โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

ครอบครัวแม็กคาร์ลิซเตอร์ในหนัง 'Home Alone' แท้ที่จริงแล้วรวยแค่ไหน ? (โจรถึงได้เลือกปล้น)

BT Beartai

อัพเดต 10 ก.พ. 2567 เวลา 03.32 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. 2567 เวลา 17.53 น.
ครอบครัวแม็กคาร์ลิซเตอร์ในหนัง 'Home Alone' แท้ที่จริงแล้วรวยแค่ไหน ? (โจรถึงได้เลือกปล้น)

เดือนพฤศจิกายน ปี 1990 คนทั่วโลกได้รู้จักกับเด็กชาย เควิน แม็กคาร์ลิซเตอร์ (Kevin McCartlister) ที่รับบทโดย แม็กเคาเลย์ คัลกิน (Macaulay Culkin) ในภาพยนตร์เรื่อง ‘Home Alone’ (1990) หนังคอมเมดี้ครอบครัวสุดแสบที่ว่าด้วยเรื่องของน้องเควิน ที่ต้องอยู่บ้านตัวคนเดียว แต่ดันมีโจรเข้ามาบุกปล้นบ้าน เควินจึงต้องคิดกลไกป่วน ๆ โหด ๆ เพื่อรับมือให้บ้านปลอดภัย

ซึ่งด้วยความที่ตัวหนังประสบความสำเร็จอย่างมาก นอกจากจะกลายเป็นหนังประจำคริสต์มาสแล้ว แฟน ๆ หลายคนยังตั้งทฤษฏีเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้อย่างสนุกสนาน และที่หลายคนสงสัยมาโดยตลอดก็คือ ครอบครัวแม็กคาร์ลิซเตอร์จริง ๆ แล้วมีฐานะมากขนาดไหน ถึงขั้นที่โจรร้าย ทั้งมาร์ฟ (แดเนียล สเติร์น – Daniel Stern) และแฮร์รี (โจ เพอร์ซี – Joe Pesci) ยอมเสี่ยงเจ็บตัว ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อจะบุกเข้าบ้านไปปล้นให้ได้ (นี่ยังไม่นับไลฟ์สไตล์ตามใจตัวเองของน้องเควินตอนอยู่บ้านคนเดียวอีกนะ)

Home-Alone-Macaulay-Culkin-Kevin-McCartlister-
Home-Alone-Macaulay-Culkin-Kevin-McCartlister-

บทความของ The New York Times เลยไปสำรวจและวิเคราะห์ว่า ตกลงแล้วครอบครัวแม็กคาร์ลิซเตอร์นั้นควรจะมีรายได้เท่าไหร่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ Federal Reserve Bank of Chicago ได้วิเคราะห์ว่า การที่พวกเขามีบ้านหลังโตได้ขนาดนี้ พวกเขาก็น่าจะต้องมีรายได้ประมาณ 305,000 เหรียญ (หรือประมาณ 665,000 เหรียญในปี 2022) เพื่อที่จะมีกำลังมากพอที่จะซื้อ (ผ่อน) บ้านหลังนี้ได้

นักเศรษฐศาสตร์ยังวิเคราะห์ต่อไปด้วยสมมติฐานที่ว่า บ้านหลังนี้น่าจะไม่ได้ราคาแพงเกินเอื้อมสำหรับครอบครัวที่มีรายได้ปีละ 305,000 เหรียญในปี 1990 หากยึดตามสมมติฐานที่วิเคราะห์จากข้อมูลเบื้องต้นว่า พวกเขาอาศัยอยู่ในย่านชานเมืองชิคาโกที่คนส่วนใหญ่ฐานะค่อนข้างร่ำรวยอยู่แล้ว รวมทั้งการประเมินจากมูลค่าทรัพย์สินของบ้าน อัตราการจำนองบ้านในช่วงปี 1990 อัตราภาษี การประกันภัย รวมทั้งข้อมูลรายได้ครัวเรือนของชิคาโกในปี 1990 และ 2022 เปรียบเทียบกัน

