โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

KHUB DEE (ขับดี) แอปดัดนิสัย ช่วยลดอุบัติเหตุบนถนน

Techhub

อัพเดต 02 ธ.ค. 2565 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 02 ธ.ค. 2565 เวลา 09.27 น.

เราเคยหัวเสียกับคนรถแย่ ๆ เราเคยเจอคนเมาแล้วขับ เราเคยเจอคนที่ฝ่าไฟแดงไปชนรถอีกคนหนึ่ง เราเคยเห็นมอไซต์ขับบนทางเท้าแล้วยังลงไปต่อยคนเดินเท้าอีก… คำถามคือ เมื่อไหร่คนแบบนี้จะหมดไป ทำไมคนไทยถึงขับรถแย่ลงทุกวัน แล้วเมื่อไหร่ ที่หน่วยงานบังคับใช้กฏหมายจะมีมาตรการมาดัดนิสัยคนเหล่านี้เสียที

วันนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดตัวแอปที่ชื่อว่า KHUB DEE (ขับดี) แต่ผมขอเรียกว่าแอปดัดนิสัยละกัน เป้าหมายของแอป คือต้องการให้ประชาชนรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่ของตนเอง และยังเป็นแอปที่สามารถจ่ายค่าปรับผ่านตัวแอปได้เลย

ที่เจ๋งสุดคือ แอปจะมีการให้คะแนนความความประพฤติในการขับขี่ ใครโดนหักคะแนนจนหมด อาจเสี่ยงติดคุกหรือต้องเสียค่าปรับสูงสุดถึง 1 หมื่นบาท

หลักการคือ เริ่มต้น ทุกคนจะมีคะแนน “ขับดี” ที่ 12 คะแนน แต่หากทำผิด จะถูกตัดคะแนนตามความรุนแรงของฐานความผิด แล้วฐานความผิดอะไรที่ต้องโดนหักคะแนน แล้วหักกี่คะแนน ไปดู!

อ่านต่อจาก Facebook

มีทั้งหมด 4 ระดับ

ระดับเริ่มต้น หัก 1 คะแนน

1.ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
2.ไม่สวมหมวกนิรภัย
3.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
4.ขับรถเร็วเกินกฏหมายกำหนด
5.ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน / เปลี่ยนแปลงหรือปิดบังบังป้ายทะเบียน
6.ขับรถบนทางเท้า
7.ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย
8.ไม่หลบรถฉุกเฉินโดยไม่มีเหตุอันสมควร
9.ขับรถประมาทหรือน่าหวาดเสียว
10.ไม่ชำระค่าปรับ

ระดับ 2 ตัด 2 คะแนน

1.ขับรถฝ่าไฟแดง
2.ขับรถย้อนศร
3.ขับรถในระหว่างที่ถูกสั่งยึด พักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

ระดับ 3 ตัด 3 คะแนน

1.ขับรถขณะหย่อนความสามารถ เช่น เป็นลมชักกำเริบ (เป็นลมชัก สอบใบขับขี่ไม่ได้นะ)
2.ขับรถในลักษณะผิดวิสัยของการขับธรรมดา เช่น ยกล้อ
3.ชนแล้วหนี

ระดับ 4 สูงสุด ตัด 4 คะแนน

1.เมาแล้วขับ
2.เสพยาเสพติดแล้วขับรถ
3.แข่งรถยนต์บนทางที่ไม่ได้รับอนุญาต
4.ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของคนอื่น เช่นบรรทุกของเกินกำหนด หรือบรรทุกเกินออกมานอกตัวรถ

ถ้าโดนตัดครบ 12 คะแนนจะโดนอะไร ?

ถ้าโดนตัดจนครบ จะมีเอกสารส่งแจ้งให้ทราบทางไปรษณีย์ และหากออกไปกระทำผิดซ้ำ จะถูกสั่งพักใบอนุญาตเป็นเวลา 90 วัน และหากยังออกไปขับรถโดยขณะที่ถูกสั่งพักใบอนุญาต จะมีโทษจำคุกสูงสุด 3 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนี้ คะแนน “ขับดี” จะถูกหักเพิ่มกลายเป็นติดลบ ซึ่งจะกลายเป็น – 2 คะแนน

และถ้ากระทำผิดซ้ำซาก เช่น โดนพักใบขับขี่ 90 วัน หลังครบกำหนด ยังทำผิดจนโดนหักจนหมด 12 คะแนนอีก โทษสูงสุดคือ “เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่” ไม่ต้องขับอีกตลอดชีวิต

วิธีขอคะแนนขับดีคืน ทำยังไง ?

1.เมื่อครบ 1 ปี ก็จะได้คะแนนนั้น ๆ คืน เช่น หากไม่สวมหมวกนิรภัย ถูกหัก 1 คะแนน และอีก 6 เดือนต่อมา ทำผิดเพิ่มโดยขับบนทางเท้า ถูกหักอีก 1 หลังจากผ่านไป 1 ปี ก็จะได้คะแนนข้อหาไม่สวมหมวกคืนมาแค่ 1 คะแนนครับ ซึ่งจะนับข้อหาแยกกัน ไม่ได้คืนให้ทั้งหมด

2.เข้าอบรบกับกรมการขนส่งทางบก แต่อันนี้มีข้อย่อยเยอะ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจนะ

