โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วิธีสยบ ไมเกรน แบบไม่ต้องใช้ยา

GedGoodLife

อัพเดต 23 ก.ค. 2567 เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2567 เวลา 03.51 น. • GED good life ชีวิตดีดี เว็บไซต์เพื่อสุขภาพ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ฟรี
ไมเกรน

ไมเกรน (Migraine) คือ อาการปวดศีรษะข้างเดียว ซึ่งเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ ท้ายทอย และเกิดก้อนเนื้ออักเสบที่เรียกว่า Trigger Point บริเวณดังกล่าว มีผลทำให้เลือด และออกซิเจนไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะได้ไม่สะดวก

เมื่อมีความเครียด มี ‘ แสง สี เสียง กลิ่น ‘ รบกวน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ เป็นประจำ จะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากขึ้น จึงเกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียว หรือไม่ก็ปวดสลับข้าง หรือมีอาการปวดศีรษะทั้ง 2 ข้างก็ได้

ปวดตุ้บ ๆ เป็นจังหวะ ปวดมากขึ้นเมื่อขยับร่างกาย ปวดมากจนไม่เป็นอันทำอะไร ทนแสงแดดจ้าหรือเสียงดังไม่ค่อยได้ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยเป็นบางครั้ง จะมีอาการปวดศีรษะนาน 4 – 72 ชั่วโมง

รู้ได้อย่างไรว่าเป็น ไมเกรน

สังเกตตัวเองเวลาปวดศีรษะ เมื่อกินยาแก้ปวดศีรษะแล้วไม่หาย ตรวจร่างกายแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ และมีอาการตามที่กล่าวมาข้างต้น เข้าข่ายเป็นโรค ‘ไมเกรน’ ค่ะ

ตัวเร่งที่ไปกระตุ้นการเกิดไมเกรน มีดังนี้

  • ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงช่วงมีประจำเดือน ระหว่างตั้งครรภ์ ช่วงหมดประจำเดือน หรือการกินยาเม็ดคุมกำเนิด
  • อาหารบางชนิด เช่น ชีส ไวน์แดง ช็อกโกแล็ต น้ำตาลเทียม ผงชูรส ชา และกาแฟ
  • การกระตุ้นทางประสาทสัมผัส เช่น แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นบุหรี่ กลิ่นฉุนต่างๆ
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ เช่น นอนดึก นอนไม่พอ หรือนอนมากเกินไป
  • สิ่งแวดล้อม เช่น อากาศร้อน ฝุ่นควัน
  • ความเครียดไม่ได้ทำให้เป็นไมเกรนแต่อย่างใด แต่ด้วยพันธุกรรมทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อไมเกรนอยู่แล้ว เป็นไมเกรนขึ้นมาได้
  • เมื่อใดก็ตามที่เครียด จะปวดหัวได้ 2 แบบ แบบแรก คือมึน ๆ เรียกปวดหัวเครียด และแบบสอง คือปวดหัวแบบไมเกรน หรือแบบผสม เช่น ปวดตุ้บ ๆ คลื่นไส้ อาเจียน

การรักษาไมเกรน

ยังไม่มีวิธีการรักษาใด ๆ ที่ช่วยให้หายขาดได้ เพียงแค่บรรเทาอาการปวดศีรษะให้ทุเลาลงเท่านั้น

  • ราดน้ำบนศีรษะด้วยน้ำเย็นต่อเนื่องกัน 5 -10 นาที หรือแปะด้วยถุงเจลแช่เย็น (Cold Pad) บริเวณหน้าผากและเบ้าตา และรีบนอนทันทีเมื่อเริ่มมีอาการ
  • กายภาพบำบัด หรือนวดกดจุดลดขนาดพังผืดบริเวณบ่า และกดเพื่อทำให้จุดกดเจ็บ (Trigger Point )ให้มีขนาดลดลง ตลอดจนกดจุดบริเวณบ่า คอ ไหล่ และบริเวณศีรษะด้านที่ปวด รักษาได้ทั้งอาการไมเกรนเฉียบพลัน และป้องกันการกลับมาของอาการไมเกรนได้ดี

รับมือกับไมเกรนอย่างไรไม่ให้ทรมาน

แม้ว่าอาการปวดศีรษะแบบไมเกรนจะรักษาไม่หาย แต่สามารถดูแลตัวเองเพื่อบรรเทา และลดความถี่ในการถูกกระตุ้นจนเกิดอาการปวดได้โดยปฏิบัติดังนี้

  • นอนหลับให้เพียงพอ ควรนอนให้ได้ประมาณ 6 ถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาทุกวัน
  • หยุดพักร่างกายเมื่อมีอาการ ทำสมาธิ หรือนอนพัก ร่วมกับการประคบน้ำเย็นบริเวณต้นคอ พร้อมกับนวดบริเวณที่ปวดก็จะช่วยบรรเทาอาการได้
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 นาที จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และลดความเครียดซึ่งอาจจะช่วยลดความถี่ของการปวดได้
  • จดบันทึกอาการปวดที่เป็น เช่น วัน เวลา ระยะเวลา ลักษณะอาการปวด อาหารที่รับประทาน รวมถึงความผิดปกติต่าง ๆ ที่ทำให้เป็น

เมื่อไรควรรีบไปพบแพทย์

ถ้ามีอาการปวดศีรษะ แล้วมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง ตาเห็นภาพซ้อน ตาเหล่ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด แบบนี้ไม่ใช่ไมเกรนแน่ แต่เป็นความผิดปกติทางระบบประสาท หรืออาการปวดศีรษะแบบที่ไม่เคยปวดมาก่อน เช่น ปวดต่อเนื่องยาวนานไม่ดีขึ้นแม้ใช้ยา แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ออก ถ้ามีอาการแบบนี้ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

แม้อาการปวดศีรษะแบบไมเกรนจะไม่น่าคบหาสมาคม แต่เมื่อเป็นแล้วรู้จักรับมืออย่างถูกวิธี ไมเกรนก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวันแต่อย่างใดนะคะ

ถามหมอออนไลน์ ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้ ได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

ติดตามGedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : GEDGoodLife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter : @gedgoodlife
Line : @gedgoodlife
Youtube : GEDGoodLife ชีวิตดีดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...