โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกร็ดน่ารู้ศาลาคนเศร้า รู้หรือไม่ น้ำตาแห่งความเสียใจ-ดีใจ รสชาติต่างกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ก.พ. 2565 เวลา 09.27 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. 2565 เวลา 22.24 น.
น้ำตา ภาพจาก pexels

เกร็ดน่ารู้ศาลาคนเศร้า รู้หรือไม่ น้ำตา แห่งความเสียใจ-ดีใจ รสชาติต่างกัน

14 กุมภาฯ วันวาเลนไทน์ ใกล้เข้ามาทีไร ก็ต้องมีคนใจตึกตัก..ทั้งคาดหวังที่จะสมหวัง ในอีกทางหนึ่งก็เป็นช่วงเวลาวัดใจ ว่าจะได้ไปต่อหรือต้องถอยกลับมาซดน้ำตา

และเมื่อว่าด้วยเรื่อง “น้ำตา” แล้วก็มีเกร็ดน่ารู้น่าสนใจมาฝากเกี่ยวกับรสชาติของน้ำตาที่รสชาติขึ้นอยู่กับอารมณ์ด้วย

โดย ข้อมูลจากบทความ “รู้หรือไม่? ทำไมน้ำตามีรสเค็ม” เผยแพร่ในเว็บไซต์โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โดยระบุไว้ว่า

น้ำตา ไม่ได้เพียงไหลออกมาเมื่อเราร้องไห้ เสียใจ ดีใจ หรือหวาดกลัว เท่านั้น แต่มีประโยชน์ทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าจะช่วยขจัดสิ่งแปลกปลอมและรักษาดวงตาให้ชุ่มชื้น

ส่วนเหตุผลที่ว่า ทำไมน้ำตาถึงมีรสเค็ม เป็นเพราะส่วนประกอบของน้ำตา 98% คือ น้ำ และอีก 2% คือ สารและแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น เกลือโพแทสเซียม เกลือโซเดียม ซึ่งสารสองชนิดนี้เป็นสารอิเล็กโทรไลต์ (Electrolytes) สำคัญที่มีอยู่ในร่างกาย นอกจากนั้นในร่างกายของเรามีแร่ธาตุซึ่งมีเกลือเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่ของเหลวในร่างกายจะมีความเค็ม

อย่างไรก็ตาม “อารมณ์” ก็มีผลต่อความเค็มของน้ำตา กล่าวคือเมื่อเรามี “ความเครียดหรือเสียใจ” ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนแห่งความเครียด คือ ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมามาก ส่งผลให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมน้อย ดังนั้นเมื่อเราร้องไห้จึงทำให้น้ำตามีความเค็ม

แต่หากเราร้องไห้ด้วย “ความดีใจ” ร่างกายจะหลั่งสารอีกชนิดหนึ่งซึ่งเรียกว่า เอ็นโดรฟิน (Endorphin) เป็นสารที่ทำให้มีความสุข ทำให้ร่างกายมีฮอร์โมนคอร์ติซอลลดลง ดังนั้นน้ำตาที่ออกมาจึงมีรสเค็มน้อยกว่าน้ำตาเวลาเครียดหรือเสียใจ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...