โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เจาะการเติบโตหุ้น “ธนาคาร” Q4/67 TISCO ยังเหนื่อย! กำไรอาจดิ่งต่อ

Share2Trade

อัพเดต 25 ต.ค. 2567 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 25 ต.ค. 2567 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการรายงานผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคาร โดยรอบนี้ทีมข่าวได้รวบรวบมุมมองการเติบโตในช่วงไตรมาส 4/2567 มาฝากนักลงทุน โดยส่วนใหญ่นักวิเคราะห์มองยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ TISCO ดูเหมืนจะไม่ค่อยดีนัก เพราะยังเจอแรงกดดันตั้งสำรองที่ยังทรงตัวสูง ในช่วงปรับพอร์ตสินเชื่อมาเน้นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนสูงขึ้น

เจาะการเติบโตหุ้น “ธนาคาร” Q4 67_S2T (เว็บ).jpg

โดย SCB ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ของ SCB มีโอกาสจะโตทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน เด่นกว่าธนาคารใหญ่รายอื่นที่มีแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายลงทุนพัฒนาระบบให้บริการที่มักเพิ่มเข้ามามากในช่วงปลายปี

เพราะไม่มีผลกระทบจากการขาย PPV (ผู้ให้บริการ Robinhood) เหมือนกับไตรมาส 3/67 (ทั้งในแง่ของผลขาดทุนเงินลงทุน และการตั้งด้อยค่า) อีกทั้งเป็นไตรมาสแรกที่ไม่มีผลขาดทุนจาก PPV เข้ามารบกวน (คาดราว 500 ล้านบาท/ไตรมาส) หลังเสร็จสิ้นการขายหุ้นของ PPV ไปแล้ว

รวมถึงการตั้งสำรองที่มีโอกาสผ่อนคลายลงต่อเนื่อง ตามทิศทางของเศรษฐกิจที่ได้รับแรงกระตุ้นจากนโยบายภาครัฐฯ ขณะแนวโน้ม NPL Ratio มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ หนุนให้คาด SCB จะมีกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 44,475 ล้านบาท เติบโต 2.2% จากปีก่อน และโตต่อ 3.8% ในปี 2568 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 130 บาท และคาดให้ปันผลจากกำไรครึ่งหลังปี 67 อีกหุ้นละ 7.2 บาท

ต่อด้วย BBL ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากการตั้งสำรองที่คาดผ่อนคลายลงเล็กน้อย รวมถึงการปรับรูปแบบการบันทึกค่าใช้จ่ายปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานที่รับรู้ไปบางส่วนแล้วในไตรมาส 3/67

แตกต่างจากปีก่อนที่บันทึกค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ใน 4/66 จึงคาด BBL จะมีกำไรสุทธิทั้งปี 2567 ที่ 43,950 ล้านบาท โต 5.6% จากปีก่อน แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 190 บาท และคาดมีปันผลจากกำไรสุทธิครึ่งหลังปีอีกหุ้นละ 4.9-5 บาท

KBANKความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ทิศทางกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ของ KBANK จะโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากมีบันทึกค่าใช้จ่ายลงทุนเพื่อพัฒนาระบบการให้บริการเพิ่มเข้ามา ซึ่งบางส่วนคาดจะถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายของธุรกิจประกันชีวิตที่ปรับลงจากฐานที่สูงกว่าปกติในไตรมาส 3/67 รวมถึงการตั้งสำรองที่ผ่อนคลายลงหลังเห็นสัญญาณบวกจากตัวเลขการขายหนี้เสียและการ Write-Off หนี้เสียที่ลดลงเรื่อย ๆ

ขณะที่ NPL Ratio ไม่ได้ขยับขึ้นมาก สะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น คงคาด KBANK จะมีกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 47,996 ล้านบาท โต 13.1% จากปีก่อน และโตต่อ 5.1% ในปี 2568 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 175 บาท และคาดจะมีปันผลจ่ายจากกำไรสุทธิครึ่งหลังปี 67 อีกหุ้นละ 5.5 บาท

KTBความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า แนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 4/67 จะโตเด่นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานต่ำในไตรมาส 4/66 ที่มีการตั้งสำรองเพื่อรองรับผลกระทบจากลูกหนี้รายใหญ่ในกลุ่มรับเหมา แต่ ลดลงจากไตรมาสก่อน จากการบันทึกค่าใช้จ่ายลงทุนด้านระบบเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น และเริ่มรับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยทำให้ NIM จะลดลง

โดยผลลบดังกล่าวบางส่วนจะถูกหักล้างด้วยการตั้งสำรองคาดจะปรับตัวลงหลัง KTB บริหารจัดการหนี้เสียได้ดี และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่คาดจะปรับตัวดีขึ้น หนุนให้คงคาด KTB จะมีกำไรสุทธิปี 2567 จำนวน 43,791 ล้านบาท โต 19.6% จากปีก่อน และโตต่อ 5% ในปี 2568 แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25 บาท

TTB ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 4/67 จะทรงตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการตั้งสำรองที่ลดลงจะถูกกลบด้วยรายได้ภาษีที่ลดลง (สิทธิประโยชน์ด้านภาษีของ TTB) และสินเชื่อที่ลดลง และกำไรมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อน เพราะ NIM ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น

อีกทั้งปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ลง 1% มาอยู่ที่ 2.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน เพราะปรับเพิ่มประมาณการอัตราการตั้งสำรองจาก 1.35% มาอยู่ที่ 1.50% ปัจจัยนี้กลบประมาณการรายได้ภาษีที่ 890 ล้านบาท นอกจากนี้ยังปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ลง 2% เหลือ 2.06 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน ดังนั้น แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมายลดลงมาอยู่ที่ 1.90 บาทจาก 2.10 บาท

TISCO ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า คาดทิศทางกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะลดลงทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการตั้งสำรองที่ยังทรงตัวสูง ในช่วงปรับ

พอร์ตสินเชื่อมาเน้นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนสูงขึ้น

รวมถึงมีปัจจัยลบด้านค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานที่ปรับขึ้นในช่วงปลายปี (ค่าใช้จ่ายโบนัสพนักงานและค่าใช้จ่ายลงทุนระบบ ให้บริการ) หนุนให้คาดทั้งปี 2567 TISCO จะมีกำไรสุทธิ 6,868 ล้านบาท ลดลง 6% จากปีก่อน และจะพลิก กลับมาโต 5.2% ในปี 2568 โดยแนะนำ “TRADING” เป้าหมาย 109 บาท และคาดจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิงวดครึ่งหลังปี 67 หุ้นละ 5.30 บาท

KKP ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 4/67 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากสำรองฯที่ลดลง แต่จะลดลงจากไตรมาสก่อน จาก OPEX ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล จึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท ลดลง -12% จากปีก่อน เพราะขาดทุนรถยึดที่จะยังทรงตัวระดับสูงตามสภาวะของตลาดรถยนต์ในปัจจุบันที่มีการแข่งขันด้านราคาสูง ยังคงคำแนะนำ “ถือ” และราคาเป้าหมายที่ 50.00 บาท

ขณะที่ BAY และ CREDIT ไม่มีการประเมินจากนักวิเคราะห์ถึงแนวโน้มไตรมาส 4/256 แต่ล่าสุดนักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาด BAY ปี 2567 จะมีกำไร 3.17 หมื่นล้านบาท ลดลง 3.7% จากปีก่อน เพราะการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ จึงแนะนำ “ทยอยซื้อ”ราคาเป้าหมาย 28 บาท แต่สินเชื่อที่หดตัวและ NPLที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอาจจะทำให้ไม่น่าสนใจลงทุนในระยะสั้น

เจาะการเติบโตหุ้น-“ธนาคาร”-Q4-67.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...