โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปตท. เร่งเดินหน้าหาพาร์ตต่างชาติ รับมือวัฏจักรปิโตรเคมีขาลง เน้นกุมฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน PTTGC-TOP-IRPC

THE STANDARD

อัพเดต 23 ก.พ. 2568 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2568 เวลา 05.11 น. • thestandard.co
ปตท. เร่งเดินหน้าหาพาร์ตต่างชาติ รับมือวัฏจักรปิโตรเคมีขาลง เน้นกุมฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน PTTGC-TOP-IRPC

ปตท. แจ้งกำไรสุทธิปี 2567 ร่วง 19.6%YoY เหลือ 9 หมื่นล้านบาท จากปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1.12 แสนล้านบาท เนื่องจาก EBITDA ที่ลดลง มีรายการด้อยค่าและประมาณการค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตเพิ่มขึ้นของบริษัทในเครือ พร้อมชี้แจงว่าไม่มีการควบรวมกิจการ 3 บริษัท PTTGC-TOP-IRPC

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยใน ‘งานแถลงผลการดำเนินงาน ปตท. ประจำปี 2567’ ระบุว่า ยอมรับว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมของกลุ่มธุรกิจปลายน้ำ (Downstream) คือกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี กำลังอยู่ในช่วงวัฏจักรขาลง (Downcycle) โดยในช่วง 4 ปีก่อน ทั้งกลุ่ม ปตท. เคยมีกำไรสูงถึงระดับประมาณ 5-7 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ถือเป็นช่วงของ Downcycle ของภาพรวมอุตสาหกรรมโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่เกิดขึ้นมายาวนาน ซึ่งมีสาเหตุมาจากสถานการณ์ Oversupply จากจีน รวมทั้งประเทศอื่นๆ ที่มีการผลิตออกมามากเกินความต้องการใช้ ขณะที่การเติบโตความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปกับปิโตรเคมีจะอิงกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจของโลก

บรรยากาศของงานแถลงผลการดำเนินงาน ปตท. ประจำปี 2567

เร่งหาพาร์ตเนอร์กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีเสริมความแข็งแกร่ง

สำหรับความคืบหน้าในการปรับตัวหรือรับมือ Downcycle ของภาพรวมอุตสาหกรรมโรงกลั่นและปิโตรเคมี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการหาพาร์ตเนอร์ต่างชาติซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาอยู่จำนวนหลายราย อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และหากมีข้อสรุปจะมีการแจ้งข้อมูลกับสื่อมวลชนอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่าไม่มีแนวคิดในการเลิกดำเนินธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี

“ในทางตรงกันข้ามเรายังเห็นของความสำคัญในกลุ่มธุรกิจ Downstream หรือปิโตรเคมี ที่เป็นบริษัทแฟลกชิปและ ปตท. ถือหุ้นใหญ่อยู่ เพียงแต่มีความจำเป็นและเป็นเรื่องที่สมควรที่เราจะต้องหาพาร์ตเนอร์ที่แข็งแรงที่มีวัตถุดิบ หรือมีตลาด หรือที่มีเทคโนโลยี มาช่วยเสริม ตอนนี้ก็อยู่ในกระบวนการ ซึ่งถือว่ามีความก้าวหน้าอยู่ และไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะทั่วโลกเขาก็ทำกัน” ดร.คงกระพัน กล่าว

ดร.คงกระพัน ซีอีโอของ ปตท. ยังชี้แจงต่อว่า ปตท. จะไม่มีการควบรวมกิจการ 3 บริษัทที่ทำธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมี ซึ่งอยู่ในเครือของ ปตท. พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือ PTTGC, บมจ.ไทยออยล์ หรือ TOP และ บมจ.ไออาร์พีซี หรือ IRPC แต่จะมีพาร์ตเนอร์ต่างชาติเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทั้ง 3 บริษัทดังกล่าว ตามแนวทางที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ พร้อมทั้งย้ำ ปตท. จะยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทั้ง 3 บริษัทต่อไป

