โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รถดั้มสายบุญ ร่วมส่งท้ายกฐินกาล ก่อคาราวานชวนกันไปถมดินวัดขาดแคลน

77kaoded

เผยแพร่ 01 พ.ย. 2565 เวลา 11.19 น. • 77 ข่าวเด็ด

ฉะเชิงเทรา - รถดั้มสายบุญ ร่วมส่งท้ายกฐินกาล เตรียมก่อคาราวานชวนกันไปถมดินช่วยวัดขาดแคลน เผยเดินหน้าอุปถัมภ์สร้างบุญเกื้อหนุนวัดที่กำลังพัฒนา และประสบอุทกภัยมาเป็นปีที่ 2 แล้ว จากแรงศรัทธาของคนสายอาชีพบรรทุกดิน ระบุปีนี้มีผู้ร่วมพลังบุญมากถึงกว่าหนึ่งร้อยคัน ในสำนักสงฆ์สายปฏิบัติที่ชาวบ้านศรัทธา ก่อนร่วมพลังพัฒนายกระดับให้เป็นวัดอย่างสมบูรณ์ แต่ยังติดขัดปัญหาด้านการควบรวมธรณีสงฆ์

ศิลปะไทยศรีลังกา

วันที่ 1 พ.ย.65 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายศุกติชา ตันเจริญ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.7 ต.ลาดกระทิง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา นักธุรกิจเจ้าของบ่อลูกรังในพื้นที่ อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ว่า ในวันเสาร์ 5 พ.ย.65 นี้ตนเองพร้อมด้วยเครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการรถบรรทุกดิน ได้เตรียมจัดกองคาราวานกฐินเป็นดินลูกรังต่อเนื่องจากปีที่แล้วอีกครั้งเป็นปีที่ 2 ในการขนดินนำไปช่วยเหลือวัดที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 1 แห่ง หลังจากเมื่อปีที่แล้วได้ทำการขนดินไปช่วยเหลือยังที่วัดหินแร่

เตรียมก่อคาราวานรถดิน

ใน ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต ที่ถูกน้ำป่าไหลหลากเอ่อล้นจากลำคลองเข้าท่วมบริเวณวัดในทุกๆ ปี จนมีคนอาชีพรถบรรทุกดินเข้าร่วมสายบุญมากถึง 73 คันรถ 6 ล้อ มากกว่าที่คาดหมายไว้จำนวน 55 คันรถ โดยที่ในปีนี้ได้มีกลุ่มผู้ประกอบการอาชีพรถขนดินได้แจ้งความประสงค์ที่จะเข้ามาร่วมแล้ว มากถึงกว่า 100 คัน ซึ่งมีทั้งรถบรรทุกขนาดหกล้อ สิบล้อ และรถพ่วงขนาดใหญ่ เพื่อนำไปถมแปลงที่ดินสร้างศาสนสถาน (โบสถ์) ให้แก่วัดบึงตาจันทร์ ตั้งอยู่เลขที่ 308 ม.1 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา บนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ นายศุกติชา กล่าว

สถานที่ถมดินวัดบึงตาจันทร์

ด้านพระอธิการปราโมทย์ อนาวิโล อายุ 51 ปีพรรษา 32 เจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า ทางวัดกำลังต้องการดินลูกรังมาถมที่บริเวณหน้าวัดสร้างโบสถ์เพื่อให้ครบองค์ประกอบเป็นวัด ที่มีศาสนสถานครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไป จากเดิมนั้นได้ใช้โบสถ์ชั่วคราวที่ตั้งอยู่ภายในสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งอยู่ทางด้านหลังติดกันบนแปลงที่ดินธรณีสงฆ์สังกัดวัดชายเคืองวนาราม ซึ่งเป็นวัดที่อยู่ห่างไกลออกไปประมาณ 6 กม. ในพื้นที่ ม.7 ต.เกาะขนุน ที่กำลังติดขัดปัญหาด้านกฎหมายจนไม่สามารถควบรวมให้เป็นวัดบนเนื้อที่แปลงเดียวกันได้

สายบุญรถดั้ม

โดยเดิมทีนั้นสถานปฏิบัติธรรมบ้านบึงตาจันทร์แห่งนี้ เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2551 เพื่อสอนหลักปฏิบัติ และการฝึกกรรมฐานให้แก่ชาวบ้านผู้สนใจฝักใฝ่ในทางปฏิบัติ ในพระพุทธศาสนา โดยมีพระมหาสำราญ อัคคจิตฺโต ซึ่งเป็นพระเพื่อนกันกับอาตมานั้น ได้รับบริจาคที่ดินมาจากญาติโยมเพื่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้จำนวน 5 ไร่ แต่ทางพระปกครองชั้นผู้ใหญ่ระดับจังหวัด ได้ให้ทางพี่ชายของพระมหาสำราญ ซึ่งเป็นผู้รับบริจาคไว้ โอนที่ดินให้เข้าไปเป็นธรณีสงฆ์ของวัดใดวัดหนึ่งในพื้นที่

เน้นทางปฏิบัติ

ซึ่งทางพี่ชายของพระมหาสำราญ ไม่ได้ขัดข้องอะไร เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นการโอนฝากที่ดินเอาไว้กับทางวัดอื่นก่อน และหลังจากสถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเป็นวัดแล้วเสร็จ จะสามารถนำกลับคืนมาเป็นของวัดบึงตาจันทร์ได้อีกครั้ง จึงได้โอนยกที่ดินให้ไปเป็นที่ดินธรณีสงฆ์ของวัดชายเคืองวนาราม แต่ต่อมาเมื่อวัดบึงตาจันทร์ได้ถูกยกฐานะขึ้นเป็นวัดแล้ว กลับไม่สามารถนำที่ดินที่โอนฝากไว้กับวัดชายเคืองฯ กลับมาเป็นที่ดินของวัดบึงตาจันทร์ได้

