โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อ "จักรวรรดิเกาหลี" ไม่ต้องการสยบยอมต่อระบบที่มีจีนเป็นศูนย์กลาง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ส.ค. 2566 เวลา 17.25 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2566 เวลา 17.21 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - วัง Gyeongbokgung ที่ประเทศเกาหลี

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก จีนถือได้ว่าเป็นอารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ทั้งในด้านการเมืองการปกครอง ด้านเศรษฐกิจ ด้านศิลปวัฒนธรรม พร้อมกันนี้จีนได้ขยายอิทธิพลในด้านต่าง ๆ ออกไปอย่างไพศาล ซึ่งหนึ่งในอาณาจักรที่ได้รับอิทธิพลเป็นอย่างมาก คือ อาณาจักรโชซอนของ เกาหลี (ค.ศ. 1392-1910) โดยเฉพาะในเรื่องของอุดมการณ์ทางการเมืองการปกครอง

ก่อนการกำเนิดอาณาจักรโชซอนความสัมพันธ์ระหว่างดินแดนเกาหลีกับจีนนั้นมีมาก่อนอยู่แล้ว ตัวอย่างในยุคสามอาณาจักร (ปีที่ 57 ก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 676) ต่อเนื่องมายังชิลลา (ค.ศ. 676-935) โครยอ (ค.ศ. 935-1170) ต่างแสวงหาพันธมิตรจากจีนแผ่นดินใหญ่เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะคู่แข่ง โดยต่อมาเมื่อมีการสถาปนาอาณาจักรโชซอนขึ้นแล้วความสัมพันธ์ระหว่าง เกาหลี กับ จีน ยิ่งมีความแนบแน่นกันเป็นอย่างมาก

แต่ในขณะเดียวกันเมื่อจีนมีความเปลี่ยนแปลงภายในอย่างเช่น การเปลี่ยนราชวงศ์ ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับอาณาจักรโชซอนเช่นเดียวกัน กล่าวคือ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอาณาจักรโชซอนมีลักษณะที่จีนเป็น “พี่ใหญ่” ส่วนโชซอนเป็น “น้องเล็ก” ที่ต้องคอยฟังคำสั่งของพี่ใหญ่ แต่ในช่วง ค.ศ. 1897-1910 อาณาจักรโชซอนได้มีความพยายามแยกตัวออกเป็นอิสระจากจีน คือช่วงที่อาณาจักรโชซอนถูกสถาปนาเป็นจักรวรรดิเกาหลี โดยในบทความ แทฮันเจกุก (대한제국) จักรวรรดิเกาหลีที่ถูกลืม ของ นิธิ เนื่องจำนงค์ ได้อภิปรายความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับโชซอน ไว้อย่างน่าสนใจดังนี้

ระบบโลกที่จีนเป็นศูนย์กลางเรียกว่า Zongfan ระบบนี้เริ่มในราชวงศ์โจวตะวันตก (1046-771 ปีก่อนคริสตกาล) Zong หมายความถึงจักรพรรดิจีนที่อ้างว่าเป็นโอรสสวรรค์ และมีอำนาจสิทธิ์ขาดอันเนื่องมาจาก “โองการสวรรค์” (mandate of heaven หรือ Tianming) ที่ปกครองทุกสรรพสิ่งภายใต้สวรรค์ ส่วนคำว่า fan หมายถึงเผ่าของราชวงศ์ที่อยู่ตามชายแดนของจีนและมีความชอบธรรมจากการแต่งตั้งของโอรสสวรรค์

ในส่วนความสัมพันธ์ลักษณะนี้ระหว่างเกาหลีในช่วงราชวงศ์โชซอนกับจีนมีจุดน่าสนใจ คืออีซองคเย (Yi Song-gye) อดีตแม่ทัพของอาณาจักรโครยอได้รับคำสั่งจากกษัตริย์โครยอให้เข้าร่วมกับมองโกลในการต่อต้านหมิง แต่อีซองคเยกลับยกทัพกลับแล้วยึดอำนาจก่อนตั้งราชวงศ์ใหม่ คือ ราชวงศ์โชซอน โดยกระบวนการการก่อตั้งอีซองคเยได้แจ้งและขอการยอมรับจากราชวงศ์หมิง แม้กระทั้งชื่อโชซอนยังเป็นจักรพรรดิหงอู่ (Hongwu Emperor, ค.ศ. 1368-1398) เป็นผู้คัดเลือก ด้วยเหตุนี้ความสัมพันธ์ระหว่างหมิง-โชซอนจึงมีลักษณะของ “การรับใช้ผู้ยิ่งใหญ่” (Serving the Great)

