โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

คัด 20 หุ้นเด่น ผลตอบเเทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) โต 5 ปีติดต่อกัน

The Bangkok Insight

อัพเดต 31 ต.ค. 2564 เวลา 13.14 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 02.00 น. • The Bangkok Insight

ROE (Return on Equity) หรือ "อัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น" เป็นเรื่องสำคัญที่ควรรู้ก่อนลงทุน ซึ่งเป็นอัตราส่วนทางการเงินที่บอกว่า บริษัทมีความสามารถในการทำกำไรได้ดีและมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน 

วิธีการคำนวณ ROE จะใช้สูตร = (กำไรสุทธิ  / ส่วนของผู้ถือหุ้น) × 100 

กำไรสุทธิ (Net Profit) คือ กำไรหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งต้นทุน ดอกเบี้ย หรือภาษีแล้ว

ส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) คือ มูลค่าของผู้ถือหุ้นที่คำนวณได้จากสินทรัพย์ทั้งหมดหักด้วยหนี้สินของกิจการ

ดังนั้น ROE ยิ่งมีค่ามาก ยิ่งแสดงถึงฝีมือในการบริหารงานของบริษัท และทำให้ผู้ถือหุ้นมีโอกาสได้รับผลตอบแทนมากขึ้นตามไปด้วย ถ้า ROE เป็นบวก หมายความว่าบริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้นได้ แต่ถ้า ROE ติดลบ หมายความว่าบริษัทขาดทุน และไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้ให้ผู้ถือหุ้นได้

อธิบายเพิ่มเติมให้เห็นภาพ เช่น คำนวณ  ROE ของหุ้น A ได้เท่ากับ 15% เราสามารถตีความได้ว่าทุกๆ 100 บาท ที่ผู้ถือหุ้นลงทุนไปกับบริษัทนี้ บริษัทจะสามารถทำกำไรกลับมาให้ผู้ถือหุ้น 15 บาท

หรือหากคำนวณ  ROE ของหุ้น B ออกมาติดลบ -15% เราสามารถตีความได้ว่าทุกๆ 100 บาท ที่ผู้ถือหุ้นลงทุนไปกับบริษัทนี้ จะทำให้ผู้ถือหุ้นขาดทุนทุกๆ 15 บาท

บริษัทที่มีกิจการแข็งแกร่ง ควรจะรักษาตัวเลข ROE ให้สูงกว่า 15% อย่างสม่ำเสมอ เพราะสะท้อนถึงศักยภาพของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถในการแข่งขัน ความเก่งของผู้บริหาร หรือใช้ประเมินได้ว่าบริษัทแบกทรัพย์สินที่ไม่เกิดประโยชน์ไว้มากเกินไปหรือเปล่า   

วันนี้เราจึงได้สำรวจ 20 หุ้นเด่นที่มี ROE สูงกว่า 15% ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา(ระหว่างปี 2559-2563) โดยคัดเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดีที่คำนวณในดัชนี SET100 มาดูกันครับว่ามีตัวไหนบ้าง?

ที่มา : SET SMART

ถึงตรงนี้จะเห็นว่าเราสามารถนำค่า ROE เป็นตัวตั้งต้นในการวิเคราะห์หุุ้นได้ แต่จุดสำคัญควรเปรียบเทียบ ROE ของหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนั้น ๆ เนื่องจากแต่ละอุตสาหกรรมจะมีธรรมชาติของธุรกิจที่แตกต่างกัน

ส่วนข้อระวังในการใช้ ROE เราต้องดูที่มาที่ไปด้วยว่าสาเหตุที่ ROE สูงมากอะไร การที่มองแต่ตัวเลขที่สูงๆ เพียงอย่างเดียวก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป และที่สำคัญอย่าลืมใช้ประกอบกับอัตราส่วนทางการเงินอื่น ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจการลงทุนทุกครั้ง

หมายเหตุ : บทความนี้เพื่อใช้สำหรับศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น มิได้มีเจตนาในการชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...