โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เผยเทคนิค “เพาะต้นอ่อนโต้วเหมี่ยว” 8 วัน ตัดขายสร้างรายได้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 11 ต.ค. 2565 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2565 เวลา 03.45 น.

แน่นอนหากพูดถึงต้นอ่อน หลายคนอาจจะสงสัยว่าหมายถึงอะไร เป็นพืชผักชนิดไหน มีประโยชน์อย่างไร ทำไมถึงเห็นกลุ่มผู้รักสุขภาพหลายคนหันมานิยมบริโภค ซึ่งจริงๆ แล้วต้นอ่อนก็คือต้นอ่อนของผักชนิดต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และในฉบับนี้ผู้เขียนจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ “ต้นอ่อน” และวิธีการเพาะปลูกเพื่อสร้างรายได้กัน

คุณชัยยันต์ อินทสโร หรือ พี่ปู ปัจจุบันเป็นเลขาจิตอาสาศูนย์เรียนรู้คุณธรรมเพื่อเศรษฐกิจพอเพียง ที่อยู่ เลขที่ 77 หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านหาร อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ทำหน้าที่วิทยากร รวมไปถึงดูแลและประสานงานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน สถาบัน องค์กรภาครัฐและเอกชน อีกหน้าที่หนึ่งเป็นคณะอนุกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนและเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนต้นอ่อนคุณธรรมสงขลา พร้อมไปนั้นก็เป็นสมาชิกเครือข่ายเกษตรรุ่นใหม่จังหวัดสงขลา หรือ Young Smart Farmer (YSF) และพ่วงด้วยการเป็นผู้ประกอบการเกษตรชั้นนำ AgriBiz The Idol ผันตัวจากพนักงานวิจัยเอกชนสู่อาชีพเกษตรกรเพาะต้นอ่อน สร้างรายได้ รวมถึงการเป็นผู้ประกอบการ เพื่อต่อยอดธุรกิจเกษตรกร (Veggie Dojo Shop) ให้มีช่องทางสร้างรายได้แบบไม่รู้จบ

พี่ปู เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ก่อนหน้านี้รูปแบบงานประจำที่เคยทำมาค่อนข้างที่จะห่างไกลกับการเพาะปลูกพืชอย่างสิ้นเชิง แต่ด้วยจังหวะและสถานการณ์ของชีวิตในขณะนั้น จึงทำให้ตัดสินใจออกจากงานประจำ นับเป็นบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ของชีวิตช่วงหนึ่งที่ต้องเผชิญ เป็นระยะเวลากว่า 2 ปี จนสามารถตกผลึกทางความคิดได้ว่า คุณค่าที่แท้จริงของคนเรานั้น ก็คือ หน้าที่และความรับผิดชอบ แล้วใช้สิ่งเหล่านั้นค้นหาเส้นทางความสุขตนเองให้เจอ ว่ามันคืออะไร และจะทำอย่างไรให้เกิดเป็นรายได้เพื่อพึ่งพาตนเองให้ได้ โดยเริ่มต้นจากการตั้งเป้าหมายในสิ่งที่ทำก่อน คือ 1. จะต้องเป็นสิ่งที่ทำแล้วได้ผลผลิตเร็ว เพื่อลดความเสี่ยง และ 2. จะต้องเป็นสิ่งที่สามารถสร้างรายได้และต้นทุนกลับคืนมาได้เร็ว จนกระทั่งได้มีแนวคิดธุรกิจ มองหาโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงเทรนด์ในยุคปัจจุบัน ทั้งในกลุ่มของคนรักสุขภาพและกลุ่มผู้สูงอายุที่อยากมีสุขภาพแข็งแรง จึงได้นำแนวคิดเหล่านี้มาประมวลข้อมูลจนเกิดเป็นธุรกิจการเพาะต้นอ่อนเกิดขึ้น เนื่องด้วยต้นอ่อนของพืชมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มากมาย

