โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

15 ปีที่ผ่านมา แซฟฟิกต้องเจออะไรบ้าง? สำรวจประเด็นที่สะท้อนผ่านภาพยนตร์และซีรีส์ Girls’ Love

The MATTER

อัพเดต 13 ก.พ. 2568 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2568 เวลา 11.00 น. • Entertainment

เพราะความรักนั้น ไม่เคยจำกัดรูปแบบ ในโลกนี้จึงมีความรักหลากหลายให้เราสัมผัสเสมอมา

เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ในที่สุดสมรสเท่าเทียมที่เราต่างเฝ้าคอยก็ได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยสถิติจากกรมการปกครองระบุว่า ในวันแรกที่เปิดให้มีการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมนี้มีเหล่าคู่รัก LGBTQ+ กว่า 1,754 คู่ ตบเท้าเข้าไปรวมจดทะเบียน

และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันแห่งความรัก ในศักราชที่ประเทศไทยมีสมรสเท่าเทียมแบบนี้ The MATTER เลยอยากชวนทุกคนย้อนเวลาไปสำรวจเรื่องราวความรักของเหล่า ‘แซฟฟิก’ ที่ถูกบอกเล่าบนหน้าสื่อบันเทิงไทยกัน

โดยเราได้หยิบเอาภาพยนตร์และซีรีส์ ที่ดำเนินเรื่องด้วยความรักของตัวละครแซฟฟิก ซึ่งออกฉายช่วงปี 2010 หรือตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ‘Yes or No อยากรักก็รักเลย’ ไปจนถึงภาพยนตร์และซีรีส์ ที่ฉายจบภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2024 นับรวมทั้งสิ้น 15 ปี 40 เรื่อง เพื่อให้เห็นกันว่า ก่อนที่เราจะได้จรดปลายปากกาลงบนทะเบียนสมรสอย่างเทียมเทียมกัน สิ่งที่แซฟฟิกหลายคนต้องพบเจอคืออะไร เพราะภาพยนตร์และซีรีส์ก็เป็นหนึ่งในเครื่องมือชั้นดีที่สะท้อนให้เราได้เห็นว่า สังคมกำลังมองพวกเขาในมุมไหนบ้าง

เกณฑ์การเก็บและจัดแบ่งข้อมูล

เก็บข้อมูลเฉพาะภาพยนตร์และซีรีส์ที่มีตัวละครหลักเป็นแซฟฟิก โดยต้องเริ่มและฉายจบในปี 2010-2024 รวมทั้งสิ้น 40 เรื่อง เก็บข้อมูลเฉพาะประเด็นที่แซฟฟิกต้องพบเจอ โดยยึดจากการกระทำของตัวละครต่างๆ ภายในเรื่อง ใน 1 เรื่องอาจมีมากกว่า 1 ประเด็น สูงสุด 3 ประเด็น และบางเรื่องอาจไม่มีเลย จัดแบ่งข้อมูล โดยใช้ช่วงระยะเวลา 5 ปีเป็นเกณฑ์ ช่วงที่ 1 คือปี 2010-2014 ช่วงที่ 2 คือปี 2015-2019 ช่วงที่ 3 คือปี 2020-2024 จำแนกประเด็นที่ตัวละครแซฟฟิกต้องพบเจอออกเป็น 6 ประเด็น คือ ถูกเหยียดหยาม, ถูกบังคับให้เป็นเพียงเพศชายหรือหญิง, ถูกภาพจำกดทับ, ถูกมองเป็นความสัมพันธ์ฉาบฉวย, ถูกมองว่าผิดธรรมชาติ และกฎหมายไม่รองรับ

ช่วงปี 2010-2014

ช่วงแรกของจักรวาลซีรีส์ Girls’ Love เราเริ่มนับจากปี 2010-2014 ซึ่งมีภาพยนตร์และซีรีส์ที่ดำเนินเรื่องราวผ่านตัวละครหลักที่เป็นแซฟฟิกทั้งหมด 7 เรื่อง เช่น Yes or No 1 (2010) และ 2 (2012), She เรื่องรักระหว่างเธอ (2012) และ 1448 รักเราของใคร (2014)

