โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ตอกย้ำผู้นำด้านดูแลสุขภาพเด็กครบวงจร เปิดตัวตึกใหม่รองรับต่างชาติ

TODAY Bizview

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2568 เวลา 10.30 น. • workpointTODAY

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดตึกแยกสำหรับรักษาเด็กโดยเฉพาะ รองรับเด็กนานาชาติ พร้อมกุมารแพทย์กว่า 100 ท่านและเทคโนโลยีนำสมัยที่ช่วยรักษาโรคเฉพาะทาง และอำนวยความสะดวกให้กับครอบครัวผู้ป่วยอีกมากมาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการของเด็กและครอบครัว

หลายครั้งที่ผู้ปกครองต่างหนักใจในการพาเจ้าตัวน้อยเข้ารับการรักษาโรคต่างๆ ในโรงพยาบาล ที่นอกจากจะมีปริมาณผู้ป่วยเด็กมากมายที่ต่อคิวกันเข้ารับการรักษายาวเหยียด รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และห้องพักที่ไม่เพียงพอ โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนลเล็งเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพเด็กเป็นสำคัญ จึงเปิดตัวศูนย์กลางการรักษาผู้ป่วยเด็กระดับนานาชาติ ที่รองรับเด็กทุกช่วงวัย ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี และเข้ารับการรักษาด้วยโรคต่างๆ มากมาย ตั้งแต่โรคทั่วไป ไปจนถึงโรคหายากต่างๆ ตอบสนองทุกความต้องการในการดูแลรักษาสุขภาพเด็กที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในกลุ่มลูกค้า Premium และกลุ่มลูกค้าต่างชาติ

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นโรงพยาบาลเด็กเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย ที่มีกุมารแพทย์ครบทุกสาขาและจำนวนมากกว่ามากกว่า 100 ท่าน รวมถึงบุคลากรต่างๆ ที่มีประสบการณ์สูงและมีความชำนาญ ได้ฝึกปฏิบัติการขั้นสูงจากต่างประเทศ ทั้งผู้ปกครองและเจ้าตัวเล็กจึงวางใจได้เลยว่า ทางครอบครัวและผู้ป่วยจะสามารถลดความวิตกกังวลระหว่างเข้ารับการรักษา และกลับออกไปจากโรงพยาบาลด้วยสุขภาพที่แข็งแรงขึ้นได้อย่างแน่นอน

เป็นที่ทราบกันดีว่า โรงพยาบาลสมิติเวช ขึ้นชื่อและเป็นผู้นำด้านการให้บริการทั้งในและต่างประเทศได้มาอย่างยาวนานมากกว่า 20 ปี ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของแพทย์ พยาบาล และทีมงานเป็นที่ยอมรับทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ทางโรงพยาบาลให้ดูแลผู้ป่วยเด็กปีละกว่า 300,000 รายต่อปี สามารถรองรับคนไข้ทั้งในและต่างประเทศ แบ่งเป็นคนไทย 65% และคนต่างชาติ 35% โดยมีทั้งคนญี่ปุ่น จีน อาหรับ เป็นต้น จึงมั่นใจในมาตรฐานการรักษา รวมถึงการให้บริการที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ป่วยและครอบครัวได้อย่างแท้จริง

[ จุดเด่นของโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ]

  • เชี่ยวชาญในการรักษาโรคเฉพาะทาง

ทางโรงพยาบาลมีกุมารแพทย์ 113 ท่าน และมากกว่า 40 ท่าน ที่ผ่านการอบรมขั้นสูงจากต่างประเทศมาแล้ว สามารถให้การรักษาไม่ว่าจะเป็นการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 500 กรัม, ผ่าตัดรักษาโรคหัวใจเด็กตั้งแต่แรกเกิด หายขาดแล้วกว่า 400 ราย, ผ่าตัดรักษาเด็กโรคกระดูกสันหลังคดมากกว่า 60 ราย รวมถึงรักษาผู้ป่วยเด็กโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย โรคมะเร็ง และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องปฐมภูมิ ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก ผ่านเทคโนโลยีการนำสเต็มเซลล์จากพ่อแม่ หรือคนในครอบครัวมาใช้ในการปลูกถ่าย โดยมีอัตราการรอดชีวิตของเด็กภายหลังการปลูกถ่ายไขกระดูก 1 ปี สูงถึง 92% รวมถึงการประเมินการเจริญเติบโตของกระดูกด้วยเทคโนโลยี AI ที่ให้ผลลัพธ์อย่างแม่นยำ

  • มีศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางมากมาย ครอบคลุมทุกโรคหายาก

ทางโรงพยาบาลมีจำนวนศูนย์รักษาโรคเฉพาะทางมากกว่า 20 แห่ง ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคต่างๆ กัน ครอบคลุมทุกปัญหาสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์โรคเลือดและโรคมะเร็งในเด็ก และศูนย์ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด, ศูนย์ศัลยกรรมเด็กและทารกแรกเกิด, ศูนย์โรคลมชัก โรคสมองและระบบประสาทในเด็ก, ศูนย์โรคหัวใจและการผ่าตัดหัวใจในเด็กและทารก, ศูนย์โรคพันธุกรรมในเด็ก, ศูนย์โภชนาการในเด็ก, ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉินในเด็ก และศูนย์การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยวิกฤต ทางอากาศในเด็กและทารก เป็นต้น

  • ดูแลแบบองค์รวมสำหรับผู้ป่วยต่างชาติ

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ให้การบริการครอบครัวผู้ป่วยต่างชาติได้อย่างครบวงจร ทั้งบริการให้คำปรึกษาทางไกล (Teleconsultation) เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาก่อนการเดินทาง, เคลื่อนย้ายผู้ป่วยทางอากาศ (Aeromedical Transport and Repatriation Services), มีทีมผู้ประสานงานเฉพาะ ผู้ช่วยพิเศษ และล่ามทางการแพทย์ (Professional Interpreter Services) และทางโรงพยาบาลยังสามารถติดต่อกับบริษัทประกันต่างๆ ได้มากกว่า 100 แห่งทั่วโลกได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกและรวดเร็วจากสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิถึงโรงพยาบาลได้ภายในเวลาไม่กี่นาที

  • ความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ

โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมมือกับโรงพยาบาลเด็ก Doernbecher Children’s Hospital, Oregon Health & Science University ประเทศอเมริกา เพื่อดูแลรักษาทารกผู้ป่วยเด็กวิกฤติและทารกแรกเกิดวิกฤติ และ Takasuki General Hospital ประเทศญี่ปุ่น เพื่อดูแลทารกแรกเกิดวิกฤติและภูมิแพ้ได้อย่างรวดเร็วและราบรื่นมากยิ่งขึ้น

  • Smart Building ตึกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ไม่เพียงแต่ใส่ใจกับสุขภาพของผู้ป่วยเป็นสำคัญ แต่ทางโรงพยาบาลยังใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของผู้ที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาลทุกคน ด้วยตัวอาคารที่ถูกออกแบบมาให้รักษ์โลก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การันตีด้วยมาตรฐาน LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ระดับ Gold ที่ตึกของโรงพยาบาลใช้พลังงานสะอาดจากแสดงอาทิตย์ ด้วยการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ครอบคลุมการใช้ไฟฟ้ามากกว่า 50% ในห้องพักผู้ป่วยและห้องผ่าตัด, กระจกอัจฉริยะกันความร้อน ช่วยประหยัดพลังงาน และลดอุณหภูมิจากภายนอกได้มากกว่า 40%, มีหุ่นยนต์ทำความสะอาดภายในอาคาร, มีระบบกรองอากาศ และควบคุม PM2.5 ให้อยู่ในระดับปลอดภัย (สีฟ้า), ระบบหมุนเวียนอากาศแยกส่วนติดเชื้อ บำบัดด้วยแสง UV และกรอง HEPA Filter เป็นต้น

  • เข้าใจเด็ก คลายความกังวล เน้นความปลอดภัยระหว่างเข้ารับการรักษา

ดีกว่า และมากกว่า ด้วยจำนวนเตียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยเด็กมากถึง 111 เตียง รวมเตียงสำหรับผู้ป่วยเด็กวิกฤติ 12 เตียง และทารกแรกเกิดวิกฤติ 8 เตียง เตียงผู้ป่วยเด็กมาพร้อมการดีไซน์แบบ Low Bed ที่มาพร้อมกับมุมเตียงที่โค้งมน เพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าตัวน้อยและครอบครัวได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีห้องผ่าตัดไฮบริด ที่ใช้ Bi-plane Technology บนเครื่อง X-ray ถ่ายภาพได้หลายระนาบ ลดการสัมผัสรังสี จึงลดความเสี่ยงและผลข้างเคียงจากการตรวจได้ อีกทั้งยังมีหุ่นยนต์กายภาพ Robotic ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการฟื้นฟูร่างกายของผู้ป่วยได้อีกด้วย

