ก.ล.ต.สั่งปรับ Bitkub Exchange 3 ราย สร้างปริมาณเทียมสินทรัพย์ดิจิทัล
ก.ล.ต.สั่งปรับ Bitkub Exchange 3 ราย สร้างปริมาณเทียมสินทรัพย์ดิจิทัล
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -29 ธ.ค. 65 17:35 น.
ก.ล.ต.เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด3รายได้แก่(1)บริษัทบิทคับออนไลน์จำกัด(บริษัทบิทคับ) (2)นายอนุรักษ์เชื้อชัย(นายอนุรักษ์)และ(3)นายสกลกรย์สระกวี(นายสกลกรย์)กรณีสร้างปริมาณเทียมสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน18เหรียญในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลBitkub (ศูนย์ซื้อขายBitkub)ของบริษัทบิทคับโดยเรียกให้ชำระเงินรวม75,011,241บาทกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลและกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจสอบเหตุสงสัยว่าอาจมีการสร้างปริมาณเทียมในศูนย์ซื้อขาย Bitkub โดยพบการกระทำเข้าข่ายเป็นความผิดของบุคคล 3 รายได้แก่ (1) บริษัทบิทคับ (2) นายอนุรักษ์ร่วมกันในการส่งคำสั่งซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัล จำนวน 18 เหรียญอันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับปริมาณการซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขาย Bitkub และ (3) นายสกลกรย์ขณะกระทำความผิดดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้มีอำนาจจัดการของบริษัทบิทคับสั่งการหรือกระทำการหรือไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำเป็นเหตุให้บริษัทบิทคับกระทำความผิดดังกล่าว
บริษัทบิทคับโดยนายสกลกรย์ได้ทำสัญญากับนายอนุรักษ์ให้นายอนุรักษ์ทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ในศูนย์ซื้อขาย Bitkub และได้ให้นายอนุรักษ์ยืมเงินเพื่อใช้ในการทำหน้าที่ดังกล่าวซึ่งจากการตรวจสอบของก.ล.ต. พบว่าระหว่างวันที่ 4 มกราคม 5 กันยายน 2562 นายอนุรักษ์ได้ส่งคำสั่งจับคู่ซื้อขายเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีเหรียญอื่นอีก* จำนวน 18 เหรียญได้แก่ ABT ADA BSV CVC GNT IOST JFIN KNC LINK LTC MANA OMG SNT USDT WAN XLM ZIL และ ZRX โดยเป็นการจับคู่ซื้อขายกันเองในบัญชีซื้อขายเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีของตนเองในศูนย์ซื้อขาย Bitkub ซึ่งการจับคู่ซื้อขายเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีกันเองในแต่ละเหรียญมีสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 74 99 ของปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาดโดยบริษัทบิทคับและนายสกลกรย์รับทราบถึงการจับคู่ซื้อขายกันเองในบัญชีซื้อขายของนายอนุรักษ์แต่ไม่ได้มีการทักท้วงการส่งคำสั่งซื้อขายเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีของนายอนุรักษ์ดังกล่าว
การกระทำของบริษัทบิทคับและนายอนุรักษ์เป็นความผิดฐานส่งคำสั่งซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลอันเป็นการทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับปริมาณการซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลตามมาตรา 46(1) ประกอบมาตรา 48(2)(3) แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลพ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ประกอบมาตรา 83 แห่งประมวลกฎหมายอาญาซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกันเป็นความผิด 18 กระทง (นับตามจำนวนเหรียญ)
ส่วนการกระทำของนายสกลกรย์เป็นความผิดในฐานะเป็นบุคคลที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทบิทคับสั่งการหรือกระทำการหรือไม่สั่งการหรือไม่กระทำการอันเป็นหน้าที่ที่ต้องกระทำเป็นเหตุให้บริษัทบิทคับกระทำความผิดในกรณีข้างต้นซึ่งต้องรับโทษเดียวกันตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 46(1) ประกอบมาตรา 48(2)(3) แห่งพ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯซึ่งต้องระวางโทษตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกันเป็นความผิด 18 กระทง (นับตามจำนวนเหรียญ)
คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) พิจารณาการกระทำของผู้กระทำความผิดทั้ง 3 รายซึ่งเป็นความผิดอาญาที่มีพฤติการณ์การกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันกับกรณีก่อนหน้าที่ค.ม.พ. ได้มีมติให้ดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดทั้ง 3 รายกรณีสร้างปริมาณเทียมสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน 4 เหรียญได้แก่ BTC BCH ETH และXRP*ซึ่งรวมแล้วผู้กระทำความผิดได้สร้างปริมาณเทียมสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวน 22 เหรียญ
ในกรณีนี้ค.ม.พ. มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับกับผู้กระทำความผิดทั้ง 3 รายตามควรแก่กรณีโดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งได้แก่ค่าปรับทางแพ่งชดใช้ค่าใช้จ่ายของก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดมาตรการห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลและมาตรการห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้เสนอขายโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลดังนี้
(1) ให้บริษัทบิทคับชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าใช้จ่ายของก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 25,003,747 บาท
(2) ให้นายอนุรักษ์ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าใช้จ่ายของก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 25,003,747 บาทกำหนดมาตรการห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเวลา 4 เดือนและห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 8 เดือน
(3) ให้นายสกลกรย์ชำระค่าปรับทางแพ่งและชดใช้ค่าใช้จ่ายของก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิดเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 25,003,747 บาทและให้นายสกลกรย์ร่วมรับผิดในมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ดำเนินการกับบริษัทบิทคับอย่างลูกหนี้ร่วมตามมาตรา 99 แห่งพ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯประกอบมาตรา 317/11 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535 ที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 5 พ.ศ. 2559 นอกจากนี้ค.ม.พ. ได้กำหนดมาตรการห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเวลา 4 เดือนและห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 8 เดือน
การกำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลและการกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้นจะมีผลนับต่อจากวันสุดท้ายของระยะเวลาห้ามซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสินทรัพย์ดิจิทัลและห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารที่ค.ม.พ. กำหนดในกรณีก่อนหน้าดังกล่าว
หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ค.ม.พ. กำหนดก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ค.ม.พ. กำหนด
ทั้งนี้เงินค่าปรับทางแพ่งที่ได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง
รายงาน โดย ชัชชญา อังคุลี เรียบเรียง โดย ชัชชญา อังคุลี
อีเมล์. chatchaya@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