รวมทั้งการตั้งสมมติฐานไว้เบื้องต้นว่า ครอบครัวนี้น่าจะใช้เงินสำหรับที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ นักเศรษฐศาสตร์จึงวิเคราะห์ว่า ด้วยรายได้ประมาณนี้ ทำให้ครอบครัวนี้จึงถูกจัดอยู่ในระดับเดียวกับ 1 เปอร์เซ็นต์ ของครัวเรือนที่มีรายได้มากที่สุดของชิคาโก และถ้าไม่เกิดเหตุฉุกเฉินอะไร พวกเขาก็น่าจะยังเป็น 1 เปอร์เซ็นต์มาถึงปัจจุบันได้ด้วย

Home-Alone-Macaulay-Culkin-Kevin-McCartlister-
Home-Alone-Macaulay-Culkin-Kevin-McCartlister-

บ้านที่ใช้ถ่ายทำหลังนี้มีอยู่จริง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่มีชื่อว่า วินเน็ตกา (Winnetka) ที่ตั้งเลขที่ 671 ถนนลินคอล์นอเวนิว (Lincoln Avenue) ย่านชานเมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เป็นบ้านสไตล์ยุคโคโลเนียลบนเนื้อที่ 2,000 ตารางเมตร ที่ไม่มีรั้วกั้น สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1920 เป็นบ้านครอบครัวเดี่ยวขนาดใหญ่ 3 ชั้น มีชั้นใต้ดินและใต้หลังคา ประกอบไปด้วย 5 ห้องนอน 3 ห้องน้ำส่วนตัว 1 ห้องน้ำแขก 2 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องทำงาน มีพื้นที่ใช้สอยรวม 390 ตารางเมตร แต่เบื้องหลังทีมงานใช้บ้านหลังนี้ถ่ายทำเฉพาะตัวบ้านด้านนอกเท่านั้น ส่วนห้องต่าง ๆ ภายในบ้านที่อยู่ในหนัง เป็นการสร้างขึ้นมาใหม่ในสตูดิโอ

ซึ่งด้วยความที่บ้านหลังนี้โด่งดังมาก ก็เลยทำให้บ้านหลังนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กที่นักท่องเที่ยวมักจะมาตามรอยอยู่เสมอ และราคาประเมินของบ้านหลังนี้ก็พุ่งสูงอย่างมาก ในปี 2021 บ้านหลังนี้มีราคาประเมินอยู่ที่ 1,900,000 เหรียญ (ประมาณ 57 ล้านบาท) และในปี 2022 บ้านหลังนี้จะมีราคาประเมินอยู่ที่ 2,400,000 เหรียญ (ประมาณ 86 ล้านบาท) จึงต้องมีรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 730,000 เหรียญ หรือประมาณ 26,xxx,xxx ล้านบาท คือต้องเป็นคนรวยในระดับ 1 เปอร์เซ็นต์จริง ๆ ถึงจะอยู่ได้

แน่นอนว่า พอต้องมีรายได้ขนาดนั้นเพื่ออยู่ในบ้านหลังนี้ได้สบาย ๆ ไม่ขัดสนคำถามต่อมาก็คือ พวกเขาทำอาชีพอะไรกัน ในหนังไม่ได้บอกชัดเจนว่าพ่อและแม่ของเควินทำงานอะไร มีบางคนเห็นหุ่นลองเสื้อหลายตัว เลยคาดเดากันว่าแม่ของน้องน่าจะทำงานออกแบบแฟชั่นหรือไม่ แต่ก็ไม่มีอะไรยืนยันได้อีก รู้เพียงแค่ว่าพวกเขาแต่งตัวสวย ๆ จ้างรถตู้ไปสนามบินหลายคัน นั่งเครื่องบินชั้น First Class ซึ่งหลายคนอาจมองว่าครอบครัวนี้น่าจะมีฐานะร่ำรวยในระดับมหาเศรษฐี