โดยต้นอ่อนชนิดแรกที่เริ่มลงมือเพาะคือ ถั่วงอก ซึ่งเป็นพืชทำง่ายและใครๆ ก็ทำได้ ทำให้ราคาอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก จึงได้มองพืชชนิดอื่นแต่ยังคงประโยชน์กับผู้สูงอายุคือ ต้นอ่อนทานตะวัน เนื่องจากงานวิจัยชี้ชัดแล้วว่า ต้นอ่อนทานตะวันช่วยบำรุงสมอง ป้องกันโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) จึงได้เริ่มทำการตลาดตั้งแต่ตอนนั้น จนเกิดเป็นความชำนาญก็ได้มีการขยายการเพาะหลายชนิดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ต้นอ่อนทานตะวัน ต้นอ่อนผักบุ้ง ต้นอ่อนข้าวสาลี (วีทกราส) ต้นอ่อนไควาเระ หรือต้นอ่อนหัวไชเท้า ต้นอ่อนงาดำ เบบี้คะน้า ต้นอ่อนบัวแดง ต้นอ่อนธัญพืชแดง-ขาว ต้นอ่อนถั่วลิสง (ถั่วหัวโต) ต้นอ่อนผักโขม ต้นอ่อนเหรียง ถั่วเขียวคลอโรฟิลล์ ต้นอ่อนกะหล่ำปลีสีม่วง ต้นอ่อนอัลฟาฟา หญ้าแมว และโต้วเหมี่ยว หรือต้นอ่อนถั่วลันเตา แต่การขยายปริมาณการผลิตทุกครั้งที่ฟาร์มจะใช้ตลาดนำการผลิตเป็นหลัก คือผลิตตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งมา จะไม่ใช้วิธีการปลูกก่อน แล้วค่อยไปเหวี่ยงแหหาลูกค้าเอาทีหลัง เพราะต้นอ่อนจะมีระยะของการรักษาคุณภาพ ข้อนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะฉะนั้น ผู้ปลูกควรที่จะต้องสามารถวางแผนจัดการสินค้าให้ได้ตั้งแต่วันก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต

แนะมือใหม่เริ่มต้นจาก “โต้วเหมี่ยว” ราคาดี
ผลผลิตยังไม่พอความต้องการของตลาด

เจ้าของบอกว่า สำหรับท่านที่เป็นมือใหม่อยากเพาะต้นอ่อนสร้างรายได้ จะไม่แนะนำให้มองเพียงแค่ว่าการเพาะปลูกยากหรือง่าย แต่อยากให้คำนึงถึงการตลาดเป็นหลัก เนื่องจากในสถานการณ์ตอนนี้ จากการที่ทางฟาร์ม (ฟาร์มจลน์-สวนเกษตรสุขภาพศูนย์บาท) ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลมาตลอดเป็นระยะเวลามากกว่า 10 ปี จึงทำให้ทราบข้อมูลว่าตอนนี้ โต้วเหมี่ยวมีปริมาณผลผลิตที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เพราะฉะนั้น เมื่อผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด เราก็ทำให้เพียงพอ นี่คือความน่าสนใจ แปลว่าปลูกมาแล้วมีช่องทางการขาย ไม่ใช่ไปทำสิ่งที่ง่าย แต่ช่องทางเต็มอยู่ ก็เหนื่อยที่จะต้องแข่งขัน จึงเป็นเหตุผลในการแนะนำให้เริ่มต้นจากการเพาะโต้วเหมี่ยวเพื่อสร้างรายได้ และยังได้ผลตอบแทนต่อหน่วยสูง ปัจจุบันราคากิโลกรัมละเกือบ 400 บาท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับกลการตลาดของแต่ละพื้นที่ด้วย อย่างของที่ฟาร์มขายในห้างราคาขีดละ 39 บาท โดยตลาดรับซื้อสำคัญคือ ร้านอาหารที่ทำเมนูเพื่อสุขภาพ เช่น ร้านชาบู ร้านบะกุ๊ดเต๋ และร้านข้าวต้ม ที่มีความต้องการไม่เคยหยุดหย่อน โดยสโลแกนสำคัญของโต้วเหมี่ยวคือ บำรุงตับ ม้าม หัวใจ

เทคนิควิธีการเพาะโต้วเหมี่ยว
ต้องเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติของพืช

ขั้นตอนเริ่มแรกในการเพาะโต้วเหมี่ยวให้ประสบความสำเร็จ ต้องเริ่มที่องค์ประกอบสำคัญทั้ง 5 บริบทนี้คือ

1. บริบทเมล็ดพันธุ์ที่ดี ควรต้องมีอัตราการงอกไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และต้องมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อให้ง่ายต่อการเพาะปลูก เพราะการที่จะเพาะต้นพืชงอกออกมาได้ดี ต้องดีตั้งแต่จุดเริ่มต้น เหมือนกับการใส่เสื้อหากติดกระดุมเม็ดแรกผิด ก็จะผิดไปทั้งหมด

2. บริบทสถานที่ สามารถเพาะได้ทุกพื้นที่ แต่ผู้ปลูกจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายด้วยว่าจะเพาะปลูกไว้สำหรับรับประทานในครัวเรือนหรือเพาะปลูกเพื่อพาณิชย์ หากเพาะไว้สำหรับรับประทานในครอบครัวก็ไม่ต้องมีรูปแบบอะไรมากมาย แต่เมื่อไหร่ที่เพาะเพื่อพาณิชย์ มีเรื่องของรายได้เข้ามากำกับ ส่วนนี้จำเป็นต้องเพาะในรูปแบบของโรงเรือน ซึ่งโรงเรือนเพาะก็มีหลายแบบ แต่หลักของการสร้างโรงเรือนคือต้องยึดหลัก เย็น มืด โปร่ง แห้ง

