กางแผนครึ่งหลัง ‘MAJOR’ โอกาสเติบโตมีแค่ไหน
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 ก.ย 2567 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2567 เวลา 04.36 น. • The Bangkok InsightMAJOR หรือ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจโรงภาพยนตร์หนึ่งเดียวในตลาดหุ้นไทย ทั้งยังมีธุรกิจบันเทิงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโบว์ลิ่ง และคาราโอเกะ ลานสเก็ตน้ำแข็ง ธุรกิจพื้นที่เช่า และศูนย์การค้า ธุรกิจการสร้าง และการจัดจำหน่ายภาพยนตร์ และธุรกิจบริการสื่อโฆษณา
แม้ระยะหลังมานี้ MAJOR จะเจอกับความท้าทายกับการเติบโตทางธุรกิจ เนื่องจากพฤติกรรมการเสพสื่อภาพยนตร์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เข้ามาเบียดบังเวลาของคนดู ในขณะเดียวกันปีนี้ก็มีหนังฟอร์มยักษ์จากฮอลลีวูดเข้ามาฉายในไทยน้อยกว่าปีก่อน ๆ ซึ่งส่งผลต่อทิศทางรายได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี บริษัทเพิ่งประกาศแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 ออกมาอย่างเป็นทางการ โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema เพิ่มอีก 6 สาขาในต่างจังหวัด
ปัจจุบัน MAJOR มีโรงภาพยนตร์สำหรับเด็ก Kids Cinema เปิดให้บริการ 14 สาขา ในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ทำให้เป้าหมายสิ้นปี 2567 บริษัทจะมี Kids Cinema เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 20 โรง พร้อมตั้งเป้าปี 2568 จะขยายเพิ่มอีก 20 โรง
สำหรับแผนการเปิด Kids Cinema ในช่วงครึ่งปีหลังนั้น ประกอบไปด้วยสาขาเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ (เซ็นเฟส) เซ็นทรัล ระยอง เซ็นทรัล นครปฐม โรบินสัน เพชรบุรี โรบินสัน ราชพฤกษ์ และเวสต์วิลล์ ซีนีเพล็กซ์ ซึ่งจะประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้
Kids Cinema จะเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัว ที่มีไลฟ์สไตล์นิยมทำกิจกรรมนอกบ้านร่วมกับลูก ๆ ในวันหยุด จึงมองว่า น่าจะเป็นช่องทางในการขยายฐานกลุ่มครอบครัวให้เติบโตได้มากขึ้น
หุ้น Top Pick ครึ่งปีหลังเติบโต
บทวิเคราะห์ บล.เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ ระบุว่า MAJOR เป็นหนึ่งในหุ้น Top Pick พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ระดับ 21.60 บาทต่อหุ้น แนะนำ "ซื้อสะสม" เนื่องจากราคายังมี Upside อยู่พอสมควร
โดยคาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลัง จะยังคงเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก โดยมีกระแสภาพยนตร์ไทยที่ได้รับการตอบรับดีขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ชดเชยหนังฮอลลีวูดที่เข้าฉายน้อยลง
แม้ว่า MAJOR รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 ที่ระดับ 232.2 ล้านบาท หดตัวกว่า 56.4% จากช่วงปีก่อน เนื่องจากในช่วงไตรมาส 2/66 บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 346 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว แต่เมื่อหักกำไรพิเศษดังกล่าว จะเห็นว่า MAJOR มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 เติบโต 25% จากปีก่อน
ความน่าสนใจก็คือ MAJOR มีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 55.3% ดีกว่าไตรมาส 1/67 ที่ทำได้ 45.2% และ 49% ในไตรมาส 2/66 ดีขึ้นจากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ SG&A to Sales อยู่ที่ 26.64%
ทั้งนี้ คาดหวังผลประกอบการของ MAJOR จะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีภาพยนต์ไทยเป็นหลักที่ทยอยเข้าฉายในไตรมาส 3/67 จำนวน 14 เรื่อง เช่น หลวงพี่เท่ง และภาพยนตร์จากค่ายใหญ่อย่าง GDH ที่อยู่ในกระแสตอนนี้อย่าง วิมานหนาม ร่วมกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด อย่าง Deadpool & Wolverine และ AAlien Romulus
รวมถึงในช่วงไตรมาส 4/67 ที่จะมีภาพยนตร์ภาคต่ออย่าง ธี่หยด 2 และภาพยนตร์ไทยอื่น ๆ อีก 20 เรื่อง ซึ่งปัจจุบันกระแสภาพยนตร์ไทยได้รับความน่าสนใจมากขึ้น ส่งผลบวกต่อยอดขายตั๋วหนัง โดยเฉพาะในต่างจังหวัด
สำหรับในแง่ของ Technical View ราคามีแนวโน้มเป็นการฟื้นตัว เคลื่อนไหวในกรอบ Uptrend ระยะสั้นมีการรีบาวด์จากกรอบล่างพร้อมสัญญาณบวกจาก MACD
หากยังไม่หลุดกรอบล่าง 14 บาท จะมีโอกาสฟื้นตัวทดสอบกรอบบน 15.40 โดยให้แนวรับที่ 14-13.50 บาท และแนวต้านที่ 15-15.40 บาท
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ส่องอนาคต 'AOT' ยกเลิกดิวตี้ฟรีขาเข้า กระทบรายได้แค่ไหน
- 'เอ็มเค' แก้เกมลุยธุรกิจบุฟเฟต์ สร้างยอดขายได้ดีแค่ไหน
- หุ้นนางงามคืนชีพ 'MGI' วิ่งแรง 30% รับกำไรโตแกร่ง
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg