รวม 6 เรื่องเล่าสุดหลอนจากแผนกจิตเวช กับความสยองขนพองของเหล่าคนไข้โรคจิต ที่น้อยคนนักจะรู้
ปกติเรามักจะได้ยินเรื่องราวต่างๆในโรงพยาบาลมาเยอะ มีทั้งตลก เศร้า น่ารัก หรือสยองมาเยอะแล้ว โดยเฉพาะแผนกจิตเวชของโรงพยาบาล ที่มีแต่เรื่องราวชวนสยองให้เราได้รับรู้กัน
เพราะพอพูดถึงแผนกจิตเวชแล้ว ทุกคนคงจะคิดถึงความหลอน สยองขวัญ ต่างๆนานา ซึ่งไม่แปลกนะ เพราะด้วยบรรยายกาศชวนหลอน คนไข้โรคจิตที่คุ้มดีคุ้มร้าย กลิ่นยาที่ตลบอบอวลไปทั่ว ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นดีของเรื่องราวสยองขวัญทั้งหลาย ซึ่งต้องขอยอมรับบุคลากรที่ทำงานจริงๆ ทุกคนต้องอยู่ภายใต้ความกดดัน คอยรับมือกับสภาพจิตที่ไม่ปกติของคนไข้ บอกเลยใจไม่แข็งจริง เข้ามาทำไม่ได้นะ ในครั้งนี้ ผมได้นำเรื่องราวแปลกประหลาดของเหล่าคนไข้โรคจิตจากต่างประเทศมาให้ชมกัน บอกไว้ก่อนว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องผีแต่อย่างใด แต่ก็พอทำให้คุณขนลุกซู่ได้แน่นอน และเรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นการเล่าต่อๆกันมาอีกที อาจมีเติมสีใส่ไข่ไปบ้าง จริงไม่จริงไม่ทราบ ก็ขอให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการอ่านกันด้วย หรือคิดซะว่าอ่านเอาสนุกก็ได้ไม่ว่ากัน พร้อมแล้ว ก็ตามมาได้เลย…
1. มาเป็นแม่ผมนะ!
เรื่องนี้เป็นเรื่องของอดีตเภสัชกรสาวท่านหนึ่ง ที่ได้เข้ามาทำงานในแผนกจิตเวชของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เธอมีหน้าที่คอยเข็นรถจ่ายยาให้ผู้ป่วยตามห้อง ด้วยความที่เธอตัวเล็ก เกรงว่าจะเกิดอันตรายได้ เธอจึงมีบุรุษพยาบาลและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดสอยห้อยตามระหว่างปฏิบัติหน้าที่แทบทุกครั้ง แต่เธอก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรร้ายแรงเลย จะมีก็แค่ระหว่างจ่ายยาแล้วคนไข้เกิดเสียชีวิตเอาดื้อๆ กับอยู่ๆก็อาละวาดแค่นั้น จนกระทั่งเธอเจอกับคนไข้รายหนึ่ง เป็นเด็กชายอายุประมาณ 9 ปี ผิวสีซีด ดวงตาดำโต เขามักจะทักทายเธออย่างสุภาพเรียบร้อยทุกครั้งที่เธอมาจ่ายยาให้ เช่น "สบายดีไหมครับ" หรือ "เป็นอย่างไรบ้าง" จนทำเอาเธอรู้สึกปลื้มในตัวเด็กคนนี้ ทำให้ทุกๆครั้งที่เธอออกเวร เธอจะคิดถึงเขาเสมอ จนกระทั่งวันหนึ่ง มีพยาบาลมาเห็นเธอกำลังพูดคุยกับเด็กชายอย่างสนิทสนม ก็ให้ตกใจกลัว ก่อนพาเธอออกมาแล้วเตือนว่าอย่าไปตีสนิทกับเด็กคนนี้จะดีกว่า พยาบาลก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อสมัยอนุบาล เด็กคนนี้สนิทกับครูสาวคนหนึ่งมาก มากถึงขั้นเรียกครูคนนั้นว่า "แม่" อยู่บ่อยครั้ง เขียนจดหมายหาถึงเธอตลอดว่าอยากเป็นลูกของเธอ ให้เธอมาเป็นแม่ของเขา ครูคนนั้นเห็นท่าไม่ดีจึงไปบอกเด็กคนนั้นว่า อย่าพูดอะไรแบบนี้ เดี๋ยวแม่จริงๆจะเสียใจเปล่าๆ ครูเป็นแม่ให้เธอไม่ได้นะ แต่เหตุการณ์หลังจากนั้นกลับเลวร้ายลง เด็กชายคนนั้นกลับบ้านไปฆ่าแม่ของตัวเอง ด้วยการเอามีดปาดคอตอนหลับ "ทีนี้ ครูก็มาเป็นแม่ผมได้แล้วนะครับ" เด็กน้อยคนนั้นกล่าว ทำเอาเภสัชสาวขนลุกทั้งตัว และเลิกปฏิสัมพันธ์กับเด็กคนนั้นอีก…
(Photo credit: Pixabay)
2. รำคาญลูกตาจริงๆ!
เป็นเรื่องจากผู้ใช้ในเว็บบอร์ด Reddit ชื่อว่า nevergotchallenger เล่าว่าเมื่ออดีตสมัยที่แม่ของเธอทำงานอยู่ในแผนกจิตเวชพร้อมๆกับเรียน ป.โทไปด้วย แม่ของเขาก็ทำหน้าที่เหมือนเดิมทุกครั้ง ออกตรวจเช็คห้องคนไข้เหมือนอย่างเคย แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือ ขณะที่แม่ของเขาต้องเข้าเวรกะดึกอยู่คืนหนึ่ง เธอก็ทำหน้าที่เหมือนเดิม ดูว่าประตูห้องคนไข้ทุกห้องปิดสนิทไหม จนมาถึงห้องหนึ่ง ประตูกลับเปิดแง้มไว้เล็กน้อย และสังเกตเห็นขาของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง โผล่ออกมานอกประตูครึ่งหนึ่ง เธอจึงเดินเข้าไปดูในห้องนั้น แล้วก็พบกับภาพสุดสยอง เธอเห็นคนไข้หญิงนั่งขัดสมาธิอยู่กับพื้น ในมือมีลูกตาของเธอถูกควักออกมาทั้งสองข้าง เธอกรีดร้องเสียงดังลั่น ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ก่อนลงไปทำซีพีอาร์ให้เจ้าหน้าที่ที่นอนอยู่กับพื้น ต่อมาเธอทราบว่า เจ้าหน้าที่คนนี้เกิดหัวใจวายกะทันหัน เนื่องจากมาเห็นภาพสุดสยองนี้คนแรก แต่ที่สยองไปกว่านั้น ขณะที่เธอปั๊มหัวใจช่วยเพื่อนเจ้าหน้าที่อยู่นั้น คนไข้หญิงคนดังกล่าวกลับนั่งขัดสมาธินิ่ง ในมือถือลูกตาทั้งสองข้างอย่างเงียบๆ ไม่เข้ามาช่วย ไม่เข้ามาขัดขวาง แค่นั่งนิ่งๆ…
(Photo credit: Pixabay)
3. นั่นเจนใช่มั้ย?
มีคนไข้สาวคนหนึ่งป่วยด้วยโรคจิตเภทหลายอย่างด้วยกัน เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ต่างเรียกเธอว่า "เจน" คืนแรกที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็เจอเรื่องเลย ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจเตียงนอนของเธอ ก็พบเข้ากับกองเลือดปริศนา ปรากฏว่ากองเลือดนี้มาจากที่เจนใช้เล็บของเธอขูดขีดเนื้อหนังของตัวเอง ลอกผิวหนังส่วนคางออก รวมถึงดึงหนังตรงหน้าแข้งออกด้วย ไม่เท่านั้น เธอยังมีพฤติกรรมประหลาดๆที่คล้ายกับกำลังเล่นของ หรือบูชายัญอะไรบางอย่าง เดินเอามือไล้กำแพงไปทั่ว ลากนิ้วบนกำแพงเป็นรูปกางเขน เจ้าหน้าที่เข้าไปห้ามหลายต่อหลายครั้ง เธอก็หยุดไปบ้าง แต่เดี๋ยวก็กลับมาทำใหม่เหมือนเดิม เธอทำแบบนี้เป็นประจำทุกวันก่อนเข้านอน นานติดต่อกันหลายชั่วโมง จนคืนหนึ่ง เจ้าหน้าที่กำลังเดินไปที่ห้องของเจนเพื่อตรวจความเรียบร้อย เขาก็เจอเธอยืนอยู่ทางเข้าประตูห้อง เจ้าหน้าที่คนนั้นถามเธอว่าเป็นอะไร? เธอตอบกลับมาด้วยเสียงที่เยือกเย็นว่า "แน่ใจเหรอ ว่าที่คุยอยู่เนี่ย เป็นเจนตัวจริง?"