จะมีก็แต่ ท็อดด์ สตราสเซอร์ (Todd Strasser) ผู้เขียนฉบับหนังสือนิยายที่อิงมาจากบทภาพยนตร์ของ จอห์น ฮิวจ์ส (John Hughes) ที่เพิ่มรายละเอียดเข้าไปว่า พ่อของเควินเป็นนักธุรกิจ ส่วนแม่เป็นนักออกแบบแฟชั่น เพราะเขาคิดว่ามันเซฟ ๆ ดี เขาเลยไม่ได้มองว่าครอบครัวนี้เป็นมหาเศรษฐี แต่เป็น ‘ชนชั้นกลางระดับสูง’ ต่างหาก

รวมทั้งมีทฤษฎี (กาว ๆ ) จากแฟนหนังบางคนที่คาดเดากันว่า หรือจริง ๆ แล้ว ปีเตอร์ พ่อของเควินอาจมีความเกี่ยวพันกับกลุ่มอาชญากร และบ้านหลังนี้ที่มีโจรมาปล้นก็เพราะเป็นการแก้แค้นกันในหมู่อาชญากร รวมทั้งการกำจัดโจรแบบโหด ๆ ของเควิน ก็คือผลจากการบ่มเพาะเลี้ยงดู และเติบโตมาในครอบครัวอาชญากรนั่นเอง

'Home Alone' Macaulay Culkin Catherine O'Hara Kevin McCartlister
'Home Alone' Macaulay Culkin Catherine O'Hara Kevin McCartlister

ล่าสุด ในการสัมภาษณ์กับเว็บไซต์ People แคตเธอรีน โอฮารา (Catherine O’Hara) ผู้รับบทเป็น เคต แม็กคาร์ลิซเตอร์ แม่ของเควิน ซึ่งเธอก็ได้พูดถึงทฤษฏีที่แฟน ๆ ต่างเดาถึงความมั่งคั่งของครอบครัวนี้เช่นกัน เธอบอกเพียงแค่ว่า เธอไม่ได้สนใจในประเด็นนี้ แต่ก็เสนออีกแนวคิดที่มาของความร่ำรวยของตระกูลนี้ที่น่าสนใจ

“ฉันคิดว่าบ้านหลังนั้นน่าทึ่งมาก ใช่แล้ว ฉันรู้ว่ามันสวยงามแค่ไหน แต่ไม่เลยค่ะ ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องเงินของพวกเขาเลย มันไม่ใช่ความรู้สึกตอนที่ฉันกำลังถ่ายหนัง บางทีมันอาจจะเป็นมรดก พวกเขาได้รับการสืบทอดต่อมาก็ได้นะ”

โอฮารากล่าวทิ้งท้ายว่า เธอเองไม่คิดว่าหนังเรื่องนี้จะกลายมาเป็นปรากฏการณ์ด้านวัฒนธรรมที่เป็นตำนาน เพราะสิ่งที่เธอประทับใจที่สุดคือการได้ร่วมถ่ายทำในหนังเรื่องนี้ต่างหาก

“ฉันต้องใส่ใจกับเรื่องราวทั้งหมด ฉันไม่สนใจที่จะมีบทบาทนำในโปรเจกต์ที่ไม่ดี เพราะคุณย่อมต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งดี ๆ นั่นเป็นวิธีที่คุณเลือก จากนั้นคุณก็จะได้ร่วมงานกับคนที่มีประสบการณ์ เป็นประสบการณ์รายวัน และในขณะเดียวกันก็ยังมีสิ่งที่น่ารัก เพราะเด็ก ๆ ทุกคนที่แสดงเป็นลูก ๆ ของเรานั้นน่ารักมาก”

“ส่วนผู้กำกับ (คริส โคลัมบัส – Chris Columbus) ก็เป็นผู้ชายที่น่ารัก เขาเป็นแฟมิลีแมนด้วย ฉันคิดว่าตอนนั้นเขาน่าจะมีลูก 5 คนได้แล้วมั้ง และ จอห์น ฮิวจ์ส ที่ไม่ได้เจอกันมากนัก แต่เขาก็เขียนบทออกมาได้ดีงามมาก มันเป็นหนังที่สมบูรณ์แบบเลย ใช่่ไหมล่ะ ? “

ที่มา: People, The New York Times

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...