โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เงินไม่พอใช้” ทำไงดี ? 3 หลักคิดง่ายๆ เปลี่ยนมายด์เซ็ต

Wealthy Thai

อัพเดต 21 พ.ค. เวลา 03.08 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 02.18 น.

ปัญหา “เงินไม่พอใช้” คงเป็นเรื่องน่าปวดใจที่หลายคนคงกำลังประสบกันอยู่ “ไม่เลือกช่วงวัย” จะวัยเริ่มทำงาน หรือ วัยเกษียณไปแล้ว ก็เจอได้ง่ายๆ ไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเพราะค่าใช้จ่ายที่จู่ ๆ ก็สูงขึ้น รายได้ก็ดันลดลง หรือชีวิตที่ความต้องการสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น แต่ถึงแม้มันจะเป็นปัญหาขนาดไหนเราก็ต้องกัดฟันสู้กันต่อไป
โดยวันนี้ Wealthy Thai ก็มีหลักคิด 3 ข้อที่จะช่วยปรับความคิดของเราเพื่อที่จะไม่ต้องคอยกังวลให้เสียสุขภาพจิตและมีเงินใช้ได้เพียงพออย่างยั่งยืนในทุกช่วงเศรษฐกิจมาฝากกัน

1.แบ่งเงินเก็บไว้ก่อนเลยนะ

หลายคนที่มีรายได้ประจำก็จะเคยชินกับการที่มีรายได้เข้ามาในทุก ๆ เดือน ซึ่งอาจส่งผลทำให้ใช้เงินหมดพอดีก่อนจะถึงวันเงินเดือนออก ใช้เดือนชนเดือนไปเรื่อย ๆ แม้ผิวเผินอาจจะไม่ได้ดูเป็นปัญหาอะไร แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อซึ่งอาจจะทำให้ต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน เช่น เจ็บป่วยกระทันหัน หรือตกงาน เป็นต้น
ดังนั้นเมื่อถึงวันเงินเดือนออก สิ่งที่ควรทำคือรีบแบ่งเงินออกมาเก็บไว้ก่อนส่วนหนึ่งไว้เป็นเงินสำรองเพื่อที่จะได้เป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของเรา จากนั้นค่อยนำเงินที่เหลือไปใช้จ่ายตามต้องการ
ตามสูตร “เก็บก่อนใช้” จะได้มีเงินเหลือเก็บแน่นอน ไม่ใช่ “ใช้ก่อนเก็บ” เพราะมักจะไม่มีเงินให้เหลือเก็บนั่นเอง
ส่วน “คนวัยเกษียณ” นั้น คงต้องสร้างสมดุลระหว่าง “รายจ่าย” ให้สอดรับกับ “รายได้ที่มี” ด้วยเช่นกัน เพราะวัยนี้ ถึงเวลา “กินบุญเก่า” กับเงินที่สะสมมาทั้งชีวิตแล้ว (ถ้าไม่ได้มีอาชีพหลังเกษียณ) ก็ต้องบริหารรายจ่ายให้ดีๆ เช่นกัน

2.เพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายนะ

หากมองดูรายจ่ายในแต่ละเดือนแล้วคาดว่าคงไม่สามารถแบ่งเงินมาเก็บไว้ได้แน่ ๆ สิ่งที่เราต้องทำคือ “การหารายได้เพิ่ม” ในปัจจุบันนั้นการพึ่งพารายได้ทางเดียวอาจไม่มั่นคงและมากเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการทำงานเสริม การทำธุรกิจควบคู่งานประจำ และการลงทุนในทรัพย์สินทางการเงินจึงเป็นสิ่งที่อาจต้องทำเพื่อที่จะสามารถมีรายได้เพิ่มเติมเพื่อมาทดแทนส่วนที่ขาดไป
นี่รวมถึงคนใน “วัยเกษียณ” ด้วยเช่นกัน หากชีวิตหลังเกษียณคุณยังยืนยาวตามเทรนด์ใหม่ของโลกจากบริการด้านสุขภาพที่ดีขึ้น หรืออีกหนทางหนึ่งก็คือ “การลดรายจ่ายลง” ซึ่งเป็นวิธีการที่สะดวกและทำได้ทันทีและทำได้ง่ายกว่าคงมีหลายคนที่อาจจะไม่พร้อมและไม่สะดวกพอที่จะต้องสละเวลาเพื่อไปหารายได้เพิ่มเติม ดังนั้นหากมีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นอยู่เราก็ควรที่จะตัดออกไปเพื่อนำเงินส่วนนั้นไปใช้จ่ายกับสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ
อย่างไรก็ตาม “การลดค่าใช่จ่าย” แม้ทำได้ง่ายแต่ก็มี “ข้อจำกัด” เพราะยังไงคนเราก็ยังต้องใช้จ่ายเพื่อการมีชีวิตอยู่นั่นเอง ทบทวนแล้วสร้าง “สมดุล” ของรายรับ-รายจ่ายอีกสักครั้งช่วยได้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยไหนก็ตาม

3.ต้องวางแผนเกษียณนะ

“ใช้เงินวันนี้ มีความสุขวันนี้” ประโยคนี้คงไม่ถือว่าเกินกว่าความเป็นจริง เราคงไม่สามารถปฎิเสธได้ว่าหลายคนนั้นเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน และต้องการคืนความสุขให้กับตนเองด้วยการนำเงินที่ได้ไปซื้อสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการจนหมดกระเป๋า ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความคิดที่ผิดแต่อย่างใด
แต่ถ้าหากในอนาคตเรายังมีชีวิตอยู่ สักวันหนึ่งก็จะต้องถึงคราวแก่ชรา และเมื่อถึงวันนั้นแล้วคงจะพูดได้ไม่เต็มปากว่าเราจะมีเงินเก็บเพียงพอ หรือสามารถทำงานเพื่อหาเงินมาจุนเจือตนเองได้อย่างเพียงพอหรือไม่
ดังนั้นเราจึงควรที่จะ “วางแผนเกษียณ” ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อที่เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเราจะได้สามารถใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายได้อย่างมีความสุข
และสำหรับ “คนยุคใหม่” ที่ชีวิตไม่ได้อยู่ในกรอบ “การเกษียณ” อาจไม่ใช่ทำงานไปจนอายุ 55 ปี หรือ 60 ปี ก็ได้ อาจจะเป็นการออกจากงานประจำมาทำอาชีพอิสระ หรือการต้องออกจากงานโดยไม่คาดฝัน เป็นต้น
ทำยังไง?…จะมีเงินเพียงพอ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่อีกยาวนานของคุณก็คือสิ่งที่คนทุกช่วงวัยพึงถามตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะเรื่อง “เกษียณ” (อาจฟังดูเก่า) แต่ทุกคนต้องเจอ และไม่นานเกินรอ ไม่นาแบบที่คิดอีกต่อไป…เอาเลย “เริ่มต้นคิดตั้งแต่วันนี้” เริ่มช้า…ยังดีกว่าไม่เริ่ม
สำหรับคนที่สงสัยว่าควรเริ่ม “วางแผนเกษียณ” อย่างไร ควรเริ่มตอนไหน หรือตอนนี้สายไปหรือยังก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะในเร็ว ๆ นี้พวกเราจะมาสรุปประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการวางแผนเกษียณให้ทุกคนกัน ถ้าไม่อยากพลาดก็กดถูกใจ กดติดตาม Wealthy Thai ในช่องทางต่าง ๆ เอาไว้ด้วยนะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...