แน่นอนด้วยความเป็นช่วงขวบปีแรกๆ ของการทำสื่อบันเทิงที่มีตัวละครเอกเป็นแซฟฟิก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สังคมช่วงนั้นยังไม่ได้เปิดกว้าง ยอมรับ หรือเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศมากเท่าปัจจุบัน นั่นทำให้ ‘ประเด็น’ ที่เหล่าแซฟฟิกในช่วงเวลานั้นพบเจอมักโฟกัสไปที่เรื่องของการไม่ยอมรับในความหลากหลายทางเพศ และมองว่าความรักในรูปแบบที่ว่านั้นไม่มีทางยั่งยืน

จากการเก็บข้อมูล เราพบประเด็นที่ตัวละครแซฟฟิกถูกเหยียดหยาม 3 เรื่อง, ถูกมองว่าผิดธรรมชาติ 3 เรื่อง, ถูกมองว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นเรื่องฉาบฉวย 3 เรื่อง, ถูกบังคับให้เป็นเพียงชายหรือหญิง 1 เรื่อง และกฎหมายไม่รองรับ 1 เรื่อง

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ด้วยความที่ภาพยนตร์และซีรีส์ทั้ง 7 เรื่องนี้ดำเนินอยู่ในช่วงประมาณ 15 ปีที่แล้ว ทำให้ความเข้าใจและการเปิดรับยังมีไม่มาก เรื่องราวเลยสื่อสารออกมาให้เราเห็นว่าตัวละครที่เป็นแซฟฟิกนั้น ต้องเผชิญหน้ากับการไม่ยอมรับของทั้งสังคมโดยรวมและครอบครัว ตั้งแต่เรื่องความมีอคติของสังคมต่อชุมชน LGBTQ+ การถูกใช้คำพูดเหยียดหยามอย่างคำว่า ‘ตีฉิ่ง’ ไปจนถึงการที่ครอบครัวพยายามบังคับให้ตัวละครที่ตัดผมสั้นหันมาไว้ผมยาว

ไม่เพียงเท่านั้น นอกจากปัญหาหลักๆ ที่พบได้เหล่านี้แล้ว ในบางเรื่องยังมีการสอดแทรกเรื่องการ ‘เปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ’ อยู่ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งมักมาในรูปแบบของตัวละครชายรุกเข้าจีบตัวละครแซฟฟิกที่ออกตัวแล้วว่ามีแฟน

ช่วงปี 2015-2019

ก้าวเข้าสู่ช่วงที่ 2 ของจักรวาล Girls’ Love ในช่วงปี 2015-2019 นี้ มีภาพยนตร์และซีรีส์ ที่มีตัวละครหลักเป็นแซฟฟิกอยู่ทั้งหมด 6 เรื่อง เช่น yes or no 2.5 (2015), THE DREAMER คอนโด/บาริสต้า/สถาปนิก (2016) และ BKKY (2016)

ในช่วงปีนี้ เราสังเกตเห็นประเด็นที่ตัวละครแซฟฟิกต้องเผชิญทั้งหมด 3 ประเด็นด้วยกัน คือ ถูกมองเป็นความสัมพันธ์ฉาบฉวย 3 เรื่อง, ถูกบังคบให้เป็นเพียงชายหรือหญิง 2 เรื่อง และถูกมองว่าผิดธรรมชาติ 2 เรื่อง

การที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกมองเป็นเรื่องฉาบฉวย เราสังเกตได้จากสิ่งที่คนรอบตัวหรือคนในครอบครัวพูดกับตัวละครที่เปิดเผยความสัมพันธ์ของพวกเขาว่า สิ่งนี้เป็นแค่เรื่องเล่นๆ เป็นแฟชั่น เดี๋ยวพอโตขึ้น ก็จะกลับไปรักผู้ชายเหมือนเดิม

การถูกบังคับให้เป็นเพียงชายหรือหญิง ปรากฏอยู่ในรูปแบบที่ตัวละครถูกคลุมถุงชนให้แต่งงาน หรือหมั้นหมายกับผู้ชายโดยไม่ถามความสมัครใจใดๆ

และถูกมองว่าผิดธรรมชาติที่พบในช่วงปีนี้ คือ ตัวละครถูกคำพูดหรือการกระทำของคนในครอบครัว คนรอบข้าง ทำให้รู้สึกว่าการเป็นแซฟฟิกนั้นเป็นเรื่องผิด จนไม่กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง

