โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

SVI ผนึกจีน CCTC จากจีน ตั้งฐานผลิตแผ่นพิมพ์วงจรในไทย มูลค่า 3.8 พันลบ.รองรับดีมานด์ตลาดโลก

efinanceThai

เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 02.07 น.

SVI ผนึกจีน CCTC จากจีน ตั้งฐานผลิตแผ่นพิมพ์วงจรในไทย มูลค่า 3.8 พันลบ.รองรับดีมานด์ตลาดโลก

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 เม.ย. 68 9:07: น.

SVI ผนึกความร่วมมือ "China Circuit Technology" ร่วมทุนสร้างโรงงานผลิตแผ่นพิมพ์วงจร มูลค่าการลงทุนประมาณ 3,889 ล้านบาท กำลังผลิต 360,000 ตารางเมตรต่อปี รองรับความต้องการในตลาดโลก และลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของการค้าระหว่างประเทศ

บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 มีมติให้บริษัทเข้าทำสัญญาร่วมลงทุน (Joint Venture Agreement) จัดตั้งบริษัทร่วมลงทุนกับ China Circuit Technology (Shantou) Corporation (CCTC) เพื่อลงทุนในโครงการผลิต Multilayer PCB และ HDI (High Density Interconnect) คาดว่าการชำระทุนจดทะเบียนจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2/2568

โดยบริษัทร่วมทุนดังกล่าว คือ บริษัท แอดวานซ์ อินเตอร์คอนเนคชั่น เทคโนโลย จำกัด (Advanced Interconnection Technology Company Limited) ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจนำเข้าและส่งออก พัฒนา ผลิต แปรรูป ให้บริการ และจำหน่ายแผงวงจรพิมพ์ ผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์โมดูล ผลิตภัณฑ์ประกอบ อิเล็กทรอนิกส์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงบริการหลังการขายและบริการทางเทคนิค ตลอดจนจำหน่ายเครื่องมือวิเคราะห์ทางเคมี อุปกรณ์ระบบอัตโนมัติทางอุตสาหกรรม และอุปกรณ์ออปโต อิเล็กทรอนิกส์ ทุนจดทะเบียน 1,600 ล้านบาท โดย SVI ถือหุ้น 75%

โดยบริษัทร่วมลงทุนดังกล่าวมีโครงการลงทุนก่อสร้างอาคารโรงงานแห่งใหม่และติดตั้งเครื่องจักรเพื่อการผลิตแผ่นพิมพ์วงจร (printed circuit board: PCB) อยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมบางกะดี จังหวัดปทุมธานี มูลค่าการลงทุนประมาณ 3,889 ล้านบาท

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดจากความต้องการทั้งสองฝ่ายที่สอดคล้องกัน โดย CCTC ต้องการฐานการผลิตในต่างประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจและลดผลกระทบจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์การค้าระหว่างประเทศ ในขณะที่บริษัทต้องการเพิ่มศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย และเพิ่มขีดความสามารถรอบรับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก โดยอาศัยประสบการณ์และเทคโนโลยีจากพันธมิตร

โครงการดังกล่าวจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ระยะ ระยะแรก ใช้เวลาก่อสร้างนาน 15 เดือน และคาดว่าจะสามารถเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังในปีที่ 3 โดยมีกำลังการผลิต 204,000 ตารางเมตรต่อปี ระยะที่สอง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีที่ 4 หรือหลังจากระยะแรกเดินเครื่องเต็มกำลัง คาดใชระยะเวลากอสรางนาน 6 เดือน และจะสามารถเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังในปีที่ 5 โดยมีกำลังการผลิตเพิ่มเติมอีก 156,000 ตารางเมตรต่อปี เมื่อโครงการทั้งสองระยะดำเนินการเสร็จ โรงงานจะมีกำลังผลิตรวม 360,000 ตารางเมตรต่อปี

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...