โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กุมภา-ปีมะโรง” ร่วมเติบโตไปกับ 2 “ดาวรุ่ง” แห่งอาเซียน... “หุ้นอินโดฯ -เวียดนาม” ศก.โตแรง - ราคาไม่แพง!!!

Wealthy Thai

อัพเดต 01 พ.ย. 2568 เวลา 15.51 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2567 เวลา 09.55 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

ลายแทงกองทุน: รู้หรือไม่?….ในปี2023 ที่ผ่านมานั้น ตลาดหุ้นอาเซียนที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกมี 2 ตลาดเท่านั้น นั่นก็คือ “เวียดนาม” และ “อินโดนีเซีย”
ซึ่งทั้ง 2ประเทศถือเป็น “ดาวรุ่ง” ของอาเซียนมีเศรษฐกิจโตสูงติดระดับโลกทั้งคู่ โดยอินโดนีเซียคาดว่าปีนี้จะโต 5.0% ส่วนเวียดนามคาดว่าจะโต 6-6.5%
ตลาดหุ้นจึงมีโอกาสที่จะเดินหน้าต่อเนื่องสะท้อนภาพของเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดสรร 4 กองทุนเด่น” กุมภา-ปีมะโรง ที่น่าสนใจจากทั้ง 2 ตลาดนี้มาฝากกัน

ASP-INDO-UI” ลุย "หุ้นอินโดนีเซีย" ร่วมโตกับศก.ระยะยาว

ทั้ง“อินโดนีเซีย” และ“เวียดนาม” เป็น 2 ประเทศที่มากับ story ของการเติบโตและมีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ของอินโดนีเซียเองเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่สุดในอาเซียนและประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงาน ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากภายในได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับเวียดนาม และทั้ง 2 ประเทศยังเป็นเป้าหมายของเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่มีการย้านฐานการผลิตออกมาจากจีนอีกด้วย
ในส่วนของตลาดหุ้นทั้ง “อินโดนีเซีย” และ “เวียดนาม” ก็ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว ถ้ามองในกลุ่ม TIP ตลาดหุ้นอินโดนีเซียดูมีเสน่ห์สุดในตอนนี้ ส่วนตลาดหุ้นเวียดนามก็ยังมี Story เฉพาะตัวกับความคาดหวังที่จะได้อัพเกรดไปสู่ “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) จากปัจจุบันที่ยังเป็น “ตลาดชายขอบ” (Frontier Market) อยู่นั่นเอง
สำหรับกองทุนแรกที่จะแนะนำได้แก่ASP-INDO-UI: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อินโดนีเซีย โกรท ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย ของบลจ.แอสเซท พลัส ที่เน้นลงทุนใน "หุ้นอินโดนีเซีย" หรือมีรายได้หลักจากอินโดนีเซียที่จดทะเบียนในประเทศอื่น โดยจะเลือกลงทุนใน “กองหุ้นอินโดนีเซีย” 3กอง 3 สไตล์ ที่บริหารจัดการโดยบลจ.ท้องถิ่น (Local Fund) 2 บลจ. ได้แก่ Sucor Asset Management และ Panin Asset Management ที่มีประสบการณ์ลงทุนในตลาดหุ้นอินโดนีเซียมาอย่างยาวนาน ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ประมาณ 33.33% ประกอบด้วย

-Sucorinvest Equity Fund: เฟ้นหามูลค่าพื้นฐานของแต่ละบริษัทและแต่ละวัฏจักรการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าตลาด
- Panin Dana Teladan: โฟกัสในมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท มีความยืดหยุ่นโดยดู Momentum ของหุ้นประกอบ
- Panin Dana Maksima: เน้นการลงทุนระยะยาวเพื่อโอกาสสร้างมูลค่าที่เพิ่มขึ้น
“ปัจจุบันกองทุน ASP-INDO-UI อยู่ระหว่างเสนอขาย IPO ถึงวันที่ 8 ก.พ. นี้”

UVO” เปิดประตูลงทุน "หุ้นเวียดนาม" สไตล์ Fund of Funds

ถัดมาสลับมาดู “กองหุ้นเวียดนาม” กันบ้าง ซึ่งปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายหลายหลาก แต่กองที่จะแนะนำในครั้งนี้มีสไตล์ที่แตกต่างน่าสนใจ ได้แก่UVO: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด เวียดนาม ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์ ของบลจ.ยูโอบี ที่เน้นลงทุนใน "หุ้นเวียดนาม" ผ่านกองทุนที่มีกลยุทธ์การบริหารในเชิงรุก (Active Portfolio Management) ซึ่งบริหารงานโดยผู้จัดการกองทุนชาวเวียดนามซึ่งมีประสบการณ์ในตลาดหุ้นเวียดนามมายาวนาน รวมถึงกองทุนที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญระดับสากล ประกอบด้วย

