COMPANY SNAPSHOT : WARRIX บอลไทยแข่งเพียบ คิงส์คัพจ่อ-รุกสาขาป็อบอัพ
#WARRIX #ทันหุ้น – WARRIX ชี้กระแสบอลไทยดี ดันยอดขายต่อเนื่อง แม้นักเตะทีมชาติเปลี่ยนหน้าแต่ตารางแข่งขันเพียบ จับตาแข่งคิงส์คัพตุลาคมนี้ดันยอดอีก ปลายปีเข้าฤดูกาลเอเชียนคัพ รุกกีฬาวิ่งตั้งเป้าจัดงานปีละ 5-6 ครั้ง ลุยต่อไลฟ์สไตล์ เดินหน้าขายช่องทางขายแบบป็อบอัพ ลงทุนน้อย คล่องตัว เน้นสินค้ามาร์จิ้นสูง
นายพงศ์วรรธน์ ติยะพรไชย ผู้อำนวยการฝ่ายขายบริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ WARRIX มั่นใจว่า ปีนี้เป้ายอดขายจะเติบโตได้ 20-30% เนื่องจากกระแสฟุตบอลไทยยังคงดีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าปัจจุบันจะมีการปรับเปลี่ยนนักเตะทีมชาติไทยหน้าใหม่เข้ามามากขึ้น แต่ด้วยโปรแกรมการแข่งขันที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยังรักษากระแสไว้ได้ โดยเฉพาะในเดือนหน้าจะมีการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 50 ที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 11-14 ตุลาคม 2567 ซึ่งมีการแข่งขันทั้งหมด 4 ทีม คือ ทีมชาติไทย (เจ้าภาพ), ทีมชาติซีเรีย, ทีมชาติทาจิกิสถาน และทีมชาติฟิลิปปินส์ นอกจากนี้บริษัทยังได้รับประโยชน์จากกระแสของฟุตซอลโลก ที่ไทยเข้ารอบสุดท้าย โดยบริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ชุดกีฬาฟุตซอลทีมชาติไทยเช่นเดียวกันทำให้การเติบโตสูง
ทั้งนี้ฟุตบอลมีรายการแข่งขันเป็นประจำ ที่ผ่านมี เอเซียนคัพ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แนวโน้มครึ่งปีหลัง มองแมตช์การแข่งขันยังแน่นอยู่ แม้ว่าทีมชาติจะอยู่ในช่วงการปรับเจนเนอเรชั่น และกำลังดูว่านักเตะหน้าใหม่จะสร้างกระแสผลงานอย่างไร แต่มองว่ากระแสยังมีต่อเนื่อง ปลายปีก็จะมีรายการฟุตบอลใหญ่คือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ที่ไทยเป็นแชมป์เก่า มั่นใจว่าสถานการณ์ของกลุ่มเสื้อผ้ากีฬายังคงเติบโต เนื่องจากเป็นเมกะเทรนด์ คนหันมารักสุขภาพด้วย
@แตกไลน์กลุ่มวิ่ง
สำหรับยอดขายชุดลิขสิทธิ์ทีมชาติไทยมีการเติบโตมาก โดยไตรมาส 2/2567 ที่มีผ่านมามีการเติบโตแตะ 106% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการแมตช์การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น และกระแสที่ดี ซึ่งการที่ชุดลิขสิทธิ์ทีมชาติไทย เติบโตก็ย่อมจะทำให้สินค้าของ WARRIX อื่นๆ ดีตามไปด้วย เนื่องจากลูกค้าเดินมาที่ช็อปก็จะมีสินค้าอื่นๆ และมีการซื้อกลับไปด้วย
ส่วนรายได้ของธุรกิจ WARRIX ยังอยู่ที่รายได้จากการเสื้อผ้ากีฬาเป็นหลัก อย่างไรก็ดีบริษัทได้มีการทรานส์ฟอร์มมาสู่ สินค้าเพื่อสุขภาพ และแอกทีฟ ไลฟ์สไตล์ ซึ่งในกลุ่มไลฟ์สไตล์นั้นได้มีการออกสินค้าร่วมกับศิลปิน เช่น นน-ธนนท์
บริษัทยังมีการแตกไลน์โฟกัสกลุ่มกีฬาวิ่ง โดยเริ่มเข้าไปเป็นผู้จัดงานวิ่ง ทั้งเทรล และถนน ตั้งเป้าปีหนึ่งจะมีการจัดงาน 5-6 งาน และจะเข้าร่วมเป็นพาร์ตเนอร์กิจกรรมวิ่งใหญ่ๆ ด้วย
@เพิ่มช่องทางขายป็อบอัพ
นอกจากนี้บริษัทยังมีช่องทางขายที่แข็งแรง 5 ช่องทาง ด้วยกันประกอบด้วย
1.ตลาดร้านค้า เทรดดิชั่นอล ซึ่งบริษัทมีดีลเลอร์ตามหัวเมืองใหญ่จำนวน 400 ร้านค้า
2.โมเดิร์นเทรดและไฮเปอร์มาร์เก็ต เอาต์เล็ต 200 จุด
3.อีคอมเมิร์ซ ปัจจุบันมีการขายทุกช่องทางทั้งแพลตฟร์อมออนไลน์ขนาดใหญ่ และโซเชียลมีเดีย
4.โปรเจ็กเซลส์ ออกแบบ และจำหน่ายสินค้ายกล็อตให้กับองค์กร
5.ร้านค้าที่เป็นแฟลกซ์ชิปของบริษัทเอง 3 แห่ง ประกอบด้วย สเตเดียมวัน ซึ่งมีครบทั้งหมด, สยามสแควร์ เน้นกลุ่มไลฟ์สไตล์, ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เน้นกลุ่มวิ่ง
รวมถึงการมี Ofiicial Store อีก 10 แห่งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งกำลังจะขยายออกไปต่างจังหวัด เช่น นครราชสีมา และพัทยา
บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดช็อปเพิ่มเป็น POP UP สโตร์ 8 สาขา ซึ่งมีการลงทุนน้อย 4 แสนบาทต่อหนึ่งสาขา คืนทุนไว และถ้าไม่เพอร์ฟอร์มยกออกได้เร็ว เป็นสัญญาระยะสั้น ส่วน โปรเจ็กต์เซลส์ นับเป็นอีกตลาดหนึ่งที่มีมูลค่าสูง เนื่องจากองค์กรต่างๆ มีงบประมาณในการซื้อเสื้อผ้า ซึ่งบริษัทยังนับเป็นน้องใหม่แต่เห็นโอกาส
นายพงศ์วรรธน์ กล่าวด้วยว่า บริษัทยังคงเดินหน้ามุ่งเน้นสินค้ามาร์จิ้นสูง โดยเฉพาะการที่บริษัทมีพาร์ตเนอร์ ไฮแม็กซ์ ก็จะทำให้บริษัทสามารถขายสินค้าใหม่ๆ ซึ่งมีมาร์จิ้นสูง นอกจากนี้บริษัทยังได้วางระบบที่จะช่วยทำให้การจัดการสต๊อกต่างเป็นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
X คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?/