โกลด์แมน แซคส์ ชี้ “นักลงทุนสหรัฐ” อาจถูกบังคับขาย “หุ้นจีน” 8 แสนล้านดอลล์ หากเกิดภาวะ financial decoupling
โกลด์แมน แซคส์ ชี้ "นักลงทุนสหรัฐ" อาจถูกบังคับขาย "หุ้นจีน" 8 แสนล้านดอลล์ หากเกิดภาวะ financial decoupling พร้อมประเมินความเสี่ยงที่ ADRs-ดัชนี MSCI China อาจทรุดตัวลง
วันที่ 17 เมษายน 2568 เวลา 10.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ประเมินว่าใน "สถานการณ์เลวร้ายที่สุด" ของการตัดขาดทางการเงิน (financial decoupling) ระหว่างสหรัฐกับจีน นักลงทุนสหรัฐอาจถูกบังคับให้ขายหุ้นจีนรวมมูลค่าประมาณ 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐออกไป
ในบันทึกล่าสุด นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ นำโดย คิงเกอร์ หลิว (Kinger Lau) ระบุว่าปัจจุบันสถาบันการเงินสหรัฐถือครองประมาณ 7% ของมูลค่าตลาด ของใบแสดงสิทธิฝากหลักทรัพย์ (ADRs) ของบริษัทจีน ซึ่งอาจไม่สามารถซื้อขายผ่านตลาดหุ้นฮ่องกงได้ หากบริษัทอย่างเช่น Alibaba Group Holding Ltd. ต้องถูกถอดถอน (delisting) ออกจากตลาดสหรัฐ โดยไม่สมัครใจ
โกลด์แมน แซคส์ เป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่เริ่มประเมินความเสี่ยงกรณีเลวร้ายที่สุด ท่ามกลางแนวโน้ม "financial decoupling" ระหว่างสองมหาอำนาจเศรษฐกิจ ที่ทวีความเป็นไปได้มากขึ้นจากสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น
โดยความกังวลเรื่องการถอดถอนหุ้นจีนจากตลาดสหรัฐ ซึ่งเคยเป็นประเด็นใหญ่ในสมัยแรกของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐ สกอตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) กล่าวว่าสหรัฐพร้อมพิจารณาทุกทางเลือกในการเจรจาการค้ากับจีน
นักวิเคราะห์โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า“ความไม่แน่นอนอย่างรุนแรงในระบบการค้าทั่วโลก ได้ก่อให้เกิดความผันผวนมหาศาลในตลาดทุน และสร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะถดถอย รวมถึงความเสี่ยงจากการแยกตัวทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศใหญ่”
ผลกระทบในกรณีเกิดการบังคับถอดถอน ADRs โดยมูลค่าของ ADRs อาจปรับตัวลดลง 9% จากราคาปัจจุบัน ดัชนี MSCI China Index อาจลดลง 4%
ขณะที่ภาพรวมการถือครองหุ้นจีนของนักลงทุนสหรัฐ โกลด์แมน แซคส์ ระบุว่านักลงทุนสหรัฐปัจจุบันถือครองหุ้นจีน มูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์ ในรูปของ ADRs (คิดเป็น 26% ของมูลค่าตลาด ADRs) และมูลค่า 522,000 ล้านดอลลาร์ ในหุ้นที่ซื้อขายในตลาดฮ่องกง (16% ของมูลค่าตลาดฮ่องกง) และมูลค่าประมาณ 0.5% ของหุ้น A shares (หุ้นจีนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ) รวมแล้วมีความเสี่ยงที่ต้องขายหุ้นจีนมูลค่ารวมกว่า 800,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งนี้โกลด์แมน แซคส์ ประเมินว่าการขาย A shares อาจดำเนินการเสร็จได้ภายใน 1 วัน แต่การขายหุ้นใน ฮ่องกง และ ADRs อาจต้องใช้เวลา 119 วัน และ 97 วัน ตามลำดับ
โดยจีนอาจต้องขายสินทรัพย์การเงินในสหรัฐเช่นกัน ในสถานการณ์สุดขั้วเดียวกัน โกลด์แมนคาดการณ์ว่านักลงทุนจีนอาจต้องขายสินทรัพย์ทางการเงินในสหรัฐ รวมสูงถึง 1.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น หุ้น 370,000 ล้านดอลลาร์ และพันธบัตร 1.3 ล้านล้านดอลลาร์
ขณะที่กองทุนที่เสี่ยงได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือ กองทุนประเภท passive funds ของสหรัฐ อาจได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะ Kraneshares CSI China Internet Fund กองทุน ETF ที่ใหญ่ที่สุดซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นอินเทอร์เน็ตจีน มีการลงทุนใน ADRs ถึง 33% ซึ่งครึ่งหนึ่งของ ADRs เหล่านี้ไม่มีการจดทะเบียนในฮ่องกง กองทุนนี้มีผู้ถือหน่วยที่เป็นนักลงทุนสหรัฐสูงถึง 72%
ก่อนหน้านี้ JPMorgan Chase & Co. เคยประเมินว่าการถอดถอน ADRs อาจทำให้เกิด การไหลออกของเงินจากกองทุนดัชนีแบบ passive มูลค่ารวมราว 11,000 ล้านดอลลาร์
อ้างอิง : bloomberg.com