โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บัวขาว โชว์ร่ายรำไหว้ครูมวยไทย เผยที่มากระบวนท่ายิงศร 3 เล่ม

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 01 ก.ย 2565 เวลา 17.28 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2565 เวลา 10.21 น. • Bright Today

บัวขาว บัญชาเมฆ นักมวยขวัญชาวไทย โชว์ไหว้ครูมวยไทย พร้อมที่มากระบวนท่าร่ายรำยิงศร เล่มสุดท้ายอนุภาพร้ายแรงมาก

บัวขาว บัญชาเมฆ หรือ ร.ท.สมบัติ บัญชาเมฆ สุดยอดนักมวยขวัญชาวไทยและแฟนมวยทั่วโลก แสดงโชว์พิเศษ ร่ายรำแม่ไม้มวยไทย ในฐานะที่เป็นอดีตแชมป์ร่ายรำไหว้ครูมวยไทย คนแรก ของสนามมวยเวทีลุมพินี

โดย บัวขาว ได้แสดงการร่ายรำไหว้ครูมวยไทย ด้วยท่าร่ายรำพระรามแผลงศร ซึ่งท่าร่ายรำมวยไทยของบัวขาวนั้นมีที่มาที่ไปตามอย่างโบราณ ไม่ไช่คิดเองทำสนุกๆสวยๆ ฮาๆ โดยอาจจะดัดแปลงไปตามครูบาอาจารย์ที่สั่งสอนมาตามความเหมาะสม ดังนี้

บัวขาว บัญชาเมฆ ขอบคุณภาพเฟซบุ๊กBanchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)

บัวขาว ยิงศรทั้ง3เล่ม โดยเล่มสุดท้ายนี้มีอนุภาพร้ายแรงมาก นั้นมีชื่อ ความสำคัญดังนี้
พระรามมีศร3เล่มเป็นอาวุธ

  • ศรพลายวาต
  • ศรอัคนิวาต
  • ศรพรหมมาสตร์

พรหมาสตร์ แปลว่า ศรแห่งพระพรหม เป็นศรที่พระพรหมสร้างขึ้น. ศรพรหมาสตร์เป็นศัตราวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ไม่มีสิ่งใดต้านทานได้ ตามคัมภีร์ปุราณะ มีแต่ไม้เท้าพรหมทัณฑ์ของฤๅษีวสิษฐ์เท่านั้นที่จะต้านอำนาจของศรพรหมาสตร์ได้ ส่วนรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ ๑ ว่า ศรพรหมาสตร์สามารถล้างศรพรหมาสตร์ด้วยกันเองได้ ศรพรหมาสตร์นั้นเมื่อแผลงออก ก็เกิดเสียงสะเทือนเลื่อนลั่น [ผู้ใช้ศรสามารถบังคับให้แล่นไปสังหารศัตรูได้ดังใจแม้จะไม่เห็นกายศัตรูก็ตาม และยังอาจ]บันดาลเป็นลูกศร[หรือศัตราวุธนานาชนิด]กลาดเกลื่อนเต็มท้องฟ้าและพุ่งอย่างรวดเร็วไปพิฆาตหมู่ศัตรู ในรามเกียรติ์ฉบับรัชกาลที่ ๑ กล่าวถึง ศรพรหมาสตร์ที่อินทรชิตแผลงไป ดังนี้

บัวขาว บัญชาเมฆ ขอบคุณภาพเฟซบุ๊กBanchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)

“จึ่งจับพรหมาสตร์ขึ้นพาดสาย หมายองค์พระลักษณ์รังสรรค์
หน่วงน้าวเหนือคอเอราวัณ กุมภัณฑ์ก็ผาดแผลงไป
บันดาลเป็นศรเกลื่อนกลาด ทำอำนาจพ่างพื้นแผ่นดินไหว”
ในรามเกียรติ์อสูรสำคัญ เช่น กุมภกรรณ อินทรชิต และทศกัณฐ์ ต้องสิ้นชีวิตลงเพราะศรพรหมาสตร์ของพระราม

