โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Ferrari 296 Speciale & Speciale A ม้าดุขับหลังอัพเกรดขั้นสุด

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 13 พ.ค. 2568 เวลา 04.00 น.

ช่วงปีที่ผ่านมาหลายคนตื่นตาตื่นใจอย่างมากเมื่อม้าลำพองอย่าง Ferrari (แฟร์รารี) ได้เปิดตัวรุ่น 296 GTB (296 จีทีบี) และ 296 GTS (296 จีทีเอส) รถยนต์ซูเพอร์คาร์ของเขาในรูปแบบไฮบริด คราวนี้เป็นการพัฒนาเครื่องยนต์ V6 ในรอบหลายทศวรรษ และกระแสดีเยี่ยมในหมู่ลูกค้าตั้งแต่วันเปิดตัวมา เป็นรถที่โดดเด่นเรื่องสมรรถนะ และการขับขี่ที่สนุกที่สุด เทคโนโลยีล้ำที่สุดรุ่นหนึ่งของค่ายก็ว่าได้ เพื่อสานต่อความสำเร็จม้าลำพองได้เวลาเปิดตัวรุ่นพิเศษ 296 Speciale (296 สเปชาเล) และรุ่นเปิดประทุน 296 Speciale A (296 สเปชาเล เอ) ที่เพิ่มความดุเดือด สปอร์ทขั้นสุด เอาใจเศรษฐีสายสะสมไม่น้อย

ปรับลุค เพิ่มแรงม้าแต่น้ำหนักเบาลง

สำหรับ 296 Speciale ภายนอกมีการปรับชิ้นส่วนใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Diffuser ชิ้นหน้า กันชนหน้าออกแบบใหม่ ให้สามารถระบายอากาศได้มากขึ้น วัสดุฝากระโปรงหน้ามีช่องระบายอากาศเป็น Carbonfiber และที่สำคัญไฮไลท์อยู่ที่ด้านท้าย ที่เดิมมีปีกสปอย์เลอร์สำหรับยกขึ้นเพื่อการ Airbrake หรือการช่วยชะลอรถลง แต่ในรุ่นใหม่มีการออกแบบชิ้นส่วนใหม่ให้มีความคล้ายกลับรุ่นพี่ตัวสูงสุดอย่าง Ferrari F80 (แฟร์รารี เอฟ 80) สามารถปรับระดับการยกขึ้น-ลง ได้ตาม Driving Mode สร้างแรงกดรวม 435 กก. ที่ความเร็ว 250 กม./ชม. ซึ่งมากกว่า 296 GTB ถึง 20 %

นอกจากนี้ ทั้งรุ่นหลังคาแข็ง และรุ่นหลังคาเปิดประทุนมองผ่านๆ ครั้งแรกนึกว่าเป็นรถที่เพิ่มชุดแต่งเท่านั้น แต่เนื้อในมีการเปลี่ยนวัสดุน้ำหนักเบาใหม่เกือบทั้งหมด ทำให้รถคันนี้สามารถลดน้ำหนักลงจากรุ่นปกติได้ 110-130 ปอนด์ หรือประมาณ 60 กิโลกรัม กับรุ่น Speciale และ 50 กิโลกรัมในรุ่น Speciale A เลยทีเดียว ล้อสำหรับรุ่นนี้จะเป็นแบบ Carbonfiber ลดน้ำหนัก และเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วงล่างมีการปรับปรุงเป็นแบบ Multimatic แบบที่ใช้สำหรับรถแข่งคลาสส์ GT3 (จีที 3) พร้อมสปริงไททาเนียมที่ช่วยลดการโคลงตัวลง 13 % ตัวรถเตี้ยลง 5 มม. พร้อมระบบควบคุม SSC 9.0 ที่คุมทั้งแชสซีส์ ระบบการทรงตัว การเบรค อัตราเร่งพร้อมแรงบิดแบบ Real Time

ความดุดันไม่ได้มีแค่ภายนอกเพียงอย่างเดียวแต่ภายในยังดิบ สะใจ และสปอร์ทยิ่งกว่าตั้งแต่การใช้ชิ้นส่วน Carbonfiber บริเวณแผงประตู แผงเกียร์ขั้นบันไดทั้งชิ้น เบาะนั่งแบบ Fixed Carbonfiber Seat น้ำหนักเบากว่ารุ่นปกติ 5 กิโลกรัม และมาพร้อมวัสดุ Alcantara บุรอบคัน มาพร้อมความล้ำสมัยควบคู่ไปด้วยหน้าจอแสดงผล 10 นิ้ว พร้อมออพชันหน้าจอแสดงผลด้านผู้โดยสาร Passenger Display ก็ยังมีให้

อัพแรงม้า อัดแน่นเทคโนโลยี F1

296 Speciale มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่วางอยู่ระหว่างเครื่องกับเกียร์คลัทช์คู่ 8 สปีด ให้พละกำลังสูงสุด 869 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 755 นิวทันเมตร 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที, 0-200 ใน 7 วินาที และความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม. ส่งกำลังด้วยเกียร์ 8 จังหวะ F1-DCT ที่ปรับปรุงให้รวดเร็วกว่าเดิม ตัวรถสามารถวิ่งแบบไฟฟ้า 100 % ด้วยโหมด eDrive โดยจะวิ่งได้ในระยะทาง 25 กม. ที่ความเร็วสูงสุด 135 กม./ชม.

จุดเด่นอีกส่วน คือ มาพร้อมฟังก์ชัน Qualify Mode ที่จะเพิ่มกำลังพิเศษที่ยกมาใช้จาก SF90 XX Stradale ซึ่งใช้ประโยชน์จากความสามารถของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอย่างเต็มที่เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นในระยะเวลาจำกัด วัตถุประสงค์ของฟังก์ชันการเพิ่มกำลังพิเศษซึ่งมีให้ใช้งานเฉพาะในการตั้งค่า eManettino แบบ Qualify คือ โหมดที่ใช้สำหรับส่งกำลังเพิ่มขึ้นเมื่อออกจากทางโค้งเพื่อช่วยลดเวลาต่อรอบ ระบบจะตรวจสอบประมวลผลการทำงานมอเตอร์ และเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่อง ถ้าขับขี่ในโหมดที่ใช้ความเร็วต่ำ ระบบจะส่งกำลังในค่ามาตรฐานได้อย่างมีเสถียรภาพ โดยไม่ทำให้ระบบได้รับความร้อนมากเกินไป

ต้องเป็นลูกค้าที่ถูกเลือก ถึงจะได้เป็นเจ้าของ

รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นพิเศษของ Ferrari อย่างแท้จริง และเช่นเดียวกับรุ่นก่อนๆ อย่าง 360 Challenge Stradale, 430 Scuderia, 458 Speciale และ 488 Pista ก็ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในด้านความเร้าใจในการขับขี่ แน่นอนว่าลูกค้าที่จะเป็นเจ้าของได้ต้องได้รับการเชิญจาก Ferrari อีกเช่นเคย และยังต้องเป็นลูกค้าประจำต่อเนื่องในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งมันจะเป็นรถที่หมายปองของใครหลายๆ คน สนนราคาอยู่ที่ราวๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...