1) Forum One-VCG Partners Vietnam Fund: บริหารจัดการโดย VinaCapital Group Limited จดทะเบียนที่ประเทศลักเซมเบิร์ก
2) Vietnam Equity (UCITS) Fund: บริหารจัดการโดย Dragon Capital Management Limited จดทะเบียนที่ประเทศไอร์แลนด์
3) JPMorgan Vietnam Opportunities Fund: บริหารจัดการโดย JP Morgan Asset Management Limited จดทะเบียนที่ประเทศฮ่องกง
4) Xtrackers FTSE Vietnam Swap UCITS ETF: กองทุนรวม ETF บริหารจัดการโดย Deutsche Asset Management
“ซึ่งการลงทุนในลักษณะของ Fund of Funds ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับกอง UVO ได้เป็นอย่างดี จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง ต้องการหาโอกาสรับผลตอบแทนที่เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของเวียดนามนั่นเอง”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุน UVO มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -49.89%

SCBINDO(A)” ร่วมโตไปกับ "หุ้นอินโดนีเซีย" ตอบโจทย์ระยะยาว

มาต่อกันด้วย “กองหุ้นอินโดนีเซีย” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นสไตล์การบริหารเชิงรับ (Passive Fund) ได้แก่ “SCBINDO(A): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นอินโดนีเซีย (ชนิดสะสมมูลค่า)” ที่เน้นลงทุนใน“หุ้นอินโดนีเซีย” เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายให้ได้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของดัชนี MVIS Indonesia Indexผ่านกองทุนหลัก ‘VanEck Indonesia Index ETF’ ที่บริหารจัดการโดย Van Eck Associates Corporation

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 23) ลงทุนในอินโดนีเซีย 81.19% โดย 5กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Financials 29.80%, 2) Materials 14.90%, 3) Consumer Staples 11.80%, 4) Communication Services 10.10% และ 5) Industrials 8.60%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1) BANK CENTRAL ASIA TBK PT 8.33%, 2) BANK RAKYAT INDONESIA PERSERO TBK PT 8.22%, 3) BANK MANDIRI PERSERO TBK PT 7.11%, 4) TELKOM INDONESIA PERSERO TBK PT 6.45% และ 5) ASTRA INTERNATIONAL TBK PT 5.77% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากองทุน SCBINDO(A) มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -22.17%

PRINCIPAL VNEQ-A” เฟ้น "หุ้นเวียดนาม" พื้นฐานดี ฝีมือคนไทย

ปิดท้ายกันด้วย “PRINCIPAL VNEQ-A: กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.พรินซิเพิล ที่เน้นลงทุน"หุ้นอินโดนีเซีย" และ/หรือกองทุนรวมอีทีต่างประเทศ ที่เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนามที่เชื่อว่ามีศักยภาพในการเติบโตในอนาคต ที่สำคัญเป็นการลงทุนโดยตรงของทีมผู้จัดการกองทุนไทยของบลจ.พรินซิเพิลอีกด้วย โดยใช้กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหุ้นที่เข้มข้น ทุกบริษัทที่ลงทุนต้องทำ Company Visit เช่นเดียวกับที่ทำในตลาดหุ้นไทย

สำหรับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 23) ได้แก่ 1) ธนาคาร 33.51%, 2) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 9.46%, 3) เหล็ก 7.92%, 4) เครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ 6.79% และ 5) บริการรับเหมาก่อสร้าง 6.5%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย 1) FPT CORPORATION 9.46%, 2) HOA PHAT GROUP JSC 7.92%, 3) MILITARY COMMERCIAL JOINT STOCK BANK 7.62%, 4) Housing Development Bank 6.96% และ 5) MOBILE WORLD INVESTMENT CORP 6.79% ตามลำดับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน PRINCIPAL VNEQ-A มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -43.72%
การมองหาโอกาสการเติบโตของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นให้เจอ แล้วพาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมของการเติบโตนั้นในระยะยาวก็เป็นอีกวิธีในการลงทุนที่น่าสนใจ และทั้ง 2 ตลาด “อินโดนีเซีย” และ “เวียดนาม” ก็จัดอยู่ในธีมประเทศที่มีการเติบโตสูงเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามในแง่ของ “ความผันผวน” ระหว่างทางหุ้นเวียดนามจะเหวี่ยงกว่าค่อนข้างชัดเจนตามสไตล์ “Frontier Market” ถ้ารับความเสี่ยงได้สูงก็ถือเป็นอีก 2 ตลาดที่น่าสนใจ และนี่เป็น “4 กองทุนเด่น” กุมภา-ปีมะโรง ที่คัดมาฝากกันซึ่งน่าจะเป็นอีกทางเลือกให้กับผู้ที่สนใจได้บ้างไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...