“ภาวะโลกรวน” ทำให้น้ำท่วมหนักขึ้น เช่นเดียวกันทั่วโลก
“ภาวะโลกรวน” ทำให้น้ำท่วมหนักขึ้น เช่นเดียวกันทั่วโลก
เมื่อหลายเดือนผ่านมานี้ เราจะเห็นว่าในไทยเราน้ำท่วมหนักขึ้น จากที่ไม่เคยหนักแบบนี้มาก่อนก็รุนแรงขึ้น เช่นเดียวกับในยุโรป ที่โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก โรมาเนีย ออสเตรีย และอิตาลีก็เผชิญกับน้ำท่วมหนักเช่นกันเป็นผลพวงจากพายุ Boris ก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน เยอรมันใต้ก็เจอกับน้ำท่วมหนักช่วงฤดูร้อน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และโอมานก็เจอกับฝนที่ตกหนักมากสุดเท่าที่เคยมีมา เคนยาก็เจอกับดินถล่ม บราซิลก็เผชิญกับน้ำท่วมกินพื้นที่เท่ากับสหราชอาณาจักร
แล้วถ้าอนาคตโลกร้อนขึ้น โลกรวน สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงมากขึ้น น้ำจะท่วมทวีความรุนแรงมากขึ้นไหม? คำตอบคือ แม้ว่าน้ําท่วมชายฝั่งส่วนใหญ่เกิดจากลมและปรากฎการณ์น้ําขึ้นน้ําลง น้ำจากแม่น้ําไหลถลัก น้ําใต้ดิน น้ําท่วมฉับพลันเพราะฝนตกหนัก หรือน้ำป่าที่ไหลหลาก อุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลก็มีส่วนทำให้ปริมาณน้ําฝนบนโลกเรามีมากขึ้นและรุนแรงขึ้นในเกือบทุกส่วนของโลก
จากหลักการทางวิทยาศาสตร์เลยคือ เมื่อโลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุก 1 องศาเซลเซียส ไอน้ำก็ระเหยมากขึ้น ชั้นบรรยากาศก็จะสามารถกักเก็บความชื้นมากขึ้น 7% แปลว่าเเมื่อฝนตก น้ำที่มีมากขึ้นก็ทำให้ฝนตกหนักขึ้นนั่นเอง และเมื่อฝนจํานวนมากตกลงสู่พื้นโลกในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็อาจนําไปสู่น้ําท่วมได้
นอกจากนี้ อุณหภูมิที่สูงขึ้นยังทําให้ปริมาณน้ําที่ตกลงมากลายเป็นฝนแทนที่จะเป็นหิมะ ซึ่งอาจทําให้พื้นที่สูงมีความเสี่ยงต่อน้ําท่วมและแผ่นดินถล่มได้
และความก้าวหน้าในวิทยาศาสตร์ก็ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถระบุความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงได้อย่างแม่นยํายิ่งขึ้นด้วย นักวิทยาศาสตร์คาดว่า โดยเฉลี่ยแล้ว 1 ใน 4 ของฝนที่ตกรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในทศวรรษที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งหมด
คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change หรือ IPCC) ก็ทำรายงานออกมาว่า ถ้าอุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มสูงแตะ 1.5 องศาเซลเซียส (ซึ่งใกล้ถึงแล้ว) ปริมาณน้ำฝนที่รุนแรงที่ปกติจะตก 1 ครั้งใน 10 ปี จะเกิดเพิ่มขึ้น เป็น 1.5 ครั้งทุก 10 ปี และก็จะหนักขึ้น 10%
และถ้าโลกแตะ 2 องศาเซลเซียส ก็จะแย่กว่า ปริมาณน้ำฝนที่รุนแรงที่ปกติจะตก 1 ครั้งใน 10 ปี ก็จะเป็น 1.7 ครั้งใน 1 ปี และตกหนักขึ้น 14%
ยิ่งถ้าแตะ 4 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอะไรที่ไม่มีใครอยากได้เลย ปริมาณน้ำฝนที่รุนแรงที่ปกติจะตก 1 ครั้งใน 10 ปี ก็จะเป็น 2.7 ครั้งใน 1 ปี และตกหนักขึ้น 30.2%
ดังนั้น ที่นักวิทยาศาสตร์บอกว่าน้ำท่วมหนักจะมีขึ้นเรื่อย ๆ และอาจจะหนักขึ้น เพราะสภาพภูมิอากาศของโลกกำลังเปลี่ยนไปนั้น เป็นความจริง
จากการคำนวนของหลฃายสถาบันวิจัยในยุโรป แค่ยุโรปอย่างเดียว ถ้าไม่มีมาตรการปรับตัว และอุณหภูมิเฉลี่ยโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียส ภายในปี 2100 น้ําท่วมอาจสร้างความเสียหายได้ 48 พันล้านยูโรต่อปี และจํานวนประชากรชาวโรปที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจะเพิ่มขึ้นสามเท่า
ที่มา