(Photo credit: Pixabay)
4. "มันจะมาเอาตัวเธอไป"
เรื่องนี้มาจากผู้ใช้เว็บบอร์ด Reddit เหมือนเคย ชื่อว่า naggingnavi โดยเธอเล่าให้ฟังว่า เธอเคยเป็นพยาบาลอยู่ที่บ้านพักคนชราแห่งหนึ่ง ฝั่งผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ตอนนั้นเป็นเวลาตีสองครึ่ง เธอกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยเหมือนอย่างเคย เธอเข้าไปในห้องของคุณยายท่านหนึ่งวัย 83 ปี นั่งหลังตรงแน่วอยู่บนเตียง ไม่ยอมนอนลงไป เธอเลยเดินเข้าไปถามเบาๆว่าทำไมไม่ยอมนอน คุณยายคนนั้นหันมาหาเธออย่างช้าๆ มองเข้าไปในตาของเธอก่อนจะพูดว่า"พวกมันจะมาเอาตัวเธอไปนะที่รัก" แล้วก็หัวเราะออกมา เธอรู้สึกขนลุกสุดๆ แทบฉี่ราด สักพักคุณยายก็สงบลง ยอมทิ้งตัวลงนอน เธอก็เตรียมจะออกห้องจากห้อง (เสียที) แต่ก่อนที่จะหลับ คุณยายคนเดิมก็หันมาหาเธออีกครั้งแล้วพูดว่า "ฉันต้องคิดถึงเธอแน่เลย หลังจากพวกมันเอาตัวเธอไปแล้ว"
(Photo credit: Pixabay)
- "หนูพร้อมแล้วค่ะพ่อ"
เรื่องนี้อาจจะไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่มันก็หดหู่ใช้ได้ เรื่องนี้เป็นของอดีตพยาบาล เธอเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนเธอเคยทำงานในแผนกสุขภาพจิตช่วงคริสต์มาส ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เธอต้องอาบน้ำให้คนไข้คนหนึ่ง เธอเป็นเด็กสาวอายุราวๆ 13-14 ปี มีประวัติถูกทำร้ายร่างกายมานับไม่ถ้วน เธอพาเด็กสาวไปที่ห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าให้เธอจนหมด เตรียมจะราดน้ำให้ จู่ๆเธอก็ไออย่างหนักหน่วง ขากเสลดออกมาแล้วถุยลงกับพื้นอย่างช้าๆ ค่อยๆปล่อยให้น้ำลายหยดลงกับพื้น ก่อนที่พยาบาลสาวจะทำอะไรต่อไป เด็กคนนั้นก็ทิ้งตัวลงคุกเข่ากับพื้น แล้วเลียเสลด น้ำลายที่เพิ่งถุยจนเกลี้ยงพื้น หัวเราะออกมาแล้วพูดขึ้นว่า "หนูพร้อมแล้วค่ะพ่อ มาเลยค่ะ"
(Photo credit: Pixabay)
6. รู้เวลาตายล่วงหน้า
สายจิตเวชน่าจะทราบกันเป็นอย่างดี ว่าแผนกนี้มักจะมีเรื่องราวแปลกๆอยู่เสมอ คราวนี้ก็เช่นกัน มีพยาบาลคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า คนไข้ในแผนกนี้ที่ป่วยระยะสุดท้าย มักจะมีรายการเช็คส่วนตัวอยู่ เช่น อยากทำอะไรก่อนตาย ถ้าได้ออกไปจากที่นี่ จะทำอะไรเป็นอย่างแรก เป็นต้น นอกจากรายการเช็คนี้แล้ว คนไข้บางรายชอบที่จะพูดคุยเป็นเรื่องเป็นราวอยู่คนเดียว พูดกับกำแพงบ้าง ก๊อกน้ำบ้าง เตียงนอนบ้าง พอเธอเข้าไปถามว่าคุยกับใครอยู่ พวกเขาก็จะตอบมาว่า กำลังคุยกับคนตายอยู่ เช่นพ่อแม่ ญาติพี่น้องของพวกเขาเป็นต้น พอเธอถามต่อว่าคุยเรื่องอะไรกัน พวกเขาก็ตอบกลับมาว่า พวกเขา (ญาติๆที่ตายแล้ว) อยากให้ไปอยู่ด้วย ก่อนจะโพล่งขึ้นมาว่า"ใช่ๆ พวกเขาจะมาเอาตัวฉันไปตอนตีสาม พรุ่งนี้" และสิ่งที่แปลกและน่ากลัวที่สุด คือคนไข้เหล่านั้นจะเสียชีวิตในวันและเวลาเดียวกับที่พวกเขาบอกกับเธอทุกครั้ง
(Photo credit: Pixabay)