โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าไทย-จีน แนะวิธีแก้ขาดดุลการค้าจีนเป็นกำไร-มั่นใจ GDP ไทยปี'67 โต 3%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2567 เวลา 10.44 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2567 เวลา 07.04 น.

หอการค้าไทย-จีน แนะปรับขาดดุลการค้า เป็นกำไร ดึงทุนพันธมิตรจีนผลิตสินค้า ใช้วัตถุดิบราคาถูกจากจีนบดต้นทุนส่งออก สร้างรายได้เข้าประเทศ มั่นใจ GDP ไทยปี 2567 โตทะลุ 3% ปัจจัยบวกจาก รายได้ดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย 10 ล้านคนหลังฟรีวีซ่า ขณะที่ภาคการลงทุนทุนจีนโดยเฉพาะ EV อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานหมุนเวียน ยา แห่มาตั้งฐานไทย

วันที่ 5 เมษายน 2567 นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทยจีน เปิดเผยว่า นักธุรกิจจีนในประเทศไทยมีความมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 3% โดยมีแรงหนุนหลักมาจากรายได้ของการท่องเที่ยว การลงทุน และการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงขึ้น ผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ผลผลิตทั่วโลกลดลง

“ปีนี้ผมมองว่าถึงแม้จะมีปัจจัยที่มาเกี่ยวข้อง แต่ในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ความเชื่อมั่นดี เศรษฐกิจไทยจะเติบโตจากรายได้ของการท่องเที่ยวโตขึ้นและการลงทุนโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากนักลงทุนจีน ที่จะหันมาลงทุนในประเทศไทย เพราะปัญหาในยุโรปยังไม่จบ ดังนั้น เราต้องปรับมาตรการลดข้อจำกัดของมาตรการบีโอไอ เพื่อส่งเสริมการลงทุน”

อย่ากังวลขาดดุลการค้า

นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า กรณีการที่ประเทศไทยขาดดุลการค้าให้กลับประเทศจีน ในปี 2567 ถึง 1.3 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมานั้น ส่วนตัวมองว่าการนำเข้า ไม่ได้กระทบสินค้าทุกตัว เพราะตนมีธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าปิโตรเคมีบางตัว ซึ่งได้ประโยชน์

“ช่วงนี้จะมีสินค้าจากจีนที่โอเวอร์ซัพพลายจากปัญหาของภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว การก่อสร้างถนนรถไฟอิ่มตัวพอสมควร และจากปัญหาภูมิลักษณะในภูมิภาคยุโรปและสหรัฐ ก็จะมีการส่งมาขายในอาเซียน รวมถึงไทยมากขึ้น แต่ขอให้มองลงไปในรายละเอียดของสินค้านำเข้า เพราะจีนถือเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญ ซึ่งหากใครนำเข้าวัตถุดิบจากจีนมาผลิตสินค้าและนำไปส่งออกก็จะสร้างรายได้ และกำไรกลับมาให้ประเทศ

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางหอการค้าไทย-จีน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจมีการหารือกันมาโดยตลอด

โดยแนวทางแก้ปัญหาสำคัญที่เราพยายามผลักดันคือเราเราอาจจะปรับโครงสร้างลดการผลิตลงและหันไปนำเข้า หรือควรจะดึงผู้ผลิตจากจีนเป็นพันธมิตร ผลิตแล้วก็ลงทุน เพราะอย่างน้อยเชื่อว่าเราจะได้รับรายได้จากค่าที่ดินการจ้างงานและการถ่ายทอดเทคโนโลยี

“ไทยมีกฎหมายที่ดูแลธุรกิจต่างด้าวที่เราถือหุ้นสัดส่วน 51% จึงถือหุ้น 49% อย่างไรก็ได้ประโยชน์เพราะว่าเราสามารถเข้าตลาดของเขาได้มากขึ้น และได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี”

ส่งสินค้าไทยบุกตลาดจีนกลับคืน

อีกด้านหนึ่ง ไทยมีโอกาสทำตลาดในจีนซึ่งมีประชากร 1,400 ล้านคน เราเอาคืนได้เพิ่มขึ้น 1-2% ซึ่งถือว่าไทยเก่งแล้ว และหากไทยและจีนมีความสัมพันธ์กันในระยะยาว เชื่อว่าไทยจะสามารถผลักดันการส่งออกได้มากขึ้น เพราะภูมิภาคต่าง ๆ ในจีนเทียบกับประเทศไทยได้ 20 ประเทศ จีนนับได้ว่าเป็นแหล่งวัตถุดิบที่สำคัญของไทย หากมีการนำเข้ามาผลิตและส่งออกไปก็จะบันทึกเป็นกำไรกลับมาที่ประเทศไทย

