โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สนามบินเชียงรายเร่งกู้เครื่องบินนกแอร์ไถลออกนอกรันเวย์ มั่นใจวันนี้เคลียร์จบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 ส.ค. 2565 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2565 เวลา 08.52 น.

สนามบินเชียงรายเร่งกู้เครื่องบินนกแอร์ไถลออกนอกรันเวย์ มั่นใจวันนี้เคลียร์จบ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม เวลา 14.00 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ถึงความคืบหน้าการเข้าเคลื่อนย้ายเครื่องบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD108 เส้นทางบิน ดอนเมือง-เชียงราย ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ ที่สนามบินแม่ฟ้าหลวง เชียงรายว่า ขณะนี้ทาง ทย.รายงานสถานการณ์ว่า เมื่อเวลา 11.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ใช้แผ่นปูน ที่นำมาจากสนามบินขอนแก่นมาปูต่อจากตัวแผ่นเหล็กยาวที่สนามบินเชียงราย และขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้พยายามทำการดึงเครื่องบินนกแอร์ลำดังกล่าวออกมาจากจุดที่ล้อจม แต่ก็ทำได้ลำบาก

อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายในวันนี้ (3 ส.ค.) เจ้าหน้าที่น่าจะเคลื่อนย้ายเครื่องบินออกได้ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านมาตรฐานความปลอดภัยสนามบิน จะเข้ามาตรวจสอบทางวิ่ง ทางขับ และพื้นที่ใกล้เคียงว่ามีความเสียหายอย่างไรบ้าง มีความปลอดภัยที่จะเปิดให้บริการได้หรือไม่ ก่อนที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จะประกาศเปิดใช้สนามบินต่อไป

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) อ.เมือง จ.เชียงราย นาวาอากาศตรี ดร.สมชนก เทียมเทียบรัตน์ ผู้อำนวยการ ทชร.แถลงความคืบหน้าการเคลื่อนย้ายเครื่องบิน Boeing 737-800 ของสายการบินนกแอร์ เที่ยวบิน DD-108 ที่ประสบอุบัติเหตุลื่นไถลออกนอกทางวิ่งหรือร้นเวย์ ทชร. เมื่อคืนวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมาจนขวางรันเวย์ และเมื่อหน่วยงานต่างๆ ระดมกำลังกันยกล้อหน้าที่จมดินและใช้อุปกรณ์ลากจูงเครื่องปรากฏว่าล้อ Main landing gear ด้านซ้ายได้เกิดการทรุดจมลึกในดินอีก ทำให้ต้องขยายระยะเวลาปิดรันเวย์จากเดิมให้ถึงวันที่ 22.00 น.วันที่ 3 ส.ค.ไปเป็นเวลา 22.00 น.วันที่ 5 ส.ค.นี้

โดยนาวาอากาศตรี ดร.สมชนกเปิดเผยว่า ในการเตรียมการเพื่อลากจูงอากาศยานนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมพื้นที่ชั่วคราวโดยกำหนดพื้นที่ทรายหลุมหมายเลข 7 เป็นจุดจอดเครื่องบินโดยใช้หินบดอัดหน้าดินเพื่อรับน้ำหนัก ส่วนจุดที่เครื่องบินทรุดได้ใช้สายเคเบิลและรถเครนวางตำแหน่งล้อหัวที่หักไปให้เข้าที่แล้วลากถอยหลังเพื่อดึงออกจากดิน เบื้องต้นจะใช้รถเทรลเลอร์วางแทนล้อหน้าดังกล่าวซึ่งการดำเนินการดังกล่าวแล้วสามารถลากจูงให้เคลื่อนออกมาจากดินแล้ว แต่ปรากฏว่าเมื่อลากได้ระยะหนึ่งล้อ Main landing gear ด้านซ้ายได้ทรุดจมดินลงไปอีกเพราะฝนตกลงมาทำให้ต้องหยุดการลาก จากการตรวจสอบไม่พบความเสียหายของสายเคเบิล ส่วนล้อขวาสามารถขึ้นจากดินและห่างจากจุดแรกประมาณ 4 เมตร

นาวาตรี ดร.สมชนกกล่าวว่าเจ้าหน้าที่จึงได้มีการนำเบาะลมวางสอดใต้เครื่องบินเพื่อจะยกเครื่องบินที่เอียงซ้ายเพื่อให้ยกขึ้นสู่ระดับปกติ ปัจจุบันอยู่ระหว่างปรับพื้นดินป้องกันการทรุดตัวโดยถมหินเข้าไปเพิ่มเติมโดยเฉพาะด้านซ้ายเพื่อป้องกันการไถลหรือทรุดของดิน จากนั้นมีแผนจะใช้เครนขนาด 50 ตัน ค่อยๆ ยกเครื่องบินขึ้นดังนั้นจึงมีการขยายระยะเวลาการปิดรันเวย์ออกไปอีก 2 วันดังกล่าวคือวันที่ 4-5 ส.ค.นี้ เนื่องจากสายการบินต่างๆ ต้องใช้เวลาในการจัดเตรียมเที่ยวบินรองรับที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่อย่างน้อย 48 ชั่วโมง กระนั้นหากสามารถชักยกและลากจูงเครื่องออกมาได้ก่อนวันที่ 5 ส.ค.ก็จะรีบแจ้งสายการบินต่างๆ เพื่อให้ยกเลิกการจัดเตรียมดังกล่าวได้ต่อไปกระนั้นทุกขั้นตอนต้องใช้เวลาและต้องมีความปลอดภัย

ผู้อำนวยการ ทชร.กล่าวอีกว่า ล่าสุดเช้าวันนี้ยังคงเตรียมการเพื่อจะลากเครื่องบินจากทางด้านหลังเช่นเดิมและเวลา 10.30 น.จะเริ่มทำการลากเครื่องบินอีกครั้งระยะทางประมาณ 200 เมตร โดยได้อาศัยบทเรียนจากการทรุดของดินที่ผ่านมาได้มีการเตรียมความพร้อมให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ทรุดอีก แผนการคือเวลา 12.00 น.จะสามารถลากจูงเครื่องกลับขึ้นไปบนรันเวย์ได้ด้วยวงเลี้ยวแคบๆ เพื่อนำไปยังสถานที่จอดได้ต่อไป ซึ่งจะต้องรอข่าวดีที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในเวลา 22.00 น.ต่อไป จากนั้นจะมีการทำความสะอาดรันเวย์เพื่อให้สามารถเปิดทำการบินได้ในวันที่ 4 ส.ค.หรือเร็วกว่าที่กำหนดดังกล่าวต่อไป

นาวาตรี ดร.สมชนกกล่าวด้วยว่า เนื่องจากเครื่องบินลำนี้มีน้ำหนักกว่า 41 ตัน ล้อหน้าแตกและเบี้ยวส่วนล้อหลังยางแตก ซึ่งเมื่อมีการจมจะจมลงก็จะจมลงไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำใต้ดินทำให้ขุดขึ้นชักขึ้นมาได้ยากมาก ดังนั้น ทุกอย่างต้องทำงานแข่งกับเวลาและสู้กับภัยธรรมชาติเมื่อฝนตกหนักลงมาก็ทำให้เป็นอุปสรรค กระนั้นยืนยันว่าเครื่องมืออุปกรณ์ในการปฏิบัติครบ 100% มาตั้งแต่ต้นแล้วโดยมีการปรับใช้อุปกรณ์ตามความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...