โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แบงก์สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดให้น้ำหนัก 80% กนง.คงดบ. ส่วนเศรษฐกิจไทยปีนี้ฟื้นต่อเนื่องคาดโต 2.8%

Share2Trade

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 08.31 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 08.31 น. • Share2Trade

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ให้น้ำหนัก 80% กนง.มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยในการประชุม 26 ก.พ. นี้ มองเศรษฐกิจไทยปีนี้ฟื้นตัวต่อเนื่องโต 2.8% จับตาทิศทางการเมืองไทยอย่างใกล้ชิดรับมีผลต่อเศรษฐกิจไทย

42F13893-1ECA-4F96-8AAB-3C7C489CE39C_11zon.jpg

ดร.ทิม ลีฬหะพันธุ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายเศรษฐศาสตร์ ประจำประเทศไทยและเวียดนาม ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) คาดการณ์ว่า ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.) วันที่ 26 ก.พ.68 นี้ คณะกรรมการน่าจะมีมติเอกฉันท์ 7ต่อ0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยที่2.25% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังมีอย่างต่อเนื่อง แม้เงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับไม่สูงนัก โดยธนาคารให้น้ำหนักการคงอัตราดอกเบี้ยที่80% ส่วนอีก20% เป็นน้ำหนักที่อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงได้

“กนง. อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงครั้งเดียวในปีนี้ ซึ่งอาจจะเป็นการประชุมในเดือนมิ.ย. หรือหลังจากนั้น Fed มีท่าทีไม่รีบลดดอกเบี้ย และธปท.ไม่ได้ส่งสัญญาณต้องการลดอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับต้องการรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงิน (policy space) ล้วนเป็นปัจจัยที่จะชะลอการลดอัตราดอกเบี้ย”

ส่วนเศรษฐกิจไทยปีนี้ ธนาคารเชื่อว่า ยังค่อยๆฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยในปี 2568 โต2.8% สูงกว่าปี67 ที่ขยายตัว 2.5% ด้านเงินเฟ้อพื้นฐานจะอยู่ที่ 0.9% (เทียบกับ 0.6% ในปี 2567) สอดคล้องกับมุมมองการเติบโตที่เป็นไปอย่างเฝ้าระวัง ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 1.3% (เทียบกับ 0.4% ในปี 2567) โดยการฟื้นตัวของภาคบริโภคที่มีไม่มาก อาจส่งผลให้เงินเฟ้อชะลอตัวลงในช่วงกลางปี ก่อนจะเร่งตัวอีกครั้ง ธนาคารยังคงประมาณการเงินบัญชีเดินสะพัดในปีนี้ที่ 4% ของจีดีพี (เทียบกับ 2.3% ในปี 2567)

นอกจากนี้ เรายังคงเฝ้าระวังเรื่องการค้าระหว่างประเทศ แม้ว่าตัวเลขล่าสุดจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม เพราะคาดว่าผลกระทบจากสงครามการค้าจะเริ่มมีมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่2 ของปีนี้เป็นต้นไป

สำหรับทิศทางค่าเงินบาท ดร.ทิม เชื่อว่าเงินบาทยังมีความผันผวน โดยเมื่อต้นปีเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่าลงมากที่สุดในภูมิภาค แต่วันนี้เงินบาทอยู่ที่ ประมาณ 33.50 บาท แข็งค่ามากกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ดังนั้นปีนี้จะเป็นปีที่เงินบาทมีความผันผวนมาก ทั้งจากราคาทองคำที่ทำสถิติใหม่ต่อเนื่อง การท่องเที่ยวที่เติบโตดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

“สำหรับปัจจัยด้านการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย แม้ปัจจุบันรัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้น มีการออกมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต้องติดตามการเคลื่อนไหวในทุกไตรมาส” ดร.ทิมกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...