การสร้างอาณาจักรโชซอนได้ยึดตามแนวทางรัฐแบบขงจื๊อ (แบบจีน) และพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างเชิงสถาบันของระบบเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม ให้เป็นไปตามตัวแบบขงจื๊อ และมีการประยุกต์ใช้กฎหมายของต้าหมิงในการวางโครงสร้างการบริหารแผ่นดินเนื่องจากผู้ก่อตั้งอาณาจักรโชซอนมีความเลื่อมใสในอุดมการณ์แบบขงจื๊อของต้าหมิง และมีมุมมองต่อต้าหมิงในฐานะของประเทศที่เหนือกว่าทางอารยธรรม หรือ “จุงฮวาอึยชิก” โดยหลักการที่ว่าด้วยการรับใช้ผู้ยิ่งใหญ่แสดงให้เห็นนัยของการที่โชซอนและต้าหมิงไม่ได้อยู่ในสถานภาพของรัฐที่มีอำนาจอธิปไตยที่เท่าเทียมกัน และความสัมพันธ์ทั้งสองรัฐเป็นไปในลักษณะของลำดับชั้นสูงต่ำ (hierarchy) โดยต้าหมิงเป็นศูนย์กลางอำนาจ ส่วนโชซอนเป็นรัฐบริวาร

แม้ว่าต้าหมิงจะอยู่ในสถานะเสมือนกับเจ้าจักรวรรดิ แต่ประเทศบริวารยังคงสิทธิในการปกครองภายในประเทศตนอย่างเต็มที่ โดยที่สภาวะปกติต้าหมิงจะไม่เข้ามาแทรกแซงกิจการภายในประเทศบริวาร หน้าที่ของรัฐบริวารที่พึงกระทำต่อต้าหมิงคือ การส่งคณะทูตมาแสดงความเคารพและถวายเครื่องบรรณาการตามประเพณีเท่านั้น สำหรับกรณีของโชซอนนั้นต้องส่งคณะทูตไปยังหมิงปีละ 4 ครั้งในช่วงปีใหม่, ในวัดเกิดของจักรพรรดิหมิง, วันเกิดรัชทายาทหมิง และในช่วงฤดูหนาวในวันที่พระอาทิตย์อยู่ห่างจากโลกมากที่สุด โดยเครื่องบรรณาการของโชซอนมักประกอบด้วยสินค้าสำคัญ อาทิ ม้า โสม หนังสัตว์ ผ้า เสื่อทอลายดอกไม้ เมื่อคณะทูตยกคณะกลับโชซอนมักจะนำสินค้าสำคัญ อาทิ ผ้าแพร ยาจีน หนังสือ เครื่องถ้วยชาม กลับด้วยเสมอ

นอกจากนี้ เมื่อคณะทูตหมิงเดินทางมายังโชซอน กษัตริย์โชซอนจะต้องออกจากพระราชวังเพื่อมาต้อนรับคณะทูตจีนที่ประตูยองกึนมุน หรือประตูแห่งการต้อนรับตามพันธะหน้าที่ (Welcoming Gate for Obligation) ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1537 ก่อนจะนำราชทูตไปที่หอโมฮวากวาน (Mohwagwan Hall) ซึ่งเป็นที่พักของราชทูต ดังนั้น สถานที่ทั้งสองจึงเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและเกาหลี หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือสัญลักษณ์ของการอยู่ภายใต้ระเบียบโลกที่จีนเป็นศูนย์กลางของเกาหลี ความสัมพันธ์เช่นนี้ถูกสืบทอดไปยังสมัยต้าชิง แต่ความแนบแน่นในความสัมพันธ์ลดลงอย่างมาก สาเหตุสำคัญคือโชซอนมักมองว่าต้าชิงหรือแมนจูมีความด้อยกว่าทางอารยธรรม

จากการที่โชซอนอยู่ในสถานะรัฐบริวารจีนอย่างยาวนาน ดังนั้น หนึ่งในเป้าหมายของการก่อตั้งจักรวรรดิเกาหลีของพระเจ้าโคจง หรือจักรพรรดิควางมู คือ การถอนตัวออกจากระบบโลกที่จีนเป็นศูนย์กลาง ในการดำเนินการดังกล่าวนอกจากการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก “โชซอน” ซึ่งเป็นชื่อที่จักรพรรดิหงอู่แห่งต้าหมิงเป็นผู้เลือกมาเป็น “แทฮันเจกุก” พร้อมทั้งเปลี่ยนพระนามของตนเองจากพระเจ้าโคจงเป็นจักพรรดิควางมู การปรับเปลี่ยนชื่อเรียกเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้เป็นอย่างดีถึงความพยายามยกสถานะจากเจ้ารัฐบริวารให้มีความเท่าเทียมกับจักรพรรดิของต้าชิงและความเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับบรรทัดฐานระหว่างประเทศ

จะเห็นได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างต้าหมิงและต้าชิงกับอาณาโชซอนของเกาหลีมีลักษณะไปในทิศทางที่จีนคือผู้ “ยิ่งใหญ่” ส่วนอาณาจักรโชซอนของ เกาหลี คือ “ผู้รับใช้ผู้ยิ่งใหญ่” จนนำไปสู่การตั้งจักรวรรดิเกาหลีเพื่อที่จะหลุดพ้นความสัมพันธ์ลักษณะที่มีจีนเป็นศูนย์กลางส่วนเกาหลีเป็นรัฐบริวาร

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : บทความนี้คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ แทฮันเจกุก (대한제국) จักรวรรดิเกาหลีที่ถูกลืม เขียนโดย นิธิ เนื่องจำนงค์ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม 2564, เรียบเรียงโดย ธนพล หยิบจันทร์

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 เมษายน 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...