผันผวน (Variance) บนอัตรากำไรสุทธิในรอบ 10 ปีย้อนหลังรายไตรมาสเฉลี่ยของ MINT อยู่ที่ 45.2 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่มีธุรกิจใกล้เคียงกันที่ 96.8
ปัจจุบัน MINT มีรายได้หลักจากธุรกิจโรงแรมในแถบยุโรป ผ่านการพัฒนาแบรนด์ NH Hotel ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ส่วนในเอเชียถุกวางให้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจร้านอาหาร ด้วยการขยายแฟรนไชส์ โดยเฉพาะในประเทศจีน
MINT มีสัดส่วนรายได้ในปี 2566 แบ่งตามภูมิศาสตร์ ดังนี้
1. ทวีปยุโรป 71%
2. ประเทศไทย 11%
3. ประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ 9%
4. ประเทศมัลดีฟส์ และโซนตะวันออกกลาง 2%
5. สหรัฐอเมริกา 2%
6. อื่นๆ 5%
ราคาหุ้นยังไม่แพง น่าดึงดูดในการลงทุน
บทวิเคราะห์ บล.พาย ได้เริ่มต้นให้คำแนะนำหุ้น MINT โดยมองว่าราคาหุ้น ในปัจจุบันของ MINT ถือว่าน่าดึงดูด เมื่อพิจารณาจาก EV/EBITDA ปี 2567 ที่ 6 เท่า ต่ำสุดเป็นอันดับที่ 2 ของกลุ่มร้านอาหารและโรงแรม ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบจากช่วง Covid-19 ค่าเฉลี่ยกลุ่มจะอยู่ที่ 16 เท่า ส่วนค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังของบริษัทเองอยู่ที่ 19 เท่า
ในขณะที่การคำนวน Valuation จากการซื้อขาย PE ปี 2567 ของ MINT อยุ่ที่ 20 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังของบริษัทที่อยู่ระดับ 29 เท่า และของกลุ่มเฉลี่ยอยู่ที่ 30 เท่า สะท้อนว่าตอนนี้ MINT ถูกประเมินมูลค่าต่ำกว่าที่พื้นฐานที่ควรจะเป็น
เพราะถึงแม้ GPM ของบริษัทจะยังไม่ได้ฟื้นกลับมาเท่าช่วง Pre Covid-19 แต่มีโอกาสเติบโตขึ้นอยู่ที่ราว 44-45% ในปี 2567-2568 ในขณะที่ EBITDA Margin คาดทรงจะตัวอยู่ที่ 26-27% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 10 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 18% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นต่อเนื่อง
บล.พาย เริ่มต้นบทวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ "ซื้อ" MINT ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 36 บาทต่อหุ้น โดยมองว่าบริษัทมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และมีระดับราคาที่น่าสนใจ ประกอบกับเมื่อพิจารณาถึงปัจจัยนอกฤดูการท่องเที่ยวในยุโรปช่วงไตรมาส 3 ที่ส่งผลให้ราคาหุ้นย่อตัว ถือเป็นโอกาสดีในการเข้าลงทุนระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- รู้จักหุ้น 'MINT' เจ้าของ 'Pizza Company' ที่มีธุรกิจเต็มมือ!
- 'ไมเนอร์ โฮเทลส์' ขยายอาณาจักร 'อนันตรา' แห่งแรกในออสเตรีย ไตรมาส1/67
- 'ไมเนอร์ โฮเทลส์' บุกปารีส ลุยเปิดโรงแรมแบรนด์ 'NH' 3 แห่ง
ติดตามเราได้ที่