โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“Eastspring” ส่ง 2 กองทุน “Thai ESGX” 2 สไตล์ “กองทุนผสม” & “กองทุนหุ้นไทยปันผลดี” โดดเด่นด้าน “ESG” พร้อมช่วย “เซฟภาษี” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 04.16 น.

โดย: บลจ.อีสท์สปริง

สำหรับ“กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” (Thai ESGX) นั้น ภาครัฐออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน โดยเน้นไปที่ “ตลาดหุ้นไทย” เป็นสำคัญ
แต่กรอบการลงทุนจะเปิดกว้างมากขึ้น อีกทั้งยังตอบโจทย์ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (ESG) โดยต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติด้าน “ความยั่งยืน” เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV และในนี้ต้องเป็น “หุ้นยั่งยืน” ใน SET/mai เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV
ส่วนที่เหลืออีก 20% ของ NAV จะลงทุนใน “สินทรัพย์อื่นๆ” อะไรก็ได้ในประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้อย่างอิสระ นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้กองทุน Thai ESGX” น่าสนใจมากขึ้นนั่นเอง
โดยกองทุน Thai ESGX” จะรองรับเม็ดเงินลงทุนจาก 2 ส่วน ด้วยกัน คือ 1) “เงินลงทุนเดิม” ที่ลงทุนอยู่ใน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) และ 2) “เงินลงทุนใหม่” สำหรับนักลงทุนที่สนใจ ทั้งนี้ กำหนดช่วงเวลาลงทุนเพื่อใช้สิทธิเพียง 2 เดือน เท่านั้น (พ.ค. - มิ.ย. 68)
ที่สำคัญ เงินลดหย่อนภาษีของกองทุน Thai ESGX” นั้น ยังแยกต่างหากจากกองทุน ThaiESG” เวอร์ชั่นใหม่ (ปี2567-2569) ที่มีอยู่เดิมอีกด้วย แต่ยังคงต้องถือครองหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับวันชนวัน) เหมือนกัน
ซึ่งหากใช้สิทธิลดหย่อนเต็มที่จากกองทุน ThaiESG” เวอร์ชั่นใหม่ 300,000 บาท และ Thai ESGX” ทั้งเงินลงทุนเดิม 300,000 บาท และเงินลงทุนใหม่อีก 300,000 บาท แล้ว รวมลดหย่อนภาษีจากกลุ่ม ThaiESG” ปี68 ได้สูงสุดถึง 9 แสนบาท เลยทีเดียว !!!
แล้วกลยุทธ์ไหน? ที่จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสของผลตอบแทนในระยะกลาง-ยาวได้
คำตอบนี้ มีอยู่แล้วในกองทุน Thai ESGX” 2 กอง 2 สไตล์ที่แตกต่าง ของ “บลจ.อีสท์สปริง” ได้แก่ “ES-DIV70THAIESGX:กองทุนเปิดอีสท์ปริง หุ้นปันผล 70 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” และES-DIVTHAIESGX: กองทุนเปิดอีสท์ปริง หุ้นปันผล ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ”
ที่เตรียมจะเสนอขายครั้งแรก (IPO) สำหรับเงินลงทุนใหม่ระหว่างวันที่ 2 – 8 พ.ค. 68 และจะเปิดเสนอขายอีกครั้งหลัง IPO สำหรับเงินลงทุนใหม่ และเงินลงทุนเดิมระหว่างวันที่ 13 พ.ค. – 30 มิ.ย. 68 นี้ นั่นเอง ความลับกลยุทธ์การลงทุนของทั้ง 2 กองทุนคืออะไร ตามไปค้นหาคำตอบพร้อมๆ กันได้เลย

“หุ้นปันผลดี” ที่มี “ESG” ส่วนผสมที่ลงตัว…คำตอบของการลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย”

แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “ตลาดหุ้นไทย” ในภาพรวมอาจจะไม่ใช่ตลาดที่ให้ผลตอบแทนที่ดีนักก็ตาม แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหุ้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนได้แต่ประการใด
รู้หรือไม่? 5 ปีที่ผ่านมา ในขณะที่ SET Index” ให้ผลตอบแทนสะสมติดลบ -7.90%…แต่ SETHD” กลับให้ผลตอบแทนสะสมถึง +29.37%(ที่มา: setsmart.com, ข้อมูล ณ วันที่ 18 เม.ย. 68)
ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของ “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ที่เผยแพร่ผ่าน SET Note ฉบับที่ 5/2568 “SETHD Index: ดัชนีหุ้นปันผล อีกหนึ่งมุมมองในการเลือกลงทุนในหุ้นปันผล” ที่ระบุว่า หากพิจารณาผลตอบแทนของการเปลี่ยนแปลงของดัชนีในช่วง 5 ปีย้อนหลัง (ที่มา: SET Note Volume 5/2568, ข้อมูล ณ วันที่ 20 มี.ค. 68) ที่ผ่านช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID-19) พบว่า SETHD Index ให้ผลตอบแทนดีกว่าทั้ง SET Index และ SET100 Index และหากพิจารณาผลตอบแทนของการเปลี่ยนแปลงดัชนีในช่วง 10 ปีย้อนหลัง พบว่า SETHD Index ลดลงน้อยกว่า Index และ SET100 Index

“ทั้งนี้ยังพบว่าค่าเฉลี่ยผลตอบแทนจากเงินปันผลในช่วง 3 ปีล่าสุดของทุกหลักทรัพย์ที่องค์ประกอบ SETHD Index อยู่ที่ 5.58% (ค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วง 2.45% - 17.03%) และพบว่า 16 หลักทรัพย์จากทั้งหมด 30 หลักทรัพย์ มี Dividend Yield เฉลี่ย 3 ปี สูงกว่า 5% ต่อปี โดยมี Dividend Yield เฉลี่ย 3 ปีอยู่ในช่วง 5.43% - 17.03% (ที่มา: SET Note Volume 5/2568, ข้อมูล ณ วันที่ 20 มี.ค. 25)”
นี่สะท้อนว่า…ไม่ใช่หุ้นไทยจะแย่ไปเสียทั้งหมดแม้ในช่วงเวลาที่ “ตลาดหุ้นไทย” ไม่ดี ก็ยังมีกลุ่มหุ้นที่สามารถให้ “ผลตอบแทนที่ดี” ได้ แค่เราต้องเลือกเฟ้นหาให้เจอเท่านั้นเอง ตัวอย่าง “บริษัทที่มีประวัติจ่ายปันผลดี สม่ำเสมอ รวมถึงมีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลดีในอนาคต” ซึ่งเป็นธุรกิจที่มักมีความสม่ำเสมอในการสร้างรายได้ และมีความทนทานต่อสภาวะตลาดที่มีความไม่แน่นอน
เมื่อมาผสานเข้ากับ “หุ้นยั่งยืน” (ESG) ที่มีแนวคิดเพื่อความยั่งยืนไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของผลกำไรเพียงอย่างเดียว แต่คำนึงถึงปัจจัย 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม (E: Environment),สังคม (S: Social) และ ธรรมาภิบาล (G: Governance) ซึ่งเป็นกลุ่มหุ้นที่มีความสามารถในการเติบโตในระยะยาว ปัจจุบันมี “หุ้นยั่งยืน” (SETESG Rating) ทั้งหมด 228 บริษัท มี “ESG Rating”แบ่งเป็น BBB, A, AA และ AAA (ที่มา: SETESG Index ณ วันที่ 31 มี.ค. 68, SETESG Rating ณ วันที่ 31 ธ.ค. 67)
ก็จะทำให้มี “หุ้นปันผลสูง” ที่มี ESG” ที่ดีไว้ให้เลือกลงทุนแล้ว แต่ที่สำคัญจะต้องผ่านเกณฑ์ที่เข้มข้นของ “บลจ.อีสท์สปริง” ด้วยเช่นกัน นั่นคือ

- จะต้องเป็นหุ้นที่ได้รับ ESG Rating “AA” ขึ้นไป
- เป็นหุ้นที่มีประวัติการจ่ายปันผลที่ดีสม่ำเสมอ มีเงินปันผลจ่ายในช่วง 1 – 3 ปี ล่าสุดในระดับที่สูงและมีแนวโน้มจ่ายปันผลที่ดีในอนาคต
- ผ่านกระบวการวิเคราะห์ทั้ง “เชิงปริมาณ” และ “เชิงคุณภาพ”
คัดกรองจนเหลือหุ้นประมาณ 30 – 60 ตัว ที่จะใช้เป็นส่วนหนึ่งของ Universe” ของหุ้นที่กองทุน Thai ESGX” ของ “บลจ.อีสท์สปริง” ทั้ง 2 กอง 2 สไตล์ จะใช้ในการเลือกลงทุนต่อไปนั่นเอง

Thai ESGX” 2 สไตล์ “กองทุนผสม” & “กองทุนหุ้นไทยปันผลดี”…ร่วมส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืน (ESG) พร้อม “เซฟภาษี”

