โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทายาทอดีตส.ส.รื้อแล้ว! ทิ้งที่ดิน 592ไร่ มูลค่า 30 ล้านในเขตอช.ลำคลองู

MATICHON ONLINE

อัพเดต 13 ส.ค. 2564 เวลา 06.37 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 06.37 น.

ทายาทอดีตส.ส.รื้อแล้ว! ทิ้งที่ดิน 592ไร่ มูลค่า 30 ล้านในเขตอช.ลำคลองู เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งทุ่งหญ้าสัตว์ป่า ซาฟารีเมืองกาญจนบุรี

วันนี้ 13 ส.ค.2564 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายกมลาศ อิสสอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู นายบรรจง รสจันทร์ นายกอบต.ชะแล นายสถาพร ทองผาภูมิปฐวี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคลิตี้ หมู่ที่ 4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เจ้าหน้าที่หน่วยฯ กจ.6 (พุเตย) เจ้าหน้าที่หน่วยฯ กจ.18 (วังเกียง) และเจ้าหน้าที่ สปป.1 ภาคกลาง รวม จำนวน 20 นาย ได้เดินทางไปตรวจสอบติดตาม การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสิน ของทายาทโดยธรรมของนายคงสิทธิ์ กลีบบัว ลูกชาย อดีตส.ส.จังหวัดกาญจนบุรี ที่ยอมรื้อถอน โรงเรือน จำนวน 5 หลัง สวนยางพารา ปาล์ม ไผ่ตงและพืชไร่ รวมจำนวน 592ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา มูลค่าที่ดิน และทรัพย์สิน ประมาณ 30 ล้าน ที่ปลูกสร้าง บุกรุกในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู บริเวณบ้านคลิตี้หมู่ที่ 4 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

ทั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชให้ดำเนินการปราบปราม นายทุนบุกรุกป่า อย่างเด็ดขาด

การที่ทายาทโดยธรรมของนายคงสิทธิ์ฯยอมรื้อถอนด้วยตนเองนั้น สาเหตุมาจากเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2559 อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อ นายคงสิทธิ์ กลีบบัว ลูกชายอดีต ส.ส.จังหวัดกาญจนบุรี ในข้อหา “ปลูกสร้าง และยึดถือ ครอบครอง อุทยานแห่งชาติลำคลองงูโดยมิได้รับอนุญาต”นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ดำเนินคดี

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2561 อัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสังไม่ฟ้อง นายคงสิทธิ์ฯเพราะขาดเจตนาในการกระทำผิด ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2563 นายคงสิทธิ์ฯได้ถึงแก่ความตาย กองมรดก รวมทั้งสิทธิ และหน้าที่ต่างๆ ย่อมตกแก่ทายาทโดยธรรมโดยทันที นาย กมลลาศฯ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เห็นว่าถึงแม้อัยการจังหวัดกาญจนบุรี จะมีคำสั่งไม่ฟ้องนายคงสิทธิ์ฯ และนายคงสิทธิ์ฯ ถึงแก่ความตายไปแล้วก็ตาม แต่ที่ดินดังกล่าว จำนวน 592 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา ก็ยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงูนายกมลลาศฯหัวหน้าอุทยานลำคลองงู มีอำนาจประกาศคำสั่ง ให้ทายาทโดยธรรมของนายคงสิทธิ์ฯ ให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสินดังกล่าวออก ไปให้พ้นจากเขตอุทยาน ฯได้หากไม่ยอมรื้อถอน จะมีความผิดตาม มาตรา 35 (2) พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฉบับใหม่ จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรื้อถอนเสร็จ

แต่หลังจากนายกมลาศฯ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองูได้ทำการปิดประกาศคำสั่งให้ทายาทโดยธรรมของนายคงสิทธิ์ฯรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสิน ดังกล่าวไปแล้วในวันที่ 17 มิ.ย.2564 ทายาทโดยธรรมของนายคงสิทธิ์ฯยอมถอย ได้ว่าจ้างคนงาน เข้ามารื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสินดังกล่าว แต่โดยดี เรื่อยมาตั้งแต่หลังวันปิดประกาศคำสั่ง จนถึงวันนี้

หลังจากที่ทายาทโดยธรรม ของนายคงสิทธิ์ฯ ได้ทำการรื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน และทำการขนย้ายสิ่งของต่างๆออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงูหมดแล้วคาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนสิงหาคม 2564 นี้ หลังจากนั้นนายกมลาศฯ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู นายบรรจงฯนายกอบต.ชะแล และราษฏรชุมชนบ้านคลิตี้ จะร่วมกันพัฒนาที่ดินแห่งนี้ของนายทุนที่ยึดคืนมา โดยพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นที่ราบทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ เนื้อที่ถึงเกือบ 600 ไร่ รอบล้อมไปด้วยภูเขาที่มีป่าไม้อันสมบูรณ์ และติดกับพื้นที่มรดกโลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ผลโดยตรงจะร่วมกันพัฒนาเป็นแหล่งทุ่งหญ้า แหล่งอาหารสัตว์ป่า เพื่อสัตว์ป่าสมบูรณ์ ผลโดยอ้อมจะร่วมกันพัฒนาเพื่อเป็นแหล่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ส่องสัตว์ป่า ซาฟารีเมืองกาญจนบุรี ให้ชุมชนในท้องถิ่นมีรายได้จากการท่องเที่ยวต่อไป และได้ร่วมกันตั้งชื่อพื้นที่แห่งนี้ใหม่ว่า “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ และสัตว์ป่าตำบลชะแล อุทยานแห่งชาติลำคลองู “เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างชุมชนในท้องถิ่น กับอุทยานแห่งชาติลำคลองงูต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...