โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บลจ.ยูโอบี ประเมินวิกฤติ SVB ไม่กระทบมากนัก แนะลงทุนในตราสารหนี้ มองปี 66 ดัชนีอยู่ที่ 1,700 จุด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. 2566 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2566 เวลา 01.34 น.

นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด (UOBAM) เปิดเผยว่า กรณีปัญหาธนาคารของสหรัฐฯ Silicon Valley Bank (SVB) ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินผลกระทบที่แน่นอนจากลงทุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ SVB ผ่าน Master fund ในกอง FIF

โดยเฉพาะหากเปรียบเทียบกับการที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยกระทบกับภาพรวมตลาดมากกว่า อีกทั้งเตรียมสภาพคล่องพร้อมไว้ไม่น้อยกว่า 40% เพื่อรองรับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

การล้มของ SVB มองว่าแม้จะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ถือเป็นเรื่องเฉพาะตัว เพราะ SVB มีฐานลูกค้าไม่เหมือน Retail Bank ทั่วไป แต่เป็นกลุ่มเทคเป็นส่วนใหญ่ และปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากที่ SVB นำเงินลงทุน Mismatch ผิดแปลกไปจากปกติ โดยลงทุนตราสารหนี้ระยะยาว แต่เมื่อต้องการขายก่อนครบกำหนดจึงเกิดผลขาดทุน ทำให้แบงก์ขาดสภาพคล่อง แต่กรณีนี้ทางการสหรัฐเข้ามาแก้ไขปัญหาได้เร็วมาก แสดงว่าเป็นเรื่องที่ทางการจับตาอยู่ แม้จะไม่ใช่เป็นธนาคารขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบถึงขั้นทำให้เศรษฐกิจสหรัฐมีปัญหา แต่การเข้าไปของทางการสหรัฐเพื่อไม่ให้กระทบนักลงทุน

นอกจากนั้นอาจส่งผลดีที่ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยเดิมคาดว่าการประชุมในรอบเดือนมี.ค.นี้เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% เป็นคาดว่าเฟดจะปรับขึ้น 0.25% หรืออาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยเลย เพราะเฟดไม่ได้มองเพียงการเติบโตของเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ต้องดูแลระบบการเงินด้วย

โดยกลยุทธ์ในปีนี้ยังคงชอบตราสารหนี้มากกว่าหุ้น เพราะมีโอกาสเฟดจะคงดอกเบี้ย หรือลดดอกเบี้ย ส่วนหุ้นให้น้ำหนัก Neutral

นายวนา กล่าวว่า สำหรับในปี 2566 มีมุมมองต่อการลงทุนให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนตราสารหนี้มากกว่าหุ้น เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ยังคงขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ทำให้ตราสารหนี้ยังน่าสนใจ ส่วนหุ้นไทยจังหวะที่หุ้นปรับฐานลงมาต่ำกว่า 1,600 จุด มองเป็นจังหวะเข้าลงทุนสะสม ในกลุ่มเปิดเมือง ได้แก่ คอนซูมเมอร์ โรงแรมและโรงพยาบาล เน้นต่างชาติเข้ามารักษาและดูแลสุขภาพ รวมถึงกลุ่มอีวี และพลังงานหมุนเวียนที่เป็นเมกะเทรนด์ของโลก รวมถึงกลุ่มดิจิทัลอีโคซิสเต็มท์และดาตาเซ็นเตอร์ ยังน่าสนใจลงทุน

อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งแรกปีนี้มองดัชนีสิ้นปีนี้อยู่ที่ 1,700 จุด ผลตอบแทนอยู่ที่ระดับ 6-7% รวมปันผล2-3% ส่วนตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐฯและหุ้นยุโรป ยังคงต้องรอดูภาพเศรษฐกิจถดถอยและการแก้ไขปัญหาต่างๆให้ชัดเจนก่อน จังหวะที่เหมาะสม คือ ช่วงครึ่งหลังของปีนี้

นายวนา กล่าวว่า การสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นจะช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงดังกล่าวลงได้ ควรเน้นการกระจายความเสี่ยงในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศที่มีคุณภาพ เพื่อรองรับความผันผวนของตลาด ขณะเดียวกันยังแนะนำให้แบ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในหุ้นกลุ่มที่สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีนที่เริ่มเปิดประเทศ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจีน โดยการจัดสรรการลงทุนดังกล่าว เราเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงได้แม้ในช่วงเวลาที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลง

สำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของโลกนั้น คาดว่าจะชะลอตัวลงจาก 3.4% ในปี 2565 เหลือ 2.9% ในปี 2566 ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นเป็น 3.1% ในปี 2567 เฟดจะยังคงมีนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น โดยมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ที่ 5% คาดว่าการขยายตัวเศรษฐกิจสหรัฐฯจะชะลอตัวลงเช่นเดียวกับในยุโรป ขณะที่ภูมิภาคเอเชียจะแนวโน้มเศรษฐกิจที่ขยายตัวมากขึ้น ด้วยอานิสงส์จากการเปิดประเทศของจีนและสายการผลิต (Supply chain)เริ่มปรับเข้าสู่ภาวะปกติ

ดังนั้น การจัดสรรการลงทุนยังคงเป็นไปด้วยความระมัดระวังโดยปัจจัยที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ

1. เงินเฟ้อซึ่งแม้ว่าจะอยู่ในขาลงและน่าจะผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว แต่คาดว่าจะคงอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

2. การใช้นโยบายทางการเงินและการคลังที่ต้องดำเนินการประสานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดหรือชะลอผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

3. ความเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครนและผลกระทบด้านพลังงานในยุโรป

“การสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีความยืดหยุ่นจะช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยความเสี่ยงดังกล่าวลงได้ควรเน้นการกระจายความเสี่ยงในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศที่มีคุณภาพเพื่อรองรับความผันผวนของตลาด” นายวนา กล่าว

ชขณะเดียวกันยังแนะนำให้แบ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในหุ้นกลุ่มที่สามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะจีนที่เริ่มเปิดประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจจีน โดยการจัดสรรการลงทุนดังกล่าว เราเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงได้แม้ในช่วงเวลาที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...