สำหรับกองทุน Thai ESGX” ที่ทาง “บลจ.อีสท์สปริง” ตั้งใจออกแบบอย่างพิถีพิถันในครั้งนี้ ประกอบด้วย 2 กองทุน 2 สไตล์ ประกอบด้วย “กองทุนผสม” และ “กองทุนหุ้นไทยปันผลดี” ที่จะมี Universe ของหุ้นที่ใช้ลงทุนในตะกร้าเดียวกัน คือ “หุ้นปันผลดี” ที่มี “ESG” ตามเกณฑ์ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น
เริ่มกันที่ “ES-DIV70THAIESGX:กองทุนเปิดอีสท์ปริง หุ้นปันผล 70 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” เป็นกองทุนกลุ่ม Aggressive Allocation” ความเสี่ยงระดับ 5 (เสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง) ที่จะเน้นลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีใน “หุ้นยั่งยืน” ที่บริษัทฯที่มีประวัติการจ่ายปันผลดี ไม่น้อยกว่า 65% และไม่เกิน 70% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน และที่เหลือเป็น “ตราสารหนี้ยั่งยืน” รวมถึงไม่ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยาสูบและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง เพื่อสร้างสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุนนั่นเอง
ในส่วนของ “ตราสารหนี้ยั่งยืน” นั้น จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ/ เอกชนเพื่อความยั่งยืน (Green Bond, Sustainability-Link Bond, Sustainability bond) หรือบริษัทที่อยู่ในเกณฑ์ ESG ของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือหน่วยงานอื่นๆ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ Investment Grade” ขึ้นไปเท่านั้นและต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาด้านเครดิตของบริษัท โดยต้องผ่านการวิเคราะห์ทั้ง “เชิงปริมาณ” และ “เชิงคุณภาพ” อย่างเข้มข้น
“สำหรับสัดส่วนการลงทุนมีกรอบในการเคลื่อนไหวตามภาวะตลาดในแต่ละช่วง โดย ‘หุ้นยั่งยืน’ ที่จ่ายปันผลดี จะอยู่ระหว่าง 65 – 70% ส่วน ‘ตราสารหนี้ยั่งยืน’จะอยู่ระหว่าง 10 – 30% รวมถึงไม่ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยาสูบและอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (หมายเหตุ: สัดส่วนของตราสารหนี้สำหรับกองทุน ES-DIV70THAIESGXจะเป็นไปตามหนังสือชี้ชวน) และ ‘ตราสารสภาพคล่อง’(เงินฝาก, เงินสด ฯลฯ) ไม่เกิน 20%
จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางค่อนข้างสูง ด้วยพอร์ตการลงทุนอย่างสมดุลในหุ้นและตราสารหนี้ โดยมีการลงทุนในหุ้นไม่เกิน 70%มีความยืดหยุ่นในการลงทุนสามารถปรับสัดส่วนให้เหมาะกับภาวะตลาดในแต่ละขณะได้เป็นอย่างดีช่วยให้โอกาสผลตอบแทนมีเสถียรภาพในระยะยาว

(หมายเหตุ: สัดส่วนของตราสารหนี้สำหรับกองทุน ES-DIV70THAIESGX จะเป็นไปตามหนังสือชี้ชวน)

มาต่อกันด้วย ES-DIVTHAIESGX: กองทุนเปิดอีสท์ปริง หุ้นปันผล ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” เป็นกลุ่มกองทุน “Equity Large Capความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง)ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นปันผลดี” ที่มี ESG” ด้วยกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุก (Active Management) โดยมุ่งเน้นที่จะเอาดัชนีชี้วัด SETESG TRI เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับเงินลงทุนในระยะยาว
ที่สำคัญกองทุนยังบริหารโดยทีมผู้จัดการตราสารทุนที่มีประสบการณ์ใน “กองทุนหุ้นปันผล” (ES-DIV) มั่นใจด้วยผลการดำเนินงานที่ดี (Morningstar rating 5 ดาว ณ 31 มี.ค. 25*) (*Morningstar Overall Rating 5 Stars is rated by Morningstar Thailand as of 31 Mar 2025)อีกด้วย (ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต)
จึงเหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และคาดหวังโอกาสสร้างความมั่งคั่งระยะยาวให้กับเงินลงทุน

เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 2 – 8 พ.ค. 68 นี้ และหลัง IPO 13 พ.ค. – 30 มิ.ย. 68 ชี้ “จังหวะดีการลงทุน” เหตุหุ้นไทยน่าสนใจ ย้ำ “Thai ESG” & “Thai ESGX” ช่วย “เซฟภาษี” ปี68 ได้รวมสูงสุดถึง 9 แสนบาท

สำหรับนักลงทุนที่สนใจ สามารถใช้สิทธิลงทุนในกองทุน Thai ESGX” ได้ในช่วง 2 เดือน (2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 68) นี้ ซึ่งวงเงินลดหย่อนภาษีรวมกันสูงถึง 6 แสนบาท แบ่งเป็น 1) “เงินลงทุนเดิม” ที่โอนมาจากกองทุน LTF เดิม ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 500,000 บาท แบ่งใช้สิทธิปี68 จำนวน 300,000 บาท ที่เหลืออีก 200,000 บาท ทยอยใช้ใน 4 ปีที่เหลือ (ปี69 -72) ปีละเท่าๆ กัน สูงสุดปีละไม่เกิน 50,000 บาท โดยต้องโอนมาทั้งหมดทุกกอง ทุกบลจ. และถือครองต่อ 5 ปี (นับวันชนวัน) นับจากวันที่ลงทุนหรือสับเปลี่ยนมา
และ 2) “เงินลงทุนใหม่” ก็มีวงเงินลดหย่อนแยกต่างหากอีกไม่เกิน30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน300,000 บาท(เฉพาะปี 2568)
“เมื่อรวมทั้ง 2 ส่วนกองทุน ‘Thai ESGX’ ในปีนี้ หากลงทุนเต็มสิทธิจะสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงรวม 6 แสนบาท ซึ่งหากไปรวมกับกองทุน ‘ThaiESG’ เวอร์ชั่นใหม่ซึ่งลงทุนได้ตลอดทั้งปีที่ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท จะทำให้ปี 68 สามารถลดหย่อนภาษีกับกลุ่มกองทุน ‘ThaiESG’ และ ‘Thai ESGX’ รวมกันสูงสุดถึง 900,000 บาท เลยทีเดียว จึงถือเป็นช่วง 2 เดือนที่น่าสนใจลงทุนสำหรับการวางแผนภาษีเป็นอย่างยิ่ง”

ทั้ง “ES-DIV70THAIESGX” และ ES-DIVTHAIESGX” จะเสนอขายพร้อมกัน

สำหรับเงินลงทุนใหม่: เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 2 - 8 พ.ค. 2568 และหลัง IPO วันที่ 13 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568
สำหรับเงินลงทุนเดิม (สับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจาก LTF): จะดำเนินการได้หลัง IPO คือ วันที่ 13 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2568
“ซึ่งช่วงที่เสนอขายกองทุน ‘Thai ESGX’ ในครั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุน ทาง ‘บลจ.อีสท์สปริง’ มองว่า มีปัจจัยบวกจากโอกาสที่ ‘ธ.แห่งประเทศไทย’ จะปรับลดดอกเบี้ยจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐ รวมถึงเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่จะไหลเข้ามาเพิ่มเติมจากกองทุน ‘Thai ESGX’ นั่นเอง สำหรับการลงทุนระยะยาวระดับหุ้นไทยปัจจุบันจึงถือว่าน่าสนใจ”
“โดยทั้ง 2 กองทุน มีชนิดหน่วยลงทุนให้เลือกลงทุนทั้งแบบ ‘สะสมมูลค่า’และ ‘จ่ายปันผล’ให้เลือกลงทุนทั้งที่เป็น ‘เงินลงทุนใหม่’และ ‘เงินลงทุนเดิม’เพื่อให้นักลงทุนได้เลือกลงทุนให้เหมาะสมกับความต้องการของตัวเองอีกด้วย”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนที่ตอบโจทย์เรื่อง “รักษ์โลก” ช่วยสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน, มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี และยังช่วยเซฟภาษีได้แบบ “3 in 1” เชื่อว่าทั้ง 2 กองทุน ES-DIV70THAIESGX” และ “ES-DIVTHAIESGX” 2 กอง 2 สไตล์ จาก “บลจ.อีสท์สปริง” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าว และควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน ขอรับหนังสื่อชี้ชวนได้ที่ บลจ.อีสท์สปริงประเทศไทย หรือตัวแทนสนับสนุนการขายที่ได้รับการแต่งตั้ง
สนใจติดต่อ บลจ.อีสท์สปริง www.eastspring.co.thหรือโทร 1725

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...