พระราม (เทวนาครี: राम รามะ) เป็นตัวละครเอกในเรื่องรามเกียรติ์ ตามตำนาน เล่าว่าพระรามเป็นปางที่ 7 ของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ (รามาวตารหรือรามจันทราวตาร) อวตารลงมาเป็นโอรสท้าวท ศรถ และพระนางเกาสุริยา มีพระวรกายเป็นสีเขียว ทรงธนูเป็นอาวุธ มีศรวิเศษสามเล่มคือ ศรพรหมมาตร ศรอัคนิวาต และศรพลายวาต เวลาสำแดงอิทธิฤทธิ์จะปรากฏเป็น 4 มือ ทรงเทพอาวุธ ตรี คฑา จักร สังข์
การร่ายรำท่าพระรามแผลงศร
เป็นการร่ายรำที่สวยงามท่าหนึ่งที่เป็นท่ายืน ก่อนการร่ายรำท่าพระรามแผลงศร
ใหัเริ่มต้นการไหว้ครู ตั้งแต่ท่านั่งเทพพนม ตามลำดับจนถึงท่าเทพนิมิตร
ท่าพระรามแผลงศรมักจะ นิยมร่ายรำเพียงทิศเดียว คือหันหน้าไปทางทิศของคู่ต่อสู้

บัวขาว บัญชาเมฆ ขอบคุณภาพเฟซบุ๊กBanchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)

บัวขาว บัญชาเมฆ ขอบคุณภาพเฟซบุ๊กBanchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)

จังหวะที่ ๑ หมุนตัวไปทิศเบื้องขวาไหว้พระพรหมทิศ เบี้องขวา ๑ ครั้ง

จังหวะที่ ๒ ก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้า ๑ ก้าว พร้อม
กับชูแขนทั้งสองข้างในลักษณะคล้ายจับคันศร ด้วยมือซ้าย

จังหวะที่ ๓ มือขวาเอื้อมมาด้านหลังทำท่าลักษณะ หยิบลูกศรบริเวณต้นคอ
มาพาดคันศร แล้วน้าวสาย ศรมาด้านหลัง ๒ – ๓ ครั้ง ทำท่าน้าวศรครั้งที่ไม่
ปล่อยศร ค่อยๆ เลื่อนมือขวา ตามมแรงดึงของคัน ศรน้าวศรครั้งที่ ๒ ก็ไม่ปล่อยศร
พอน้าวศรครั้งที่๓ ทำลักษณะยกคันศรสูง ระดับหูตัวยืนนิ่งสายตามอง
เล็งไปที่เป้าหมายแล้วปล่อยศรโดยบิดมือขวาขึ้น

บัวขาว บัญชาเมฆ ขอบคุณภาพเฟซบุ๊กBanchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)

จังหวะที่๔ เมื่อปล่อยลูกศรออกไปแล้วเท้าขวา ลงพื้น
แล้วยกขาซ้ายงอขึ้นด้านหน้า พรัอมกับ ทำท่ายกมีอเหนือหน้าผาก
ตามองตามลูกศรไปคล้าย
กับดูว่าลูกศรจะถูกที่หมายหรือ ไม่หากไม่ถูกให้ส่าย หน้าถ้าถูกให้ผงกศีรษะ
สีหน้าแสดงความยินดี

จังหวะที่๕ ให้เสกคาถา เช่น นะจังงัง ๓ จบ และใชัเท้ากระทืบพื้น ๓ ครั้ง

จังหวะที่๖ ย่างสามขุมเข้ามุมของตนแล้วโค้งคำนับให้คู่ต่อสู้ ๑ ครั้ง
เป็นจบกระบวนท่า

ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊กBanchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)

ขอบคุณข้อมูล เฟซบุ๊ก Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ)

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...