นอกจากการตกแต่งโรงพยาบาลที่เน้นสีสันน่ารักเข้ากับความสนใจของเด็กแล้ว ยังมีเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัย ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคุณพ่อคุณแม่และเจ้าตัวเล็กได้อย่างครบครัน ทั้งระบบ Smart OPD ที่ช่วยให้เด็กๆ ได้เข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาในการรอ, แอปพลิเคชัน Well Kidz Applicationที่ช่วยดูแลสุขภาพของเด็กได้ทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่นัดหมายแพทย์ ติดตาม ประวัติวัคซีน การเจริญเติบโต พัฒนาการ ไปจนถึงสถานะเข้ารับบริการและชำระเงิน, ระบบ Kidz Check ประเมินความรุนแรงของอาการง่ายๆ จากที่บ้าน Kids Dashboardระบบแสดงคิวอัจฉริยะที่ช่วยให้ครอบครัวผู้ป่วยทราบสถานะและระยะเวลารอพบแพทย์ ระบบ Crowd Canvasเปลี่ยนข้อมูลผู้ป่วย OPD ให้เข้าใจง่ายในรูปแบบแอนิเมชัน แสดงความหนาแน่นของผู้รับบริการ และระบบ Smart ER ที่เปลี่ยนประสบการณ์ความเจ็บปวดด้วย รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทำให้เด็กและผู้ปกครองคลายกังวลแม้อยู่ในภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น

เมื่อไรก็ตามที่เจ้าตัวน้อยต้องเข้าพักรักษาตัวแบบค้างคืนที่โรงพยาบาล ทางคุณพ่อคุณแม่ก็อุ่นใจได้ด้วยระบบ Smart IPD ที่มาพร้อมกับ AI Price Estimation เทคโนโลยีที่ช่วยประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้า, Smart Patient Communication ให้ผู้ปกครองและผู้ป่วยติดต่อกับทีมดูแลได้แบบเรียลไทม์,IV Alarmที่เคาน์เตอร์พยาบาล ช่วยแจ้งเตือนการให้สารน้ำต่างๆ เพื่อการดูแลที่ปลอดภัย ไม่รบกวนผู้ป่วย พร้อมทั้งระบบต่างๆ ที่ช่วยติดตามอาการ และสถานะในการรักษาได้ตลอดเวลา

  • เน้นการดูแลเพื่อรักษาและป้องกัน ให้เด็ก “โตไปไม่ป่วย”

แม้จะเป็นโรงพยาบาลที่ให้บริการดูแลและรักษาผู้ป่วย แต่โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล อยากให้เด็กมีสุขภาพที่แข็งแรง มีภูมิคุ้นกันโรคที่ดี รวมถึงการรักษาและป้องกันโรคไม่ให้เกิดขึ้นอีกในภายหลัง ให้เด็กทุกคนมีสุขภาพดีติดตัวไปตลอดชีวิต ทางโรงพยาบาลจึงมุ่งเน้นในการให้บริการที่มีมาตรฐานเทียบเท่าระดับสากล ตั้งแต่การป้องกัน การตรวจวินิจฉัย รักษา ตลอดจนฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรงอย่างแท้จริง เพื่อตอบรับความต้องการที่สูงขึ้นจากอาการป่วยของเด็กที่มีมากขึ้นจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นโรคติดต่อ โรคทางเดินหายใจจากฝุ่น PM2.5 โรคทางพันธุกรรม รวมถึงปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่เด็กๆ ควรได้รับการรักษาด้วยความแม่นยำตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการติดตามการรักษาแม้กลับบ้าน เพื่อให้เด็กๆ ที่จะเป็นกำลังสำคัญของชาติ มีสุขภาพดี เติบโตอย่างแข็งแรง โตไปไม่ป่วยได้อย่างแท้จริง

ชมคลิป เราอยากเห็นเด็กโตไปสุขภาพดี #โตไปไม่ป่วย จากโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล youtube.com/watch?v=dcMrjuQKuGg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...