– เย็น ควรรักษาอุณหภูมิให้มีความเย็นสม่ำเสมอ โดยผู้ปลูกสามารถเพิ่มความเย็นต่อเนื่อง ด้วยการหมั่นฉีดพ่นน้ำกับวัสดุพรางแสงโรงเรือน หรือพื้น ฝาผนัง หลังคา ที่เป็นองค์ประกอบของโรงเรือนเพาะต้นอ่อน

– มืด คือต้องเพาะอยู่ในโรงเรือน อาศัยการใช้ ซาแรน/มุ้งฟ้า/ป้ายไวนิลเพื่อพรางแสง แต่ในขณะเดียวกัน ภายในโรงเรือนก็ต้องมีการระบายอากาศได้ดี เพราะถ้าหากปิดทึบจนเกินไป จะกลายเป็นแหล่งอับชื้น โอกาสเกิดเชื้อราก็จะสูงตามมา

– โปร่ง ความสูงจากพื้นต้องมีระยะที่พอดีได้มาตรฐาน ระยะห่างระหว่างชั้นอย่างน้อย 40-60 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาเชื้อรา รวมถึงศัตรูพืชต่างๆ และพื้นควรเป็นพื้นราบหรือพื้นทรายที่นำไปสู่การรักษาอุณหภูมิ

– แห้ง โต้วเหมี่ยวไม่ชอบความแฉะ เพราะฉะนั้น ในขั้นตอนการรดน้ำต้องมีความพิถีพิถัน โต้วเหมี่ยวจะมีวิธีการรดน้ำเพียงรอบเดียวเพื่อให้แห้งเร็ว ไม่รดซ้ำไปซ้ำมา ก็จะส่งผลให้พัฒนาการงอก การเจริญเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง

3. บริบทขั้นตอนและวิธีการเพาะปลูก ที่ถูกต้อง ใส่ใจทุกขั้นตอนอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ผลผลิตออกมาได้ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ และนำไปสู่การลดต้นทุนความเสี่ยงธุรกิจในทุกมิติ

4. บริบทสิ่งแวดล้อม ลม ฟ้า อากาศ ถือว่ามีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชและรวมถึงการป้องกัน แนะนำให้ทำการบันทึกข้อมูล รายละเอียดทุกอย่างที่สังเกตและสรุปผล วิเคราะห์ สังเคราะห์ตลอดกระบวนการในแต่ละรอบของการเพาะปลูก

5. บริบทของผู้เพาะปลูก คือเป็นผู้บังคับทิศทางทั้งหมด ต้องมีความชำนิชำนาญตั้งแต่บริบทที่ 1-4 ถือเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงมาถึงผู้เพาะปลูกทั้งหมด

เทคนิคการเพาะโต้วเหมี่ยว

วิธีการเพาะโต้วเหมี่ยวของที่ฟาร์มตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จะมีการพัฒนาวิธีการปลูกมาเรื่อยๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการเชิงพาณิชย์ เริ่มต้นจาก

1. นำเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพและมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ นำมาล้างน้ำ โดยขั้นตอนการล้างให้ล้างอย่างเบามือ เนื่องจากเมล็ดเปลือกบาง รวมถึงแหล่งที่มาของเมล็ดมีมาจากหลายที่ เช่น นิวซีแลนด์ แคนาดา จีน มาเลเซีย โดยของที่ฟาร์มจะใช้เมล็ดพันธุ์เมเปิ้ล ผิวเปลือกก็จะแตกต่างกันออกไป

2. นำเมล็ดไปแช่ในน้ำไม่เกิน 5 ชั่วโมง น้อยกว่าได้ แต่ถ้าเกินมีปัญหา เพราะโดยหลักแล้วพืชตระกูลถั่วจะมีน้ำมันอยู่ในตัว เพราะฉะนั้นแล้ว หากใช้ระยะเวลาในการแช่ที่นานเกินไปอาจจะทำให้น้ำมันของเมล็ดออกมาทำปฏิกิริยาทำให้น้ำเสียและก่อให้เกิดเชื้อราที่เป็นโทษกับเมล็ดพันธุ์ที่อ่อนแอ

3. เมื่อแช่ครบเวลาที่กำหนด นำเมล็ดพันธุ์ไปบ่มเย็น ก็คือการนำเมล็ดพันธุ์เข้าไปบ่มไว้ในตู้เย็น ซึ่งเป็นวิธีการที่เหมาะสมกับรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน โดยการนำเมล็ดพันธุ์ที่สะเด็ดน้ำแล้วมาห่อด้วยวัสดุแห้ง เช่น เสื้อยืด ผ้าขนหนู หรือกระสอบแต่ต้องเป็นกระสอบที่น้ำสามารถระบายออกได้ แล้วผูกปมมัดไม่แน่นจนเกินไปและควรให้มีอากาศอยู่ข้างในแต่ปิดให้มิดชิด จากนั้นให้นำเอาถุงพลาสติกมาห่อครอบอีกชั้น แล้วไปแช่ในตู้เย็นช่องธรรมดา 2 ชั่วโมง