ในส่วนของหอการค้าไทยจีนเตรียมนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติครั้งที่ 7 (CIIE ครั้งที่ 7) ซึ่งจะจัดในวันที่ 5-10 พฤศจิกายน 2567 ที่นครเซี่ยงไฮ้ โดยคาดหวังว่างานนี้จะสร้างโอกาสให้กับสินค้าไทยให้สามารถขยายเข้าไปสู่ตลาดจีนได้มากขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่เคยมีการนำนักธุรกิจเข้าร่วมงานครั้งก่อน ทำให้มีเงินสะพัดมากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งในครั้งนี้เรามุ่งที่จะนำกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารออกไปขยายตลาดเพราะว่าเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ เป้าหมายจำนวน 50 บูท

ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาจีนมีการนำเข้าสินค้า 274,000 ร้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าผ่านระบบ e-commerce ข้ามพรมแดนมีมูลค่ามากถึง 141,720 ร้านเหรียญสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 7%

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% สินค้านำเข้าไม่กระทบ

“กรณีที่รัฐบาลจะมีการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% ซึ่งจะบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคมนี้ ยังมองว่าเป็นอัตราที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้า e-commerce ข้ามพรมแดน สินค้าจากจีนถือว่าเป็นสินค้าที่มีราคาถูกผมว่าการเรียกเก็บภาษีนี้ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ เดิมทีสินค้าจีนได้เปรียบโดยเฉพาะสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ที่นำเข้ามาโดยไม่เสียภาษี ซึ่งการขึ้น vat 7% ไม่กระทบเพราะว่าเราคุ้นเคยกับสินค้าจีน โดยเฉพาะสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ การปรับขึ้นครั้งนี้สมมติสินค้าราคา 100 บาทก็จะเพิ่มขึ้น 7 บาทซึ่งก็ถือว่าไม่มากและเป็นการสร้างความยุติธรรม”

การส่งเสริมเรื่องของการค้าออนไลน์ถ้าเขามาตั้งในประเทศไทยเราอาจจะซื้อสินค้าขึ้นมาแพงขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังสามารถขายได้ และอีกด้านหนึ่งสินค้าไทยก็จะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

ชูความได้เปรียบต้นทุนโลจิสติกส์-เอฟทีเอ

นายณรงค์ศักดิ์ยังชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันไทยและจีนมีความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีในระดับภูมิภาค RCEP และความตกลงอาเซียนจีน ทั้งยังมีสิทธิพิเศษทางด้านภาษีหรือที่เรียกว่ามุมน้ำเงิน

นอกจากนี้จีนยังให้สิทธิประโยชน์ในการให้ส่วนลดค่ารถไฟจีน-ลาว-ไทย ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งในปี 2556 ถูกลงกว่าปี 2565 ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสในการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศจีนโดยผ่านเส้นทางรถไฟโดยเฉพาะการขนส่งไปทางตะวันตกซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยอุตสาหกรรม และมีประโยชน์ต่อการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบอย่างเช่นปุ๋ยเคมี

นักลงทุนจีน มั่นใจลงทุนในประเทศไทย

นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า ด้านการลงทุน นักลงทุนจากจีนให้ความสนใจในการลงทุนไทยเป็นอย่างมาก สะท้อนจากที่มีการจัดงานประชุมนักธุรกิจจีน (WCEC) ครั้งที่ 16 เมื่อเดือนมิถุนายน 2566 ซึ่งมีนักธุรกิจจีนเดินทางเข้ามาถึง 4,000 คน พวกเขารู้จักประเทศไทยมากขึ้น และจากวันนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ผ่านมา 9 เดือน ทางหอการค้าได้ไปเยือนมณฑลต่าง ๆ ในประเทศจีนมากถึง 10 มณฑล

เช่น ฝูเจี้ยน ปักกิ่ง ซัวเถา กวางตุ้ง ชิงไห่ เซี่ยงไฮ้ หูเป่ย์ ไห่หนาน ยูนนาน เจ้อเจียง และกานซู และมีนักลงทุนจีนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจำนวนมาก ผ่านทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งเราเห็นอยู่แล้วว่ามีนักลงทุน EV ที่เข้ามาลงทุนในไทย 6 ราย

นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนที่เข้ามาโดยไม่ผ่าน BOI ด้วย เช่น การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และการลงทุนที่เข้ามาผ่านทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

“งาน WCEC ทำให้คนรู้จักประเทศไทยมากขึ้น บางคนยังไม่เคยเดินทางมาประเทศไทยเลย แต่จากการเดินทางมาครั้งนั้น ทำให้เขามั่นใจว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย และประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการดูแลประชาชนจากโควิดได้เป็นอย่างดี”

โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญนอกจาก EV และชิ้นส่วนประกอบของ EV แล้วยังมีสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงานทดแทนยา และเฟอร์นิจอร์ เป็นต้น

“ฟรีวีซ่า” ดูดนักท่องเที่ยวบุกไทย 10 ล้านคน

นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า นโยบายฟรีวีซ่าที่ผ่านมาในช่วง 2 เดือน ทำให้ประเทศไทยได้รับอานิสงส์ เพราะหากเปรียบเทียบกันแล้ว นักท่องเที่ยวจากไทยเดินทางไปจีนคงจะน้อยกว่านักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาไทย ซึ่งเท่าที่ประเมินคาดว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังประเทศไทย 8-10 ล้านคน จัดส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวถึง 30 ล้านคนตามเป้าหมาย ซึ่งนับว่าเป็นอัตราที่สูงเกือบเทียบเท่าช่วงก่อนโควิด

