โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ชัยภูมิเรียกถกด่วน คุมเข้มผู้ป่วยจิต หลังชายคลั่งบุกไล่ฟันครู-นักเรียน นับ 100 ชีวิต วิ่งหนีตายอลหม่าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 พ.ย. 2566 เวลา 05.56 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2566 เวลา 04.38 น.

ชัยภูมิเรียกถกด่วน คุมเข้มผู้ป่วยจิต หลังชายคลั่งบุกไล่ฟันครู-นักเรียน นับ 100 ชีวิต วิ่งหนีตายอลหม่าน

วันที่ 23 พ.ย.66 เวลา 08.30 น. นายสมบัติ ไตรศักดิ์ รักษาการผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมด้วย นางสาวอรอาภา โล่ห์วีระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เรียกประชุมด่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชัยภูมิ เพื่อออกมาตรการการเร่งเข้ามาแก้ปัญหา หลังเมื่อช่วงเช้าเวลา 08.30 น. วันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุมีผู้ป่วยจิตเวชจาการติดยาเสพติด (ยาบ้า) เพศชาย ชื่อ นายเริงฤทธิ์ อายุ 37 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ (จยย.) บุกเข้าไปในโรงเรียนและใช้อาวุธมีดอีโต้ขนาดใหญ่ไล่ฟันครูและนักเรียน ภายโรงเรียนบ้านน้ำพุหินลาด ต.ทุ่งนาเลา อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ นับกว่า 100 ชีวิต พากันวิ่งหนีตายกันอลหม่านภายในโรงเรียนดังล่าว

ซึ่งมีภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโรงเรียน จับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ ขณะที่คณะครูพาเด็กนักเรียนจำนวนมากกว่า 100 คน เข้าแถวทำกิจกรรมภายในโรงเรียน เป็นเหตุให้มี นายธวัชชัย ด้วงธรรม อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นครูพละของโรงเรียนได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีแผลบริเวณที่ข้อศอก ซึ่งพยายามร้องบอกให้ทั้งภารโรง และครูคนอื่นๆ พาเด็กอีกกว่า 100 คน วิ่งหนีเข้าในที่ปลอดภัยในห้องอาคารเรียน และครั้งนี้ยังถือว่ายังโชคดีที่คณะครูภายในโรงเรียนและเด็กๆ พากันวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในห้องอาคารเรียนกันได้ทันทั้งหมดและไม่มีเด็กนักเรียนได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ก่อนที่ นายเรืองฤทธิ์ วัย 37 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยทางจิตที่เกิดอาการคลุ้มคลั่งรายนี้ ได้ขี่รถ จยย.ออกไปจากโรงเรียน ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักของตนเอง ที่อยู่บริเวณหน้าโรงเรียนอีกฝั่ง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอนสาร พร้อมคณะแพทย์พยาบาลโรงพยาบาลคอนสาร ได้พยายามเข้าเกลี้ยกล่อมใช้เวลาอยู่นานประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนใช้จังหวะนำกำลังเข้าชาร์จจับตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ในห้องนอนบ้านพักของตัวเอง และพาตัวเร่งส่งแพทย์โรงพยาบาลช่วยทำการบำบัดรักษาอาการป่วยทางจิตต่อไป

ซึ่งยังทำให้ชาวบ้านประชาชนในอีกหลายพื้นที่ ต่างพากันหวาดผวาว่ายังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหามีผู้ป่วยทางจิตเวชอยู่ในชุมชนและจะเกิดความเสี่ยงกับเหตุการณ์หากมีอาการคลุ้มคลั่งออกมาก่อเหตุรุนแรงซ้ำรอยได้อีกตามมาเป็นจำนวนมากด้วย

ล่าสุดวันนี้ นายสมบัติ ไตรศักดิ์ รักษาการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ หลังได้เรียกประชุมทุกหน่วยงานในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อหาแนวทางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์มีผู้ป่วยทางจิตขาดการรักษาเกิดอาการคลุ้มคลั่งและออกมาก่อเหตุในจุดที่มีประชาชนหนาแน่น ทั้งภายในโรงเรียน วัด และย่านตลาดสด ที่มีคนอยู่หนาแน่นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำรอยต่อไปในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ อีกให้ได้

พร้อมเปิดเผยว่า มาตรการล่าสุดในการแก้ปัญหาผู้ป่วยจิตคลุ้มคลั่งออกมาทำร้ายคนในพื้นที่ ทางจังหวัดชัยภูมิจะได้ออกเป็นประกาศจังหวัดข้อปฏิบัติไปถึงทุกพื้นที่ผู้นำชุมชนทุกหมู่บ้าน พร้อมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องใส่ใจร่วมกันปฏิบัติ

ในการที่จะคัดกรองผู้ป่วยทางจิตที่มีในพื้นที่ จ.ชัยภูมิทั้งหมด ที่เบื้องต้นมีจำนวนมากกว่า 500 คน ทั้งฝ่ายปกครองนายอำเภอ สาธารณสุข ผู้นำชุมชน เทศบาล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งกว่า 1,600 หมู่บ้าน และครอบครัวกลุ่มเสี่ยงที่มีญาติพี่น้องเป็นผู้ป่วยทางจิต ใน จ.ชัยภูมิ ซึ่งที่ผ่านมายังขาดการเข้าไปตรวจสอบติดตามดูแลผู้ป่วยที่มาอยู่ในชุมชนเป็นภัยเงียบจำนวนมากอยู่ในอีกหลายพื้นที่ในขณะนี้ด้วย

ซึ่งจากนี้ไปทุกฝ่ายใน จ.ชัยภูมิ จะต้องช่วยกันติดตามว่าในกลุ่มที่เป็นผู้ป่วยจิตที่มีทั้งหมด หากพบว่ารายใดที่ไม่ยอมเข้ารับการรักษาหรือขาดการรักษาไม่ต่อเนื่อง จะมีหน่วยงานทุกฝ่ายเข้าไปดึงออกมาจากชุมชน จุดพื้นที่เสี่ยงเพื่อนำตัวเข้ารับการรักษาทันที เพื่อไม่ให้เกิดการขาดการรักษาและมีอาการคลุ้มคลั่งไปก่อเหตุรุนแรงในทุกพื้นที่ได้อีก

ซึ่งขอกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้ป่วยทางจิต เป็นกลุ่มเสี่ยงจะต้องช่วยกันเข้มงวดตามมาตรการตามประกาศจังหวัดอย่างเข้มงวดเด็ดขาดและทำการดึงกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ออกจากชุมชนอย่างรวดเร็วทันที ซึ่งจะเป็นแนวทางหลักที่สามารถนำร่องนำไปใช้ในทุกพื้นที่อื่นๆ ได้นำไปปฏิบัติเกิดการป้องกันแก้ไขปัญหากรณีที่เกิดเหตุที่ครั้งนี้ถือว่าสะเทือนขวัญมากที่มีทั้งครู และเด็กจำนวนมากนับร้อยคน ต้องมาเจอเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงแบบนี้ ที่ถือว่ายังโชคดีไม่เกิดการสูญเสียถึงขั้นมีการบาดเจ็บหรือมีเด็กนักเรียนล้มตายเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยแบบนี้ได้อีก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...