โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SCB แจง เคสลวงโอนเงินจ่ายภาษีสรรพากร ไม่ใช่ปัญหาระบบแบงก์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 ก.ย 2565 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2565 เวลา 03.29 น.

ไทยพาณิชย์ ชี้แจงกรณีลูกค้าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงขอข้อมูล ยันการถอนเงินออกจากแบงก์ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของระบบธนาคาร ระบุเป็นการทุจริตในรูปแบบ Phishing-อยู่นอกเหนือจากความรับผิดชอบของธนาคาร พร้อมแนะลูกค้าสังเกตพฤติกรรมของผู้ทุจริต-วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น

วันที่ 21 กันยายน 2565 ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าว กรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรแจ้งเรื่องค้างภาษี พร้อมส่งลิงก์ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ของลูกค้า อ้างว่าเป็นเว็บไซต์จากกรมสรรพากร ให้กับลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์รายหนึ่ง โดยมิจฉาชีพได้พูดคุยหลอกลวงจนลูกค้าหลงเชื่อ ติดตั้งโปรแกรม ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อการถอนเงินออกจากบัญชี จากนั้นปรากฏข้อความเงินถูกโอนออกจากบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ธนาคารขอเรียนให้ทราบว่า ธนาคารมิได้นิ่งนอนใจและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อให้มีหลักฐานในการติดตามจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าว พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พบว่าการถอนเงินจากบัญชีมิได้เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบธนาคาร แต่เป็นลักษณะของการทุจริตในรูปแบบ Phishing และอยู่นอกเหนือจากความรับผิดชอบของธนาคาร

ธนาคารขอเรียนให้ทราบว่า ปัจจุบันมีมิจฉาชีพพยายามหลอกลวงขอข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าของสถาบันการเงินหลงเชื่อ และตกเป็นเหยื่อด้วยการให้ข้อมูลส่วนตัว รวมถึงรหัสต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้สื่อสารข้อความการเตือนภัยแก่ลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร เช่น เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์, ไลน์ และ Tiktok : SCB Thailand รวมถึงผ่านสื่อ ATM และสาขาของธนาคารอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าเพิ่มความระมัดระวังในการทําธุรกรรม

และขอเรียนว่าธนาคารไม่มีนโยบายในการส่งข้อความผ่านทาง SMS, อีเมล, LINE หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อขอข้อมูลส่วนตัว หรือรหัสของลูกค้าต่าง ๆ แต่อย่างใด

ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อบัญชีของลูกค้า ธนาคารมีข้อแนะนำวิธีการสังเกต และการป้องกันเบื้องต้นในการใช้โทรศัพท์เพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน ดังนี้

วิธีการสังเกตพฤติกรรมของผู้ทุจริต

จะติดต่อสอบถามลูกค้า โดยมีข้อมูลเบื้องต้นของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าหลงเชื่อว่ามีการติดต่อมาจากองค์กรที่แอบอ้างจริง โดยจะแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ของลูกค้าได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อร้านค้าที่ลูกค้าร่วมนโยบายกับรัฐ เลขภาษี ฯลฯ เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือ

ผู้ทุจริตจะหว่านล้อมโดยการขอเพิ่มเพื่อนในไลน์ เพื่อพิมพ์พูดคุยหลอกลวง และทำการส่งลิงก์ข้อความให้เข้าหน้าเว็บไซต์ โดยจะหลอกให้หลงเชื่อแล้วกดลิงก์ที่อยู่ในเว็บไซต์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ปลอม

(Phishing) เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมการควบคุมระยะไกล หลังจากที่ลูกค้าได้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระยะไกลแล้ว ผู้ทุจริตจะทำการส่ง Code PIN เพื่อให้ลูกค้าแจ้งเลข เพื่อใช้ Code ดังกล่าวในการเข้าควบคุมเครื่อง ซึ่งหากลูกค้าไม่ได้แชร์หน้าจอบนไลน์ ก็อาจจะหลอกถามชุดตัวเลขเพื่อนำไปใช้เพื่อการควบคุมต่อไป

ผู้ทุจริตอาจจะขอแชร์หน้าจอโทรศัพท์ เพื่อแชร์หน้าจอจากวิดีโอคอล (Streaming) โดยจะเห็นหน้าจอและขโมย PIN ลูกค้าในการเข้าแอปพลิเคชั่นธนาคาร และจะหลอกให้ลูกค้าเปิดแอปพลิเคชั่น ซึ่งผู้ทุจริตจะสามารถเห็นได้ว่าลูกค้าเข้าแอปพลิเคชั่นแล้ว โดยจะหลอกให้ลูกค้าเข้าไปยังหน้าที่ต้องมีการกด PIN 6 หลัก เพื่อให้ผู้ทุจริตสามารถควบคุมเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่นแทนลูกค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องระบุ PIN เอง

วิธีป้องกันตัวเองเบื้องต้น

โดยปกติหน่วยงานรัฐและเอกชนจะไม่ติดต่อลูกค้าโดยตรงผ่านการส่งข้อความ หรือเพิ่มเพื่อนในไลน์เพื่อส่งลิงก์เว็บไซต์ให้กับลูกค้า ทั้งนี้ หากลูกค้าได้รับการติดต่อและเกิดความไม่แน่ใจ ควรระงับการติดต่อจากช่องทางดังกล่าว และติดต่อกลับไปยังเบอร์กลางของหน่วยงานโดยตรง เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง
ไม่ควรแชร์หน้าจอจากวิดีโอคอล (Streaming) ของตัวเอง และหลังจาก Streaming ไม่ควรเปิดแอปพลิเคชั่นของธนาคารให้ฝั่งตรงข้ามเห็น หรือหากไม่ทราบเรื่องการ Streaming ไม่ควรเปิดแอปพลิเคชั่นของธนาคารในระหว่างพูดคุย หากมีการติดต่อจากบุคคลที่เราไม่รู้จัก ไม่ควรให้มีการแชร์หน้าจอโทรศัพท์ และรวมไปถึงการเปิดแอปพลิเคชั่นของธนาคารในระหว่างการพูดคุยเช่นกัน

หากพบว่าหลงเชื่อจนเป็นเหตุให้ถูกควบคุมเครื่อง เช่น มีรหัสขึ้น และ/หรือ มีข้อความว่ากำลังตรวจสอบและห้ามใช้โทรศัพท์ หรือหน้าจอค้าง หรือหน้าจอเป็นภาพดำ ควบคุมเครื่องไม่ได้ ให้ปิดเครื่องโทรศัพท์ในทันที เพื่อตัดการเชื่อมต่อเครื่องกับผู้ทุจริต และติดต่อทางธนาคารเพื่อให้ระงับการใช้แอปพลิเคชั่นของธนาคารนั้น ๆ โดยทันที

ทั้งนี้ ธนาคารขอให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นในระบบของธนาคารที่มีการป้องกันความปลอดภัยในระดับสูงที่ได้มาตรฐานสากล การหลอกลวงของมิจฉาชีพนั้นมีหลากหลายวิธี ขอให้ลูกค้าโปรดระมัดระวังและติดตามข่าวสารผ่านช่องทางต่าง ๆ ของธนาคาร รวมถึงแนวทางการป้องกันตัวเองอย่างใกล้ชิด หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถาม ขอคำแนะนำมายังธนาคารได้ตลอดเวลาที่ SCB Call Center โทร. 0-2777-7777

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...