4. ในระหว่างที่รอบ่มเมล็ด 2 ชั่วโมง ให้เตรียมถาดเพาะขนาดประมาณ 30×60 เซนติเมตร มีรูพรุน ก้นถาดสูงประมาณ 2 เซนติเมตร แล้วใส่วัสดุปลูกลงไปครึ่งถาดเพาะ เป็นดินบาซิลลัส ชนิดโต้วเหมี่ยวเนื้อละเอียดเหมาะกับการปลูกโต้วเหมี่ยว ส่งผลทำให้ผลผลิตมีอัตราการงอกเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

5. โต้วเหมี่ยวเพาะ 1 ครั้ง สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 3 รอบ ดังนั้น วัสดุปลูกจะต้องมีปริมาณเพียงพอต่อการเจริญเติบโตใน 3 รอบ หลังจากใส่ดินลงถาดเพาะเสร็จ ให้นำเมล็ดที่เตรียมไว้มาโรยให้ทั่ว ในสัดส่วนเมล็ดพันธุ์จำนวน 250 กรัมต่อ 1 ถาด ร่อนกลบดินบางๆ จากนั้นรดน้ำให้ทั่ว โดยช่วงวันที่ 6 ของการเพาะปลูกจะสังเกตเห็นว่าต้นจะเหลือง เพราะมีการควบคุมแสงตั้งแต่ตอนแรกเพื่อให้ต้นยืดสูง พอวันที่ 7 จะปล่อยให้โดนแสง ต้นจะเริ่มเขียว พอถึงวันที่ 8 สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต และในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวจะใช้คัตเตอร์ที่มีความคมมากๆ เพื่อให้ได้ต้นอ่อนที่สวยงามไม่ช้ำ

การดูแล หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน โต้วเหมี่ยวเปรียบเสมือนกับเด็กยุคใหม่ คือมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบยุ่งกับใคร และไม่ต้องการดูแลตลอดเวลา ลืมบ้างทิ้งบ้างสัก 1-2 วันก็ไม่เป็นอะไร กลับตรงกันข้ามที่เป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตของพืชด้วยซ้ำ เพราะการเปิดเข้าไปในโรงเรือนบ่อยๆ จะไปเป็นการรบกวนระบบการเจริญเติบโตของเขา เพราะฉะนั้น เราต้องรบกวนระบบให้น้อยที่สุด โดยการแนะนำให้ทำระบบรดน้ำอัตโนมัติ แต่ควรจะมีการตรวจดูพัฒนาการงอก 2-3 วันครั้ง

ราคา ขายส่งตอนนี้อยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 200-250 บาท ส่วนราคาปลีกนั้นอยู่ที่กิโลกรัมละเกือบ 400 บาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก ทั้งด้านเวลาและรายได้เมื่อเทียบกับเงินลงทุนคุ้มค่ามากๆ โดยตอนนี้ที่ฟาร์มมีตลาดส่งหลักอยู่ที่ตลาดหาดใหญ่ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ส่วนวีธีการหาตลาดนั้นเริ่มจากการให้ ก็จะเจอมิตรภาพในการจำหน่าย เกิดเป็นการบอกปากต่อปาก จากคนที่ขายไม่เก่ง จนค่อยๆ เรียนรู้พัฒนามาเรื่อยๆ พยายามมองหาว่ากลุ่มเป้าหมายของเราคือใครแล้ววิ่งไปหากลุ่มนั้นก่อน เพราะฉะนั้น ตลาดโรงพยาบาลคือกลุ่มแรก จากนั้นค่อยขยับไปตลาด ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า รวมไปถึงการพัฒนาเป็นวิทยาการสอนคอร์สการผลิตต้นอ่อนพืชเพื่อสุขภาพ เพื่อครอบครัว และเพื่อสร้างธุรกิจให้กับหน่วยงานราชการและเอกชน นั่นก็หมายความว่า ทุกเวทีที่พี่ไป คนที่มาอบรมเขามีโอกาสเป็นลูกค้าพี่ได้ทั้งหมด นั่นคือเป็นคำตอบที่ว่าพี่หาตลาดอย่างไร พี่ปู กล่าวทิ้งท้าย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มหรือสนใจติดต่อเข้าอบรม รวมถึงปรึกษาเรื่องเมล็ดพันธุ์ ติดต่อได้ที่ เบอร์โทร. 088-267-8081, 099-308-1539, Line id : singoragreens, FB: พิชัย สโรทรอินทร์

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ.2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...