โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์แจงเคส "ดูดเงิน" รัวจาก 3.9 แสนบาท เหลือ 5 พันบาท พบต้นเหตุจากซิมมือถือ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 ก.พ. 2567 เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2567 เวลา 10.51 น.

แบงก์แจงกรณี “โดนดูดเงิน” จากบัญชี 3.9 แสนบาท เหลือแค่ 5 พันบาท ชี้เป็นการเข้าใจผิดพลาด ระบุต้นเหตุมาจากซิมโทรศัพท์

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ถึงการถูก “ดูดเงิน” ออกจากบัญชีธนาคารอย่างต่อเนื่อง โดยโดนดูดเงินในบัญชีที่มีอยู่ 3.9 แสนบาท จนเหลือแค่ 5 พันบาท ซึ่งล่าสุดรายงานข่าวจากสมาคมธนาคารไทย (TBA) อ้างอิงจากข้อมูลมติชน ระบุว่า จากการตรวจสอบในกรณีนี้พบว่าเจ้าของบัญชีไม่ได้ใช้หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ได้รับข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้ไปยกเลิกแจ้งเตือนเอสเอ็มเอส และซิมหมายเลขนั้นถูกนำกลับไปใช้ (Reuse) เป็นซิมสำหรับการเดินทางต่างประเทศ (Sim2Fly)

ต่อมาเจ้าของโพสต์ได้ใช้ไปต่างประเทศและได้รับเอสเอ็มเอส จึงคิดว่าตัวเองเงินหาย ซึ่งเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยรายการต่าง ๆ เจ้าของบัญชีตัวจริงที่ไม่ใช่ผู้โพสต์เป็นคนทำรายการเองปกติ

อย่างไรก็ดี ธนาคารที่เป็นเจ้าของบัญชีจะไม่มีการชี้แจงใด ๆ โดยให้ผู้โพสต์เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริงเองทั้งหมด เบื้องต้นผู้โพสต์ได้ลบข้อความดังกล่าวไปหมดแล้ว

ขณะที่ผู้โพสต์อัพเดตว่า ตอนนี้…ทางเลขาฯ ได้ดำเนินการคุยกับธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะคะ ดังนั้น ขออนุญาตลบโพสต์ก่อนหน้านี้นะคะ เพื่อไม่ให้เป็นการเข้าใจผิด และสะดวกต่อการประสานงาน

ทางธนาคารได้พยายามติดต่อมาที่ตนหลายครั้ง แต่ด้วยความที่ตนอยู่ต่างประเทศ ทำให้ไม่สามารถติดต่อกันได้ ทั้งนี้ ทางธนาคารได้ติดต่อผ่านน้องมะลิ เป็นที่เรียบร้อย

ปล.ขอบคุณธนาคารและขอบคุณทุก ๆ ท่านนะคะ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบงก์แจงเคส “ดูดเงิน” รัวจาก 3.9 แสนบาท เหลือ 5 พันบาท พบต้นเหตุจากซิมมือถือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...