นอกจากกลุ่ม ปตท. ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มกำไรก่อนภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 3 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปีหรือปี 2570 โดยจะมาจากส่วนของบริษัท ปตท. เอง จำนวน 1 หมื่นล้านบาท และบริษัทในเครืออีก 2 หมื่นล้านบาท โดยมุ่งเน้นปรับโครงสร้างธุรกิจ นำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้เพิ่มรายได้และลดต้นทุน

เป้าหมายของ บมจ.ปตท. ในการเพิ่ม EBITDA ในปี 2570

แผน 5 ปี ตั้งงบลงทุน 5.5 หมื่นล้านบาท เน้นธุรกิจก๊าซ

สำหรับแผนในช่วง 5 ปี ระหว่าง 2568-2572 ในส่วนของ ปตท. และบริษัทลูกที่ถือหุ้นสัดส่วน 100% ไว้ที่ประมาณ 5.5 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้มีแผนจะใช้งบลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท โดยสัดส่วนหลักลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานธุรกิจท่อส่งและโรงแยกก๊าซธรรมชาติ และอีกส่วนลงทุนในธุรกิจเทรดดิ้ง โดยในปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนลงทุนในกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม“ต้องยอมรับว่าโลกยุคปัจจุบันมีความไม่แน่นอนเยอะ ถ้าจะให้เราไปลงทุนสร้างโรงงาน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วรอไปอีก 4 ปีเพื่อให้โรงงานเสร็จ วันนี้เราคงไม่ทำแบบนั้น เพราะกว่าจะสร้างเสร็จภาพตลาดก็อาจเปลี่ยนไป ดังนั้น ปตท. ต้องทำอะไรที่ความเสี่ยงต่ำ” ดร.คงกระพัน กล่าว

สำหรับกรณีที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับประเด็นการปรับระบบ Pool Gas เพื่อปรับใช้ลดค่าไฟฟ้า คงกระพันกล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีการเรียกคุย และยังไม่ได้มีการนัด ปตท. เข้าไปเพื่อหารือในประเด็นนี้

ปตท. กำไรสุทธิ ปี 2567 ร่วง 19.6% เหลือ 9 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ บมจ.ปตท. แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ รายงานผลประกอบการในปี 2567 ปตท. มีกำไรสุทธิจำนวน 90,072 ล้านบาท ลดลง 21,952 ล้านบาท หรือ 19.6% จากปี 2566 ที่มีกำไร 112,024 ล้านบาท โดยหลักจาก EBITDA ที่ลดลง ประกอบกับค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง อีกทั้งมีการรับรู้รายการ Non-Recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นขาดทุนประมาณ 4.5 พันล้านบาท

โดยหลักจากการด้อยค่าและประมาณการค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตของกลุ่มบริษัท Vencorex และ PTTAC ของ PTTGC ประมาณ 1.05 หมื่นล้านบาท ขณะที่ในปี 2566 มีการรับรู้รายการ Non-Recurring Items สุทธิภาษีตามสัดส่วนของ ปตท. เป็นกำไรประมาณ 300 ล้านบาท โดยหลักจากการขายสัดส่วนการลงทุนในโครงการ Cash-Maple ของ PTTEP

ปตท รายงานกำไรลดลง 19.6% พร้อมเดินหน้าหาพาร์ตเนอร์ต่างชาติรับมือปิโตรเคมีขาลง

สรุปข้อมูลกำไรสุทธิของ บมจ.ปตท. ประจำปี 2567

ขณะที่ในปี 2567 ปตท. มีรายได้จากการขายจำนวน 3,090,453 ล้านบาท ลดลงจากปี 2566 จำนวน 54,431 ล้านบาท หรือลดลง 1.7% โดยกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศมีรายได้จากการขายลดลงจากราคาขายผลิตภัณฑ์ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันที่อ้างอิง แม้ว่าปริมาณขายเพิ่มขึ้น โดยหลักจากปริมาณการค้าน้ำมันสำเร็จรูปและ LNG ระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น กลุ่มธุรกิจก๊าซธรรมชาติมีรายได้จากการขายลดลง โดยหลักจากธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติจากราคาขายเฉลี่ยปรับลดลงตามราคา Pool Gas รวมทั้งปริมาณขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยที่ลดลง

พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานปี 2567 ที่ 2.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่ 6.6% และมี Payout Ratio ที่ 67%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...