อยากช่วยสร้างวัด

เนื่องจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนา ได้ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงที่ดินธรณีสงฆ์ จะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากสภาฯ เท่านั้น และยังมีความยุ่งยากในการดำเนินการ พร้อมกับได้แนะนำให้ซื้อที่ดินแปลงใหม่จะดีกว่า จึงทำให้ต้องซื้อที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ด้านหน้าวัดเพิ่มเติมอีก 6 ไร่เศษ เพื่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ ซึ่งหากควบรวมกับที่ดินธรณีสงฆ์ที่เคยได้รับบริจาคเดิมได้ ก็ไม่จำเป็นต้องสร้างโบสถ์หลังใหม่ และต้องใช้ทุนทรัพย์เพิ่มอีกจำนวนมาก

โบสถ์เดิมบนธรณีสงฆ์

สำหรับความเป็นมาของอาตมา ที่ได้เข้ามาอยู่ที่วัดแห่งนี้นั้น เนื่องจากพระมหาสำราญ นั้นชอบเดินสายสอนแนวทางปฏิบัติให้แก่พุทธศาสนิกชนไปตามจังหวัดต่างๆ จึงไม่มีพระสงฆ์อยู่ประจำดูแลวัดแห่งนี้โดยตลอด ในปี พ.ศ.2553 ชาวบ้านได้นิมนต์อาตมา จากวัดพนมพนาวาส อ.บ้านโพธิ์ ให้เข้ามาเป็นพระผู้ทำการสอนการปฏิบัติธรรมและดูแลสถานที่แทนอยู่ที่นี่ จึงได้เข้ามาสังกัดอยู่กับวัดชายเคืองฯ และมาประจำอยู่ยังที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้

มีโบสถ์ชั่วคราวอยู่แล้ว ติดปัญหาต้องสร้างใหม่

ต่อมาชาวบ้านต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นวัดที่เน้นด้านการสอนปฏิบัติธรรม อาตมาจึงได้เดินเรื่องไปแจ้งต่อคณะสงฆ์ฝ่ายปกครอง และได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดได้ในปี 2560 ตามแรงสนับสนุนของชุมชนรอบข้าง และได้ให้อาตมาเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เพื่อพัฒนาสร้างให้เป็นวัดตามความต้องการของชาวบ้าน โดยในระยะแรกได้ทำการก่อสร้างศาลาที่ถูกใช้เป็นอาคารปฏิบัติธรรม และถูกใช้เป็นสถานที่พักของผู้มาปฏิบัติธรรมและโรงครัว หลังจากที่ได้สร้างศาลาหลังใหม่ที่ถูกใช้เป็นโบสถชั่วคราวในขณะนี้ โดยมีกุฏิสงฆ์ 5 หลัง มีโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม

เส้นทางปฏิบัติธรรม

ส่วนเจดีย์รูปทรงระฆังคว่ำศิลปะศรีลังกาประยุกต์นั้น ได้มีพระสงฆ์ที่เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ คือ พระไพรสิฐ ฐิตสัมโธ ผู้มีจิตศรัทธาในการสร้างพระเจดีย์เป็นทรงระฆังคว่ำลักษณะผสมระหว่างไทยและศรีลังกาขึ้น โดยนำรูปแบบของเจดีย์ที่ประเทศศรีลังกามาประยุกต์เข้ากับรูปแบบเจดีย์ของไทย ตามที่ได้เคยเดินทางไปทัศนศึกษาทำสักการะบูชาพระเจดีย์ ยังที่ประเทศศรีลังกามา จึงได้มีการสร้างพระเจดีย์แห่งนี้ขึ้นมาในระยะเวลาประมาณ 4-5 ปี และแล้วเสร็จเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา

เบี้ยพันธุ์จากศรีมหาโพธิ์

ซึ่งภายในมีลักษณะเป็นห้องโถงโปร่ง สำหรับนักปฏิบัติเข้าไปนั่งสมาธิ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ข้างใน เพื่อใช้เป็นสถานที่บูชาสวดมนต์เดินจงกรม และนั่งสมาธิ ที่เน้นด้านการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นหลัก และไม่รับจัดงานอึกทึกครึกโครมขึ้นในวัด หากใครผ่านไป ผ่านมาสามารถเข้ามาสักการะบูชาได้ พระอธิการปราโมทย์ ระบุ

สถานที่ปฏิบัติธรรมหลังแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับวัดบึงตาจันทร์แห่งนี้ นอกจากจะมีเจดีย์รูปทรงศรีลังกาประยุกต์แล้ว ยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเกิดจากการนำเมล็ดพันธุ์ของต้นโพธิ์จากพุทธคยาประเทศอินเดีย มาเพาะและปลูกไว้ภายในสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนี้ด้วย ซึ่งจะเห็นถึงความแตกต่างของใบโพธิ์ที่ไม่เหมือนกับใบโพธิ์ทั่วไป จากรูปทรงที่มีปลายใบเล็กเป็นหางเรียวยาวไปจนสุดความยาวของใบ ขณะที่บรรยากาศทั่วไปในบริเวณวัดยังร่มรื่นเย็นสบายอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...