โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผลการวิจัยทั่วโลกเผย ผู้ชายมี “ความเห็นอกเห็นใจ” น้อยกว่าผู้หญิง

Mission To The Moon

เผยแพร่ 21 ก.ย 2566 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

ความเห็นอกเห็นใจเป็นหนึ่งในทักษะที่ทำให้มนุษย์ยังคงเป็นมนุษย์ที่สามารถรักษาความสัมพันธ์และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสันติ อย่างไรก็ตาม ประเด็นร้อนแรงเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเพศของนักร้องหญิงที่ถูกแฟนหนุ่มเผยแพร่คลิปขณะมีเพศสัมพันธ์โดยไม่เต็มใจชวนให้ตั้งคำถามเกี่ยวกับระดับความเห็นใจของผู้เสพสื่ออย่างมาก โดยเฉพาะคอมเมนต์จากผู้ชายส่วนใหญ่ที่สร้างบาดแผลแก่ผู้ถูกกระทำซ้ำเข้าไปอีก
.
ความเห็นอกเห็นใจสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ ประเภทแรกเรียกว่า “Cognitive Empathy” หรือความเห็นใจระดับการรับรู้ ผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจระดับนี้จะสามารถรับรู้และคาดเดาความรู้สึกของผู้อื่นได้ผ่านการสังเกตและรับฟัง
.
ประเภทที่สองเรียกว่า “Affective Empathy” หรือ “Emotional Empathy” หมายถึงการเห็นอกเห็นใจระดับความรู้สึก ผู้ที่มีความเห็นอกเห็นใจประเภทนี้จะมี ‘ความรู้สึกร่วม’ ไปกับบุคคลที่เขาได้ฟังหรือเห็นเรื่องราว
.
เพื่อค้นหาคำตอบของคำถาม เราได้พบการศึกษาและการวิจัยจำนวนหนึ่งที่ทำการทดสอบและวัดระดับความเห็นอกเห็นใจทั้งสองประเภท ซึ่งผลลัพธ์บ่งชี้ไปในทางเดียวกันว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีความเห็นอกเห็นใจมากกว่าผู้ชายอย่างมีนัยสำคัญ
.
งานศึกษาแรกทดลองกับผู้คนกว่า 57 ประเทศทั่วโลกผ่าน 8 ภาษา ผู้รับการทดลองมีอายุครอบคลุมตั้งแต่ 16 ปี จนถึง 70 ปี โดยทำการทดสอบผ่าน “Reading the Mind in Eyes Test” หรือการอ่านใจผ่านสายตา ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่ใช้ทดสอบหาความผิดปกติทางการรับรู้และสภาพจิตใจในผู้ป่วยจิตเวช
.
โดยปกติแล้วผู้ที่ได้คะแนนการทดสอบต่ำมักจะเป็นผู้มีอาการออทิสติก อาการวิกลจริต หรือผู้ที่มีความผิดปกติในพฤติกรรมการกิน (eating disorders) นั่นเอง
.
ผลการทดสอบดังกล่าวเพื่อหาความแตกต่างของระดับความเห็นอกเห็นใจระหว่างเพศหญิงกับชายแล้วพบว่า ผู้หญิงจาก 36 ประเทศได้คะแนนมากกว่าผู้ชาย และ 21 ประเทศพบว่าผู้หญิงและผู้ชายมีคะแนนเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม ไม่พบว่ามีประเทศใดที่ผู้ชายได้คะแนนจากการทดสอบมากกว่าผู้หญิงเลย
.
ผลสำรวจ ‘ความคิดและความรู้สึกต่อความเจ็บปวดของมนุษย์ผ่านการระบาดของโรคโควิด-19’ จาก Pew Research Center ผู้จัดทำและเผยแพร่สื่อผ่านแบบสำรวจมากมายของอเมริกาเองก็เผยให้เห็นผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน
.
จากผลสำรวจพบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มจะรู้สึกแย่ต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ชายถึง 71% ต่อ 53% และผู้หญิงกว่า 46% มีแนวโน้มความต้องการที่จะช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบมากกว่าผู้ชายที่มีเพียง 34%
.
แม้ว่าเหตุผลเบื้องหลังความแตกต่างระหว่างสองเพศนี้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ชัดเจน แต่นักวิจัยมากมายก็สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับชีววิทยาและสังคมวิทยา เนื่องจากผลการศึกษาพบว่าคนเราจะเห็นอกเห็นใจน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้นด้วย
.
การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้เป็นจุดเริ่มต้นชั้นดีที่จะทำให้นักวิจัยและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใจถึงปัญหาที่ว่า ทำไมปัญหาสุขภาพจิตบางประการถึงส่งผลกระทบกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิง นอกจากนี้ยังช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถพัฒนาแนวทางสนับสนุนผู้ที่ไม่สามารถอ่านสีหน้าผู้อื่นได้อีกด้วย
.
ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนจะมีระดับความเห็นอกเห็นใจน้อยกว่าผู้หญิงเสมอไป เช่นที่กล่าวไปข้างต้นว่ามีปัจจัยมากมายที่ส่งผลกระทบต่อระดับความเห็นอกเห็นใจของแต่ละบุคคล เพียงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักร้องสาวในครั้งนี้ แสดงให้เห็นความจริงที่ว่ามีผู้ชายไม่น้อยเลยที่ปฏิบัติต่อฝ่ายหญิงอย่างไร้ความเห็นอกเห็นใจ
.
สังคมคงจะเป็นมิตรกับทุกคนและกลายเป็นที่ที่น่าอยู่ขึ้นหากแต่ละคนให้ความสำคัญกับความเห็นอกเห็นใจมากกว่านี้ แม้ความเห็นอกเห็นใจอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ก็เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ บางทีวันนี้อาจเป็นวันเริ่มต้นที่ดีก็เป็นได้
.
.
ที่มา
- All around the world, women are better empathizers than men, study finds : Jen christensen, CNN - https://cnn.it/44Xejtx
- In U.S., women more likely than men to report feeling empathy for those suffering : Joshua Alvarado, https://pewrsr.ch/3riqDqy
.
.
#trend
#gender
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...