โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะเทือนใจคนรักสัตว์!! พบสุนัขจรจัด ตลอดเส้นทางขึ้นดอยสุเทพ ถูกวางยาพิษฆ่า

เชียงใหม่นิวส์

อัพเดต 01 ก.ย 2566 เวลา 15.58 น. • เผยแพร่ 01 ก.ย 2566 เวลา 08.12 น. • Chiang Mai News

จากเพจเฟซบุ๊ก “มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ Watchdog Thailand Foundation-WDT” โพสต์เมื่อวันที่ 31 ส.ค.66 เปิดเผยว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสุนัขจรจัดที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ตลอดเส้นทางตั้งแต่ด้านล่างขึ้นไปจนถึงบนดอยสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ถูกวางยาพิษฆ่าตายไปหลายตัว ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณอย่างมาก โดยสุนัขที่ถูกฆ่าตายด้วยการวางยาพิษดังกล่าวนั้น เป็นสุนัขที่ทางกลุ่มจิตอาสาคอยช่วยกันดูแลให้อาหาร วัคซีน และทำหมันเพื่อควบคุมประชากร แต่กลับถูกกระทำและกำจัดทิ้งอย่างเหี้ยมโหด ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวระบุว่า “ #วางยาเบื่อหมาบนดอยสุเทพจับมือใครดมไม่ได้ 31.8.66 เวลาประมาณ 6-7 โมงเช้า พบน้องหมาบนดอยสุเทพถูกวางยาเบื่อตายอนาถ โดยที่ก่อนหน้านี้ จิตอาสาที่ดูแลและจัดการทำหมันสุนัขบนดอยสุเทพ เเจ้งร้องเรียน WDT ทาง จนท.อุทยานเเละกลุ่มปั่นจักรยานได้พบสุนัขตายหลายตัวในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา

จากรูปการณ์ทาง จนท.คาดว่าน่าจะถูกวางยา ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะทางจนท.และกลุ่มจิตอาสาได้ร่วมมือกันจับสุนัขมาทำหมันมาด้วยความยากลำบากเเละเสียสละ ซึ่งทุกคนรับทราบอยู่เเล้วว่าจะทำหมันครั้งที่ 4 ในวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน นี้ เเละได้มีหนังสือถึงอุทยาน ปศุสัตว์และคณะสัตวเเพทย์เเจ้งเรื่องการทำหมันเเล้ว เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียกับทางอุทยานฯ จึงต้องเรียนให้ทางหัวหน้าอุทยานรับทราบเเละได้นำเสนอข่าวเพื่อชี้เเจงว่า ทางอุทยานได้มีโครงการจัดระเบียบสุนัขจรจัดมาอย่างต่อเนื่อง การกำจัดสุนัขด้วยวิธีไร้มนุษยธรรมนี้ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากผู้ใดพบเห็นการกระทำนี้ โปรดเเจ้งให้ทางอุทยานทราบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมเเละสวัสดิภาพสัตว์ต่อไป” ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้จากกรณีดังกล่าวรายงานข่าวแจ้งว่า ทางตัวแทนมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งช่วงสายวันนี้(1 ก.ย.66) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยตัวแทนมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ได้ร่วมกันลงพื้นที่จุดที่พบซากสุนัขตาย และนำไปฝังกลบบริเวณใกล้จุดชมวิวทางขึ้นดอยสุเทพ เพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานนำไปใช้ประกอบ ในการสืบสวนติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดย นางสุภาณี จันทร์คำอ้าย จนท.อาสามูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากจิตอาสาที่ช่วยดูแลสุนัขในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และผู้ที่ขี่จักรยานออกกำลังกายตามเส้นทางดังกล่าว ว่าพบสุนัขตายอย่างผิดปกติหลายตัว

โดยครั้งแรกพบสุนัขตายจำนวน 2 ตัว เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ และล่าสุดวานนี้พบตายอีก 4 ตัว ซึ่งสุนัขที่ตายทั้งหมดเป็นสุนัขที่ทางกลุ่มจิตอาสาคอยช่วยดูแลและทำหมันให้แล้ว เบื้องต้นจากลักษณะการตายของสุนัขทุกตัว คาดว่าน่าจะเป็นการถูกวางยาพิษผสมในอาหารนำมาให้กินจนตาย ซึ่งยอมรับว่าสุนัขดังกล่าวเป็นสุนัขจรจัด ที่อาจจะสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับบางคน อย่างไรก็ตาม ไม่สมควรที่จะต้องมาถูกกำจัดทิ้งด้วยวิธีการวางยาพิษฆ่าให้ตายอย่างโหดร้ายเช่นนี้ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้ความเมตตาอย่างยิ่ง และผิดกฎหมายด้วย โดยทางมูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายให้จงได้ ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ต้องสงสัยอยู่รายหนึ่ง เป็นผู้ที่มีการโพสต์คล้ายข่มขู่จะก่อเหตุกับสุนัขจรจัด และหากผู้ใดมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมได้

ขณะเดียวกัน จนท.อาสามูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ เปิดเผยว่า หลังจากที่เกิดเหตุการณ์วางยาพิษฆ่าสุนัขจรจัดในครั้งนี้แล้ว ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ในการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรา พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชน ในการช่วยกันสอดส่องดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์โหดร้ายทารุณ และสะเทือนใจคนรักสัตว์เกิดขึ้นซ้ำอีก โดยในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ช่วงตั้งแต่เชิงดอยจนถึงบนดอยสุเทพนั้น ตลอดเส้นทางคาดว่าน่าจะมีสุนัขจรจัดมากถึงประมาณ 100 ตัว ซึ่งในช่วงประมาณ 1 ปีผ่านมา ทางกลุ่มจิตอาสาได้พยายามช่วยกันทำหมันให้กับสุนัขจรจัดในพื้นที่นี้ ไปแล้วประมาณ 50 ตัว และกำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อควบคุมประชากร และแก้ไขปัญหาในระยะยาว

ด้าน นายภูพิชิต ช่วยบำรุง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับทราบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยในส่วนของซากสุนัขจรจัดที่ตายนั้น ได้ให้เจ้าหน้าที่นำไปฝังกลบแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการวตรวจตราดูแลไม่ให้สุนัขจรจัด ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ ยอมรับว่าสุนัขจรจัดที่อยู่ในพื้นที่ ก่อปัญหาให้พอสมควรจากการที่มีผู้นำมาปล่อยทิ้ง ซึ่งอยากเรียกร้องวิงวอนเจ้าของสุนัขที่เลี้ยงไม่ไหวแล้ว อย่านำมาปล่อยทิ้งในเขตอุทยานฯ อีกเลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...