และผลดีทางอ้อมคือ เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทำให้สายการบินมีการแข่งขันและมีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาค่าตั๋วลดลงจากก่อนหน้านี้

“สิ่งที่สำคัญคือเราเห็นพฤติกรรมผู้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่จะมาเป็นกรุ๊ปทัวร์ขนาดใหญ่ ใช้โรงแรม 3 ดาว ก็เปลี่ยนมาเป็น group ขนาดเล็กที่ท่องเที่ยวเองและใช้เงินต่อหัวจำนวนมากขึ้น แล้วมุ่งไปใช้บริการโรงแรม 5 ดาว ซึ่งเป็นผลมาจากภาพลักษณ์หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเดินทางมายังประเทศไทยจึงทำให้คนจีนอยากมาพักที่โอเรียนเต็ล โฟรซีซั่น มากขึ้น”

มุมมอง 6 เดือนรัฐบาล

“ผมมองว่ารัฐบาลในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาดำเนินการไปได้หลายเรื่องแต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ ซึ่งรัฐบาลนี้ก็ทำงานอย่างเข้มข้นอย่างทางหอการค้าไทยจีนก็ได้พบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มากถึง 10 ครั้งมีการผลักดันแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันมาตลอด”

ในส่วนมาตรการเรื่องการดูแลราคาน้ำมัน มองว่าทางภาคเอกชนต้องการให้ระดับราคานิ่ง เพื่อจะมีผลต่อการวางแผนการผลิต

ส่วนค่าไฟฟ้าของประเทศไทยยังมีต้นทุนที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศต่าง ๆ ในเอเซีย แต่ข้อดีก็คือประเทศไทยมีไฟใช้เพียงพอจะเปิดไฟเมื่อไหร่ก็มีไฟพร้อมใช้ตลอดเวลา

สำหรับต้นทุนค่าแรงในภาคเอกชน มองว่านับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลมีการปรับขึ้นค่าแรงเป็นรายพื้นที่ตามศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ซึ่งประเด็นนี้อาจจะไม่ส่งผลกระทบมากนัก เพราะปัจจุบันผู้ผลิตมีการจ่ายค่าแรงสูงกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ

ขณะที่อัตราดอกเบี้ย เราจะมองว่าดอกเบี้ย 5-6% อาจจะไม่สูงหากเทียบเท่ากับสมัยก่อนที่มีอัตราดอกเบี้ย 10 ถึง 11% แต่สิ่งที่สำคัญที่ห่วงก็คือภาคเอกชนโดยเฉพาะ SMEs จะต้องเข้าถึงแหล่งเงินทุน

เศรษฐกิจจีนยังเติบโต

นายณรงค์ศักดิ์กล่าวถึง มุมมองต่อเศรษฐกิจจีนในปี 2567 ว่ายังคงมีแนวโน้มเติบโตแต่อาจจะชะลอตัวลงจากปีก่อน เพราะภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่ฟื้นและการผลิตเพื่อส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและอเมริกายังติดอุปสรรคในเรื่องของจีโอโพลีติก ส่งผลให้สินค้าที่จีนผลิตอาจจะต้องหาช่องทางระบายมายังประเทศอาเซียน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะไทยแต่ยังมีทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย

ดังนั้น เราจึงมองว่าไทยจะต้องปรับแผน จากเดิมที่ไทยเป็นผู้ผลิตเพื่อการส่งออกก็ต้องหันมาปรับลดการผลิตและเปลี่ยนมาเป็นผู้นำเข้าไม่ต้องไปผลิตสินค้าแข่งกับจีน เพราะว่าเราจะสู้ต้นทุนของจีนไม่ได้ เนื่องจากการสนับสนุนของทางภาครัฐบาลจีน อีกทั้งปริมาณการผลิตที่มีมาก ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่า

5 แนวทางการทำงานหอการค้าจีน

สำหรับแนวทางการดำเนินการของหอการค้าไทยจีนในปี 2567-2568 นั้น คณะกรรมการหอการค้ายังคงเดินหน้า 5 พันธกิจสำคัญ ได้แก่ 1) การทำหน้าที่สะพานเชื่อมระหว่างไทยและจีนทุกมิติ 2) การเผยแพร่เรื่องราวที่ดีของประเทศจีน 3) การส่งเสริมการค้าการลงทุนเข้ามาในประเทศไทย 4) การผลักดันและความร่วมมือ สร้างโอกาสให้กับเศรษฐกิจการค้าการลงทุนการท่องเที่ยวและด้านพลังงาน และ 5) การส่งเสริมให้มีการดำเนินการประชาคมไทย-จีน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หอการค้าไทย-จีน แนะวิธีแก้ขาดดุลการค้าจีนเป็นกำไร-มั่นใจ GDP ไทยปี’67 โต 3%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...