+ เมื่อคะแนนเหลือ 0 สามารถเข้าอบรมที่ขนส่ง หาก “ผ่าน” การทดสอบ จะได้คะแนนคืนกลับมาทั้งหมด 12 คะแนน แต่หากมีคะแนนติดลบ ก็จะเหลือแค่ 10 คะแนนครับ
+ แต่ถ้าเข้าอบรมแล้ว “ไม่ผ่าน” จะได้คะแนนกลับมาเพียงแค่ 8 คะแนนเท่านั้น
+ อบรมได้เพียงปีละ 2 ครั้งเท่านั้น ครั้งแรกจะได้คะแนนคืนเต็ม 12 คะแนน หากอบรมครั้งที่ 2 จะได้แค่ 6 คะแนน
+ ต้องอบรมที่กรมขนส่ง หน่วยบริการย่อยของขนส่งในแต่ละจังหวัด หรือโรงเรียนสอนขับรถที่ได้รับการรับรองจากขนส่งเท่านั้นนะ
+ การอบรมแต่ละครั้ง มีค่าธรรมเนียมตั้งแต่ 200 ไปจนถึง 300 บาท เช่น อบรม 2 ชั่วโมง 200 บาท ได้ 6 คะแนน , 3 ชั่วโมง 250 บาท ได้ 9 คะแนน , 4 ชั่วโมง 300 บาท ได้ 12 คะแนน

ระบบตัดคะแนนนี้ บังคับใช้กับใบขับขี่ทุกรูปแบบนะ ทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถขนส่งครับ

ทีนี้ ตำรวจใช้วิธีใดในการตัดคะแนน

1.เมื่อเห็นเรากระทำความผิดซึ่งหน้า เช่น เห็นเราขับรถบนทางเท้า เขาก็จะเขียนใบสั่งพร้อมกับตัด 1 คะแนนทันที และหากไม่ชำระใบสั่งในระยะเวลาที่กำหนด ระบบก็จะตัดเพิ่มอีก 1 คะแนน

2.เขาจะดูจากกล้อง หากกล้องเจอเราฝ่าไฟแดง ระบบจะตรวจจับและหักคะแนน (อันนี้ไม่แน่ใจว่า จะโดนใบสั่งด้วยหรือเปล่านะ แต่ตามหลักก็ควรจะโดน ซึ่งก็ยังไม่รู้อีกว่า พี่ตำรวจจะบังคับหักคะแนนเข้มขนาดไหนอีกเหมือนกัน ไล่ดูกล้องกันสนุกล่ะ )

ตรวจสอบคะแนนได้ที่ไหนบ้าง

1.ตรวจสอบผ่านแอปชำระค่าปรับของตำรวจ PTM หรือ Police Ticket Management
2.ผ่านแอป “ขับดี”
3.ผ่านแอปเป๋าตังค์

วิธีการจ่ายค่าปรับ

1.จ่ายผ่านแอป PTM
2.ผ่านแอปธนาคารกรุงเทพ
3.ผ่านแอปธนาคารอื่น ๆ โดยสแกน QR Code บนใบสั่ง
4.สามารถใช้บัตรเครดิตจ่ายค่าปรับได้ด้วย (อาจต้องไปผูกบัตรในแอปอีกทีนึง)

เริ่มบังคับใช้วันไหน และถ้าไม่โหลดแอป KHUB DEE จะเป็นไรไหม

+ ระบบตัดคะแนนจะเริ่มบังคับใช้วันที่ 9 มกราคม ปี 66
+ ไม่โหลดแอป หากทำผิดก็ถูกตัดคะแนนอยู่ดี แอปเป็นเพียงตัวเลือกให้เราเช็คคะแนน และจ่ายค่าปรับได้สะดวกขึ้น
+ ถ้าบ้านไหน มีคนที่ไม่ใช้มือถือเลย ก็อาจจะเช็คคะแนนยากหน่อย ต้องพยายามสังเกตเอกสารตำรวจจะส่งให้ทางไปรษณีย์ครับ

บางคนอาจมองว่า เฮ้ย อันนี้ เป็นแอปจับผิดหรือเปล่า ก็ถูกนะ ถ้าคุณไม่ทำผิด เขาก็ไม่จับครับ ส่วนตัวมองว่า มันควรมีอะไรที่มันแก้นิสัยคนขับรถแย่ ๆ ได้ซะที อย่าให้เราต้องเดือดร้อนกับความคึกคะนองหรือคนที่เห็นแก่ตัว และไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของคนอื่นครับ

ในบางประเทศ ถ้าใครถูกพักใบอนุญาตขับขี่หรือถูกเพิกถอนใบขับขี่ เขาจะมีระบบตรวจสอบว่าคน ๆ นั้นออกไปขับรถในระหว่างนี้อีกหรือเปล่า ถ้าออกไป ระบบจะส่งข้อมูลไปยังตำรวจให้มาจับ เพราะถือว่าคุณฝ่าฝืนกฏหมายรุงแรง แต่ของเรา ยังชัดเจนว่า ระบบจะตรวจสอบคนที่ฝ่าฝืนยังไง

ท้ายที่สุด ผมค่อนข้างยินดีกับ KHUB DEE นะ ถือว่าค่อย ๆ ทำไป และกฏหมายไทยก็นับว่าเบาะ ๆ เนอะ ยังให้โอกาสได้แก้ไขปรับตัวได้มากกว่า (มากกก) ซึ่งหวังว่าสักวัน เราจะมีระบบที่ตรวจจับได้มากกว่านี้ครับ

ข้อมูลเพิ่มเติมนิดหน่อย เผื่อใครต้องการ แอปนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรมการขนส่งทางบก บริษัทโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย (NT) และธนาคารกรุงไทยนะ โดยหลังจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ จะซิงค์ข้อมูลเข้าถึงกันแล้วผ่านระบบคลาวด์ของ NT โดยเฉพาะ สตช. กับ กรมการขนส่งทางบก ใครเนียนไม่จ่ายค่าปรับ ต่อภาษีจริงไม่ได้จริง ๆ แล้วนะ….


⭐️Techhub รวม How To , Tips เทคนิค อัปเดตทุกวัน

กดดูแบบเต็มๆ ที่ www.techhub.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...