เราอาจมองได้ว่า ปัญหาที่ตัวละครต้องพบเจอ คือภาพสะท้อนของสังคมที่ชาวแซฟฟิกต้องพบเจอจริงๆ ไม่ว่าจะถูกมองว่าเดี๋ยวก็เลิกรา ถูกกรอบของสังคมครอบไว้ให้เป็นเพียงเพศชายหรือหญิงเท่านั้น รวมไปถึงถูกอคติของสังคมตีตราว่าพวกเขาผิดปกติ

ช่วงปี 2020-2024

มาถึงในช่วงปี 2020-2024 จะเห็นได้ว่าการเติบโตของซีรีส์แซฟฟิกในช่วง 4 ปีให้หลังนั้น พุ่งขึ้นสูงกว่าช่วง 10 ปีที่แล้วอย่างชัดเจน โดยในช่วงปีนี้ มีซีรีส์แซฟฟิกถึง 27 เรื่อง และภายใน 27 เรื่องก็มีการนำเสนอพล็อตเรื่องที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น นอกจากโรแมนติก-คอเมดี้ เช่น The Cheese Sisters (2022), 23.5 องศาที่โลกเอียง (2024) เรายังพบการนำเสนอในประเภทไซไฟอวกาศ เช่น URANUS2324 (2024) รวมถึงพีเรียดอย่าง ปิ่นภักดิ์ (2024) ทำให้ประเด็นที่สะท้อนออกมาจากซีรีส์แซฟฟิกในช่วงเวลานี้หลากหลายตามไปด้วยเช่นกัน

ประเด็นจากซีรีส์แซฟฟิกในช่วงปี 2020-2024 ที่พบคือถูกมองว่าผิดธรรมชาติ 8 เรื่อง, ถูกบังคับให้เป็นเพียงเพศชายหรือหญิง 4 เรื่อง, ถูกมองเป็นความสัมพันธ์ฉาบฉวย 3 เรื่อง, ถูกเหยียดหยาม 2 เรื่อง, ถูกภาพจำกดทับ 1 เรื่อง และกฎหมายไม่รองรับ 1 เรื่อง

ประเด็นที่เราเราพบได้มากที่สุด คือ ตัวละครแซฟฟิกถูกมองว่าผิดธรรมชาติ ซึ่งสังเกตได้จากจากการบอกกล่าวและการแสดงออกของตัวละครในเรื่อง ทั้งท่าทีไม่พอใจ การพยายามกีดกัน หรือมีมายาคติเกี่ยวกับบทบาททางเพศเป็นตัวตั้ง หากผิดแผกไปจากนี้ ก็จะถือว่าผิดธรรมชาติ

ต่อมาคือตัวละครแซฟฟิกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ถูกครอบครัว คนใกล้ชิด หรือกระทั่งสังคมพยายามบีบบังคับให้เป็นเพียงเพศหญิงตามขนบ เช่น การบังคับให้แต่งงานกับผู้ชาย

มองว่าความสัมพันธ์ของแซฟฟิกนั้นเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวย มีทั้งเกิดจากคนรอบข้างเองที่คิดว่าเป็นความสัมพันธ์ไม่ยั่งยืน ท้ายที่สุดพวกเขาก็จะกลับไปลงเอยกับคนที่มีเพศกำเนิดตามที่สังคมคาดหวัง หรือในบางเรื่องแม้กระทั่งคนที่อยู่ในความสัมพันธ์เองก็มองว่า เป็นความสัมพันธ์ที่จะอยู่กันไม่ยืดยาว เพราะสังคมรอบข้างไม่เชื่อในพวกเขา

การนำเสนอภาพให้เห็นว่า คู่รักแซฟฟิกนั้นถูกเหยียดหยาม เป็นการถูกดูหมิ่นดูแคลน ไม่ว่าจะด้วยสถานะทางสังคม ความรัก ความสัมพันธ์ ซึ่งล้วนเกิดจากอคติที่มีต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศ

ตัวละครแซฟฟิกถูกภาพจำกดทับ โดยการให้ตัวละครรอบข้างในเรื่องมีภาพจำว่า คนที่ดูมีความ masculine จะต้องเป็นทอม ชอบผู้หญิง ทั้งที่ในความเป็นจริงบุคลิกลักษณะไม่ได้แสดงออกถึงรสนิยมทางเพศของแต่ละบุคคล

