โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน

ทันหุ้น

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 05.57 น.

#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า Dot Plot คาดเฟดลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 0.25% ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก, สาขาคลีฟแลนด์ เห็นพ้องว่าเฟดจะรอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจ ก่อนจะตัดสินใจปรับนโยบายการเงิน ขณะที่เฟดสาขาแอตแลนตา หนุนปรับลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ เพราะต้องการรักษาสมดุลจากแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อเงินเฟ้อ และความวิตกจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะทรัมป์จะใช้อัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ที่เคยประกาศไปก่อนหน้ากับประเทศคู่ค้าที่ไม่มีการเจรจาข้อตกลงการค้าอย่างซื่อตรง อาจเป็น 18 ประเทศคู่ค้าที่มีการเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯมากที่สุด รวมถึงไทย

-ผลสำรวจ Allianz Trade ชี้ 95% ของผู้ส่งออกจีน เร่งกระจายตลาดออกจากสหรัฐฯ จากผลกระทบสงครามการค้า แม้จีนจะได้อัตราภาษีแลกเปลี่ยนที่ 34% ชั่วคราว ตลาดที่ผู้ส่งออกจีนให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) โดยเฉพาะ อินโดนีเซีย, เวียดนามขณะที่ไทยอาจได้อานิสงส์ย้ายฐานการผลิต/การลงทุนจากจีน สู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการผลิตในภูมิภาค หุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมได้แก่หุ้น AMATA และ WHA โลจิสติกส์ และเทคโนโลยี ได้แก่หุ้นHANA และ KCE อาจได้รับผลบวก

-ครม. เห็นชอบแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท โดยเลื่อนโครงการ Digital Wallet เฟส 3-4 ออกไปไม่มีกำหนด ผลัดเปลี่ยนเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน 4 โครงการใหญ่ 1. โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ ผลดีต่อหุ้น CK, STECON และ TASCO รวมทั้งโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ผลดีต่อหุ้น ADVANC, TRUE, AIT 2. พัฒนาการท่องเที่ยว 3. ลดผลกระทบภาคการส่งออก/เพิ่มผลิตภาพ 4. เศรษฐกิจชุมชนและกองทุนหมู่บ้าน

-ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นช่วงบ่ายคาดดัชนีวิ่งในกรอบระหว่าง 1,185 -1,195 จุด

บล.เอเอสแอล ระบุว่าดัชนีช่วงเช้าปรับตัวออกข้างรอปัจจัยใหม่ ปัจจัยภายในประเทศ ครม.ได้ชะลอการแจกเงินหมื่นเฟส 3 วงเงิน 157,000 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ปรับปรุงการผลิต ด้านตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสม 13.4 ล้านคน ลดลง 1.8% YoY และลดลง 5% จากสัปดาห์ก่อน เป็นการหดตัวต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ กดดันกลุ่มท่องเที่ยว

ส่วนปัจจัยต่างประเทศธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี และ 5 ปีลง 0.10% เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น Sentiment เชิงบวกต่อกลุ่ม china play

กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีปรับตัวออกข้าง มองเป็นการสร้างฐานราคา เน้นยืนแนวรับหลัก 1,185 จุด ไม่ควรต่ำกว่า

บล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนีเคลื่อนไหว Sideway up โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่่มปิโตรเคมี โดยยังปรับตัวขึ้นได้จำกัดเนื่องจาก ยังขาดปัจจัยใหม่ คาดภาคบ่ายมองกรอบดัชนี 1,185-1,200 จุด

ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีปรับตัวขึ้นสูงสุดราว 10 จุด โดยมีแรงซื้อหนุนนำโดยหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นตามด้วยแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และไอซีที ขณะที่มีแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร และค้าปลีก เป็นปัจจัยกดดันดัชนีปรับตัวขึ้นได้อย่างจำกัด ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,190.81 จุด บวก 1.67 จุด หรือ 0.14% มีมูลค่าการซื้อขาย 18,708 ล้านบาท

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews

Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...