สุดท้ายคือการนำเสนอประเด็นเรื่องการไร้กฎหมายรองรับของคู่รักเพศหลากหลาย ซึ่งนำเสนอผ่านสิทธิทางการแพทย์ที่ไม่สามารถเซ็นยินยอมได้ (ขณะนั้นอยู่ในช่วงที่สังคมพูดถึงเรื่องสมรสเท่าเทียม แต่ในวันที่ 23 มกราคม 2025 ประเทศไทยเรามีการประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเป็นทางการแล้ว)

นอกจากประเด็นหลักที่เราได้เจอ เมื่อดูซีรีส์แซฟฟิกในช่วงปี 2020-2024 แล้ว ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจสอดแทรกอยู่ในเรื่องด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอภาพแซฟฟิกที่แตะไปถึงมิติทางศาสนาและการเมืองอย่าง ทะเลของฉันมีคลื่นเล็กน้อยถึงปานกลาง Solids by the Seashore (2023) การนำเสนอภาพที่มีส่วนสำคัญในการทลายมายาคติของสังคม เช่น ความรักระหว่างหญิงข้ามเพศและหญิงข้ามเพศใน 23.5 องศาที่โลกเอียง (2024)

ทั้งนี้ ยังมีประเด็นที่ต่อยอดเนื่องมาจากสิ่งที่ตัวละครแซฟฟิกพบเจอได้อีก เช่น การที่ตัวละครไม่กล้ายอมรับในตัวตนของตัวเอง ไม่กล้าเปิดเผยสถานะความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ซึ่งเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เปิดกว้าง และไม่เข้าใจถึงความหลากหลายทางเพศ รวมถึงมีกรอบของอคติมาคอยกีดขวางไม่ให้ LGBTQ+ ได้มีชีวิตอิสระเป็นของตัวเอง

อีกหนึ่งข้อสังเกตที่เราพบในระหว่างการเก็บข้อมูล คืออัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของภาพยนตร์และซีรีส์ Girls’ Love ช่วงปี 2020-2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากในช่วง 5 ปีก่อนหน้าถึง 21 เรื่อง แต่เมื่อคิดคำนวนกับสัดส่วนประเด็นที่แซฟฟิกต้องเจอแล้วพบว่า ในช่วงปี 2020-2024 นั้น ประเด็นต่างๆ ปรากฏลดลง และมีเรื่องที่ไม่ปรากฏประเด็นเลยถึง 14 เรื่องจาก 27 เรื่อง

นี่จึงอาจเป็นสัญญาณที่ดี ที่แสดงให้เห็นว่าสังคมกำลังเปิดกว้างและยอมรับคู่รักแซฟฟิกมากกว่าในช่วง 10 ปีก่อนหน้า จนภาพยนตร์และซีรีส์ไม่ได้นำเสนอภาพคนในสังคมที่มองว่าพวกเขาผิดแผกไป และดำเนินเรื่องราวความรักของพวกเขาเหมือนภาพยนตร์และซีรีส์ชายหญิงทั่วไป ที่ไม่ต้องทนฟังเสียงเหยียดหยามจากคนรอบข้างเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาเป็น และสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเปิดเผย

จากนี้ก็คงต้องคอยเฝ้าดูกันต่อไปว่าวงการ Girls’ Love ในบ้านเราจะถูกผลักดันต่อไปในทิศทางไหน จะมีประเด็นอะไรที่รอให้พวกเราไปค้นพบอีกบ้าง ในวันที่ความเท่าเทียมกำลังบานสะพรั่งแบบนี้

อ้างอิงจาก

multi.dopa.go.th

Content Creator:
Chakhriya Sirithirasakun
Chonticha intachai
Kewalin Thanomthong
Krittaporn Tochan
Panpaporn Udchachon
Paranee Srikham
Prangtip Pongjeadpong
Runchana Siripraphasuk
Taksaporn Koohakan
Writer: Paranee Srikham, Runchana Siripraphasuk & Taksaporn Koohakan
Editorial Staff: Runchana Siripraphasuk
Graphic Designer: Krittaporn Tochan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...